กรมหม่อนไหม ชวนออกเดินทางบนเส้นทางสายไหมไทย 15 แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทางตามรอยภูมิปัญญาหม่อนไหมไทย ผ่าน 15 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมทั่วประเทศ ที่จะพาไปสัมผัสเรื่องราวตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ไปจนถึงผืนผ้าไหมอันทรงคุณค่า พร้อมเรียนรู้ภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และร่วมสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนผ่านการอุดหนุนผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตโดยตรง
นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหมมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมให้เป็นอีกหนึ่งเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพของประเทศไทย โดยเชื่อมโยงวิถีเกษตร ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมการทอผ้าไหมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดมูลค่าสินค้าและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม สร้างอาชีพ กระจายรายได้สู่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน
อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าวว่า “เส้นทางสายไหมไทย” ไม่ได้เป็นเพียงการเยี่ยมชมแหล่งผลิตผ้าไหม หากแต่เป็นการเปิดประตูสู่โลกแห่งการเรียนรู้ที่หลอมรวมวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของชุมชนไว้ด้วยกัน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทุกขั้นตอนของการสร้างผืนผ้าไหม ตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ย้อมสีธรรมชาติ ไปจนถึงการทอผ้า พร้อมเรียนรู้เรื่องราวที่สืบทอดจากบรรพบุรุษและยังคงได้รับการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดอยู่ในชุมชนทั่วประเทศ
ตลอดเส้นทาง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้วิถีหม่อนไหมอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเยี่ยมชมสวนหม่อน เรียนรู้การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทดลองสาวเส้นไหมด้วยตนเอง เรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ ใบไม้ สมุนไพร และวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น ก่อนจะได้ร่วมทดลองทอผ้าไหมด้วยกี่ทอมือ พร้อมเรียนรู้ลวดลายอัตลักษณ์อันงดงามของแต่ละชุมชน
นอกจากกิจกรรมเชิงเรียนรู้แล้ว ยังสามารถลิ้มลองเมนูสร้างสรรค์จากหม่อน ทั้งน้ำมัลเบอร์รี่ ชาใบหม่อน เบเกอรี่ และอาหารเพื่อสุขภาพจากผลและใบหม่อน พร้อมเลือกซื้อผ้าไหมไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย “ตรานกยูงพระราชทาน” และผ้าไหมที่มีคุณภาพ ตลอดจนผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหม่อนไหมหลากหลายชนิด ซึ่งล้วนเป็นของฝากที่สะท้อนเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นได้อย่างงดงาม
เส้นทางสายไหมไทยครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมทั้ง 15 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ ทอฝันผ้าไหมยกดอกลำพูน จังหวัดลำพูน, “สุนทรีผ้าไทย” ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านโบราณหาดเสี้ยว จังหวัดสุโขทัย, “แต้มตะกอ” ผ้าไหมลายโบราณบ้านโคกหม้อ จังหวัดอุทัยธานี, พิพิธภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่ชินไหมไทย จังหวัดขอนแก่น, แพรวาโสภารักษ์ และผ้าไหมแพรวาแม่ประคอง จังหวัดกาฬสินธุ์, บ้านสนวนนอก จังหวัดบุรีรัมย์, Mulberry Mellow จังหวัดกาญจนบุรี, พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณชัยภูมิ “เฮือนคำมุ” จังหวัดชัยภูมิ, คุ้มจันทร์หอม จังหวัดอุบลราชธานี, แหล่งเรียนรู้นวัตกรรมย้อมสีธรรมชาติ “ศูนย์เรียนรู้อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม” จังหวัดอุดรธานี, สวนแมน “Man Gardens Creative Craft Center” จังหวัดสกลนคร, บ้านสวนร้อยพันธุ์สุวรรณมณี จังหวัดสงขลา, คุณนายไหมไทย จังหวัดสมุทรสงคราม และศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งงานหัตถกรรม วิถีชุมชน อาหารท้องถิ่น และภูมิปัญญาการผลิตผ้าไหมที่แตกต่างกันออกไป
ก่อนวางแผนออกเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถรับชมรายการ “เส้นทางสายไหมแห่งภูมิปัญญา” ผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT 2HD จำนวน 2 ตอน ได้แก่ EP.1 วันพุธที่ 29 กรกฎาคม เวลา 11.55–12.00 น. และ EP.2 วันอังคารที่ 4 สิงหาคม เวลา 11.55–12.00 น. เพื่อทำความรู้จักแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 15 แห่ง และวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวก
กรมหม่อนไหมเชื่อมั่นว่า การท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาไทย ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการของชุมชน กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ได้เวลาปักหมุด แล้วออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของ “เส้นทางสายไหมไทย” เรียนรู้ภูมิปัญญาจากต้นหม่อนสู่ผืนผ้าไหม เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชนไว้อย่างลงตัว พร้อมร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์คุณภาพจากชุมชน และติดตามข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรม และเรื่องราวดีๆ ได้ทาง Facebook และ TikTok “เที่ยววิถีหม่อนไหม”









