ตำรวจบุกช่วย 3 ตัวประกันชาวอินเดีย หลังถูกแก๊ง ปากีฯ-อินเดีย จับเรียกค่าไถ่เกือบ 10 ล้านรูปี พบเหยื่อถูกทรมานโหด จับมัด มือขา ห้อยหัวซ้อมยับ ขู่รีดเงินจากญาติข้ามประเทศ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา , พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี , พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ พร้อมด้วยชุดสืบสวน จาก 3 หน่วยงาน และ เจ้าหน้าที่จากสมาคมอินเดียพัทยา เข้าทำการปิดล้อม บ้านพักใกล้กับทางแยกตลาดผู้ใหญ่กุ๋ย ม.13 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินเดียถูกจับตัว มาขังทรมาน และ จับตัวประกันเป็นประกัน เพื่อเรียกค่าไถ่
เบื้องต้นบ้านหลังดังกล่าวเป็นลักษณะบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น สร้างเรียงรายติดกัน กว่า 10 หลัง อยู่ติดริมถนนซอยมาบตาโต้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุไหวตัวทัน ต่างพากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปคนละทิศละทาง จากนั้นตำรวจจึงตัดสินใจบุกเข้าไปในบ้าน และขึ้นไปที่บริเวณห้องนอนชั้น 2
โดยห้องแรก พบนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 2 คน อยู่ในสภาพถูกมัดมือมัดเท้าและมีผ้าเทปปิดปาก (มัดมือไพล่หลัง) ส่วนอีกห้อง พบนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 1 คน อยู่ในสภาพลักษณะเดียวกัน กับ 2 คนแรก โดยทั้ง 3 คน อยู่ในสภาพสะบักสะบอม ข้อเท้าทั้งสองข้างถูกตีด้วยของแข็งจนเป็นร่องรอยเขียวช้ำ อีกทั้ง 1 ในผู้ถูกก่อเหตุ ถูกสีสเปรย์มาพ่นตามร่างกาย คล้ายกับทำให้เหมือนว่ามีเลือดไหล


หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการช่วยเหลือได้สำเร็จ ทั้ง 3 คนแสดงความดีใจ เหมือนกับได้มีชีวิตใหม่ พร้อมกับรีบติดต่อโทรศัพท์ไปหาญาติที่ประเทศอินเดียว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสามารถช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย ทราบ ชื่อต่อมาคือ 1.นายไฮแมนชู อายุ 23 ปี นายเอหิส อายุ 24 ปี นายเม๊กหิด อายุ 26 ปี
ขณะที่ กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียทั้ง 3 คน ให้ข้อมูลผ่านล่ามว่า ได้ซื้อทัวร์มาท่องท่องเที่ยวประเทศไทย ในราคาตกแล้วคนละประมาณ 70,000 บาทไทย เป็นเวลา 7 วัน โดยเดินทางมาถึงประเทศไทย เมื่อเวลา 05.00 น. จากนั้นก็นั่งแท็กซี่จากสนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งหน้ามายังเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยไปลงที่บริเวณร้านฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่ง ริมถนนสุขุมวิท ขาเข้าพัทยา ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเวลา 07.00 น.
พอมาถึงร้านฟาสต์ฟู๊ด ก็มีชาวอินเดียขี่รถจักรยานยนต์มารับ แล้วพาที่บ้านหลังดังกล่าว โดยพานั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาทีละคน พอมาถึงบ้านหลังเกิดเหตุ ปรากฏว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ น่าจะเป็นชาวปากีสถาน 4 คน และ ชาวอินเดีย 1 คน ได้ก่อเหตุจับมัดมือมัดเท้า ใช้ผ้าเทปกาว ปิดปาก เพื่อไม่ให้ส่งเสียงดัง
บางช่วง คนร้ายยังจับนอนราบบนที่นอน แล้วจับห้อยหัวลงบนพื้น จากนั้นก็ใช้ไม้ฟาดที่ข้อเท้าอย่างแรง ข่มขู่ให้โทรกลับไปหาญาติที่ประเทศบ้านเกิด
โดยโทรศัพท์ผ่านระบบดาวเทียมผ่านประเทศ สหรัฐเอมิเรตส์ (ดูไบ) ให้พูดคุยกับญาติ และให้มีการ ขู่รีดเงินจากญาติ เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ทั้ง 3 คน คิดเป็นเงินรวมกัน 7 ล้านบาทรูปี คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2.5 ล้านบาทไทย
โดยเริ่มถูกกักขังตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 21 กรกฎาคม แถมยังให้อดข้าวอดน้ำ และไม่ให้เข้าห้องน้ำขับถ่าย จนเวลาล่วงเลย ไปนานกว่า 5 วัน ซึ่งจะถูกกลุ่มคนร้ายก่อเหตุในลักษณะนี้เป็นประจำทุกวัน ตอนแรกคิดว่าคงถูกฆ่าตาย และไม่มีโอกาสได้กลับประเทศบ้านเกิด จนสุดท้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยชีวิต ได้ดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ทุกคนปลอดภัย พร้อมทั้งโทรศัพท์กลับบอกญาติด้วยความดีใจหลังได้รับอิสรภาพ
พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า การช่วยเหลือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางญาติของกลุ่มผู้เสียหายได้โทรศัพท์ ข้ามประเทศ มาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ให้ช่วยออกตามหาญาติโดยคาดว่าน่าจะถูกจับตัวไปเรียกค่าถ่าย หลังทราบเรื่องก็มีการประชุมวางแผนและติดตามหาตัวกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งการสืบสวนเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายใช้เบอร์โทรศัพท์ผ่านเครือข่ายประเทศ สหรัฐเอมิเรตส์ (ดูไบ) โทรไปหลอกญาติที่ประเทศอินเดีย จึงยากต่อการแกะรอย แต่สุดท้ายก็สามารถสะกดรอยตามกลุ่มผู้ก่อเหตุ มายังที่บ้านทาวน์เฮาส์ดังกล่าว แต่ในระหว่างจะเข้าการจับกุม กลุ่มผู้ก่อเหตุเกิดไว้ตัวทัน พากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปคนละที่ละทาง เบื้องต้นกลุ่มผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 5 คน เป็นชาวปากีสถาน 4 คน และ ชาวอินเดีย 1 คน
ส่วนการก่อเหตุในครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นการหลอกลวงของแก๊งสแกมเมอร์ รูปแบบใหม่ โดยมีการหลอกขายทัวร์ ในราคาถูก ให้เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย พอเหยื่อหลงกลซื้อทัวร์มาเที่ยว ก็จะก่อเหตุลักพาก่อเหตุเรียกค่าไถ่ แล้วติดต่อไปรีดเงินที่ญาติในประเทศบ้านเกิดเราเอง ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป





