ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โต้สื่อเขมร กล่าวหาไทยรุกล้ำช่องจอม
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ชี้แจงกรณีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับพื้นที่ช่องจอม ครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์ชายแดน หลังสื่อกัมพูชาเผยแพร่ข้อมูลกล่าวหาว่าไทย “รุกล้ำดินแดน” และ “ใช้กำลังเพื่อยึดครองพื้นที่” บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม โดยศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
ประการแรก ประเทศไทยยึดมั่นการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมของวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ โดยภายหลังการหยุดยิงและการประชุมกลไกทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันให้กำลังของแต่ละฝ่ายคงการวางกำลังในพื้นที่ตามแนวทางที่ตกลงไว้ เพื่อป้องกันการปะทะซ้ำ ลดความเข้าใจผิด และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจา การดำเนินการของฝ่ายไทยในพื้นที่จึงเป็นไปตามแนวทางดังกล่าว มิใช่การเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนหรือการอ้างสิทธิฝ่ายเดียว
ประการที่สอง มาตรการด้านความปลอดภัยของไทยไม่ใช่การรุกล้ำอธิปไตย โดยการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัย หรือการควบคุมพื้นที่ เป็นมาตรการทางยุทธวิธีเพื่อคุ้มครองกำลังพลและประชาชน ภายใต้สถานการณ์หลังความขัดแย้ง และดำเนินการภายในกรอบที่ทั้งสองฝ่ายรับทราบผ่านกลไกประสานงานชายแดน ไม่กระทบต่อเส้นเขตแดน
ประการที่สาม การพาคณะทูตทหารและสื่อมวลชนลงพื้นที่เป็นไปด้วยความโปร่งใส โดยประเทศไทยเปิดโอกาสให้คณะผู้แทนทางทหาร นักการทูต และสื่อมวลชนต่างประเทศ ลงพื้นที่เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงจากสถานการณ์จริงด้วยตนเอง ภายใต้การรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสม การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนความโปร่งใส มิใช่ความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงตามที่มีการกล่าวอ้าง
ประการที่สี่ การกล่าวหาเรื่องการใช้กำลังเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยประเทศไทยได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า การแก้ไขปัญหาเขตแดนจะต้องดำเนินการผ่านกลไกที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน และไม่สนับสนุนการใช้กำลังเพื่อกำหนดผลทางการเมือง
สำหรับจุดยืนของประเทศไทย พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการสำคัญ ได้แก่ การปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมและกลไกทวิภาคีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ รักษาความพร้อมด้านความมั่นคงควบคู่กับการใช้ความอดกลั้นและความยับยั้งชั่งใจ และไม่ใช้ข้อมูลที่บิดเบือนหรือการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
“ทั้งนี้ JIC ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจผิดหรือเพิ่มความตึงเครียด และร่วมกันรักษาบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการฟื้นฟูความสัมพันธ์และการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน ตามถ้อยแถลงร่วมที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน” ผอ.JIC กล่าว



