พยานเปิดปาก คืนสังหาร ‘พ่อค้ากัญชา’ เกิดอะไรขึ้น พบมือแทงสุดโหด ขู่ใครบอกตร. ตามล้างโคตร
ความคืบหน้า คดีฆาตกรรมพ่อค้ากัญชาถูกซ่อนศพในถังพลาสติก ภายในบ้านพักย่านดอนเมือง ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายแล้ว ได้แก่ นายกฤตธนัท, นายศุภกร และนายชยพล และได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัว พร้อมให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับ โดยจากการตรวจสอบหลักฐานเบื้องต้น เชื่อได้ว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน ร่วมมือฆ่าและอำพรางศพ โดยมีสาเหตุมาจากประเด็นขัดแย้งเรื่องนาฬิกานั้น
อ่านรายละเอียด รู้ตัวแล้ว! 3 มือสังหาร พ่อค้ากัญชายัดกล่อง ตร.เผยสาเหตุ – ชี้พิรุธ เหตุเชื่อว่าช่วยกันอำพรางศพ
ล่าสุด จากการพูดคุยกับ นายเก่ง อายุ 28 ปี พยานและผู้แจ้งที่อยู่ในที่เกิดเหตุเผยว่า ตนไม่รู้จักคนตายมาก่อน ที่มาที่ไปของการที่ไปอยู่ในบ้านคนตายคือ คืนวันที่ 14 มิถุนายน ตนมาหาน้องที่เรียนด้วยกัน ซึ่งขายน้ำอยู่ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านจุดเกิด
หลังจากนั้น ผู้ตาย ก็เข้ามาที่ร้าน และได้พูดคุยกัน 30 นาที ผู้ตายเป็นคนเล่าเรื่องราวปัญหานาฬิกาแล้วจะมีการเคลียร์กันวันนี้ให้ฟัง ก่อนจะมีสายโทรเข้ามาบอกว่า “กลุ่มผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนมาถึงแล้ว”
ตนจึงเดินเข้าไปกับคนตาย และคนตายก็แจ้งทาง รปภ.ไว้ด้วยว่าจะมีการเคลียร์ปัญหากัน เผื่อให้ รปภ.มาดู พอเข้าไปถึงที่บ้านคนตาย ตนบังเอิญไปเจอกับ นายศุภกร ผู้ต้องสงสัยว่าเป็น “มือแทง” ซึ่งเคยรู้จักกัน
ระหว่างการพูดคุย มีการเคลียร์ปัญหาเรื่องนาฬิกาจริง ก่อนที่จะเคลียร์กันไม่ลงตัวและมีการทำร้ายร่างกายกัน นายชยพล หนึ่งในผู้ต้องหาพูดว่า “พี่ช่วยห้ามหน่อย พี่เป็นเพื่อน เขาน่าจะฟังพี่มากกว่าผม ผมเป็นน้องเขาไม่ฟังผม”
ระหว่างนั้น นายศุภกร ใช้อาวุธมีดแทงหนึ่งครั้ง ผู้ตายล้มลงกับพื้น ก่อนจะถูกแทง ผู้ตายได้ไหว้ขอชีวิตและพูดว่า “อย่า ๆ” ตนได้พูดไปว่า “อย่าทำ ให้หยุด” และนายศุภกรก็หยุด
หลังจากนั้น นายชยพล หนึ่งในผู้ต้องหาก็บอกว่า “ผมจะไปแล้วนะ” ในขณะที่ร่างของผู้ตายก็นอนจมกองเลือดอยู่ชั้น 1 แต่ นายศุภกร ยังเดินไปชั้น 2 ของบ้านด้วยความใจเย็น ตนเลยบอกว่า “เฮ้ย….มึงจะขึ้นไปทำอะไร ลงมา มันตายแล้ว”
ขณะนั้นตนซึ่งกำลังจะออกจากบ้านหลังดังกล่าว ถูก นายศุภกร ผู้ก่อเหตุข่มขู่ว่า หากใครไปบอกตำรวจจะฆ่าให้ตาย พอสบโอกาสตนก็ออกมาพร้อมกับ นายชยพล หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ที่ตัวนายชยพลเองยังพูดเลยว่า “ทำไมพี่เขาทำแบบนี้”
ส่วนประเด็นที่สังคมสงสัยว่า ทำไมถึงไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่แรก นายเก่ง ยืนยันว่าแจ้งไปแล้วแต่ตอนนั้นเพิ่งมาบ้านจุดเกิดเหตุครั้งแรก ไม่รู้ว่าบ้านเลขที่เท่าไหร่จึงบอกตำรวจไม่ถูก จนกระทั่งมาแจ้งความและพาเจ้าหน้าที่ไปใหม่ถึงได้เจอผู้เสียชีวิตตอนตี 5 ส่วนอาวุธผู้ก่อเหตุพกมาเอง
“ที่ผมตัดสินใจช่วย เพราะผมก็มีความเป็นคน ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ทะเลาะเรื่องนาฬิกาคือนาฬิกาอะไร แต่ระหว่างนั้นที่ได้ยินคือ ผู้ตายก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไร ทำให้ผู้ก่อเหตุโมโหและพูดขึ้นมาว่า ‘มึงกล่าวหาน้องกู’ ก่อนจะแทงผู้ตายแล้วผลักร่างลงกับพื้น แล้วขึ้นคร่อมร่างไว้ ยังกันมาตวาดใส่พวกผมว่า ‘อย่าเข้ามาห้าม ไม่งั้นจะล้างโคตร’ ” พยานในที่เกิดเหตุเล่าเสียงเครียด
ส่วนเรื่องการจัดการกับร่างผู้เสียชีวิต นายเก่งให้ข้อมูลว่าในช่วงเวลาประมาณตี 5 หลังเกิดเหตุ ตนยังคงเห็นร่างของผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่บริเวณพื้นที่ชั้นล่างของตัวบ้าน แต่ในเวลาต่อมากลุ่มผู้ก่อเหตุได้ร่วมกันเคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นไปซ่อนไว้ที่บริเวณชั้น 2 ของบ้าน ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ
เมื่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว พบบล็อกห้องพักถูกปิดล็อกไว้อย่างแน่นหนา จึงได้ประสานงานเปิดห้องเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด โดยมี “พี่ชายของผู้เสียชีวิต” ร่วมเข้าสังเกตการณ์ในขั้นตอนดังกล่าวด้วย
ผลการตรวจค้นห้องพักบนชั้น 2 พบศพของผู้เสียชีวิตถูกยัดซ่อนอยู่ภายในกล่องพลาสติก ยืนยันพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุเลือดเย็นมากไม่รีบร้อนอะไร จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ก่อเหตุเคยมีคดีมาก่อน ใจคงไม่กลัวอะไรแล้ว นอกจากนี้มักโพสต์ข้อความในลักษณะ “รับท่วงหนี้ ปืนจ่อหัว” ส่วนตัวคิดว่าอาจจะมีธุรกิจมืดที่กลุ่มเหล่านี้ทำอยู่หรือไม่

