OKMD ปักธงคนไทยรับโลก AI–สังคมอายุยืน ชู 3 ทักษะอนาคต ปั้น “สมองพร้อมเรียนรู้–คนพร้อมปรับตัว” ฝ่า Disruption
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรุงเทพมหานคร เดินหน้าขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้าน Brain Health และ Longevity เตรียมคนไทยรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก AI ควบคู่การเข้าสู่สังคมอายุยืน ชู 3 กลุ่มทักษะแห่งอนาคต พร้อมสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้คนไทย “สมองพร้อมเรียนรู้–ทักษะพร้อมปรับตัว” รับมือ Disruption และแข่งขันได้ในโลกเศรษฐกิจฐานความรู้ ทิศทางดังกล่าวต่อยอดจากกิจกรรม “Brain Longevity Bootcamp” ระหว่างวันที่ 14–16 สิงหาคม 2569 ณ ห้องสมุดสิ่งแวดล้อม สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ซึ่งนำองค์ความรู้ด้านประสาทวิทยาศาสตร์ สุขภาพ การเรียนรู้ เทคโนโลยี และการออกแบบ มาผสานผ่าน Talks, Workshops และ Interactive Booths เพื่อชวนสังคมตั้งโจทย์ใหม่ว่า เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วขึ้น ขณะที่มนุษย์มีอายุยืนขึ้น ประเทศไทยจะเตรียม “คน” อย่างไรให้พร้อมสำหรับอนาคต
ดร.อภิชาติ ประเสริฐ รองผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป คนไทยจำเป็นต้องมีทักษะสำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่ Human Skills ทั้งการคิดวิเคราะห์ปัญหาซับซ้อน ความคิดสร้างสรรค์ การเชื่อมโยงองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การทำงานร่วมกัน และภาวะผู้นำ ซึ่งจะยิ่งมีคุณค่าในยุค AI

กลุ่มที่สองคือ Future Capability และ Technology Skills โดยเฉพาะความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่าง “มนุษย์กับ AI” รวมถึงความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง Data, AI และ Automation ส่วนกลุ่มที่สามคือ Sustainability Skills ตั้งแต่ Climate Literacy การมองความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ เศรษฐกิจ สังคม และอุตสาหกรรม ไปจนถึง BCG, ESG และ Process Literacy หรือความเข้าใจกฎหมาย กฎระเบียบ กระบวนการ และมาตรฐานใหม่ของโลก ซึ่งล้วนส่งผลต่อการทำธุรกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ขณะเดียวกัน OKMD ยังชูโจทย์ “สังคมอายุยืน” โดยชวนคนไทยตั้งคำถามว่า “เมื่อเราอายุ 90 ปี เราอยากมีสมอง ร่างกาย จิตใจ และชีวิตแบบไหน” เพราะ Longevity ไม่ควรหมายถึงเพียงการมีชีวิตนานขึ้น แต่ต้องเพิ่มช่วงเวลาที่มนุษย์สามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีความหมาย และพึ่งพาตัวเองได้ให้นานที่สุด
แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านวงเสวนา “Your Brain at 90: Keeping It Sharp, Living it Well – สมองจะอยู่กับเราแบบไหนในวันที่เราอายุ 90” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง จิตเวชผู้สูงอายุ การดูแลผู้สูงวัย และการออกแบบสภาพแวดล้อม ได้แก่ นพ.ธารา รักษ์อารีผล, นพ.ชุมพล สุรพันธ์ไพโรจน์, นพ.กฤต วรรณพฤกษ์ และ อ.ดร.ญาณิศา เนียรนาครกุล ซึ่งเห็นตรงกันว่า การสูงวัยอย่างมีคุณภาพต้องดูแลทั้งสมอง ร่างกาย จิตใจ กิจวัตรประจำวัน และสภาพแวดล้อมไปพร้อมกัน
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ความหวังดีของลูกหลาน อาจกลายเป็นการลดศักยภาพผู้สูงวัยโดยไม่รู้ตัว หากห้ามทำกิจกรรมหรือทำทุกอย่างแทน เพราะกิจวัตรเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันล้วนช่วยกระตุ้นสมองและรักษาความสามารถในการพึ่งพาตนเอง แนวทางที่เหมาะสมจึงควรเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยทำสิ่งที่ยังทำได้ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย พร้อมดูแลสุขภาพใจด้วยหลัก “เข้าใจ–ยอมรับ–ปรับเปลี่ยน”
ขณะเดียวกัน การออกแบบบ้านและสภาพแวดล้อมตั้งแต่การลดสิ่งกีดขวาง ป้องกันการหกล้ม เพิ่มแสงธรรมชาติ และพื้นที่สีเขียว สามารถช่วยรักษาความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน หรือ ADL ได้ ขณะที่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งการเชื่อมผู้สูงวัยกับแพทย์และผู้ดูแล การฝึกสมอง ลดความเหงา ตลอดจน Early Detection เพื่อตรวจหาความผิดปกติของสมองตั้งแต่ระยะแรก
OKMD มองว่า ผู้สูงวัยรุ่นใหม่จะต่างจากอดีต เพราะคนจำนวนมากหลังเกษียณยังต้องการ ทำงาน เรียนรู้ เดินทาง และมีส่วนร่วมกับสังคม ทำให้ Longevity ไม่ใช่เพียงความท้าทายจากโครงสร้างประชากร แต่ยังเป็นโอกาสสร้างบริการ นวัตกรรม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจใหม่รองรับ Active Aging
ดร.อภิชาติ ย้ำว่า การเตรียมคนไทยรับอนาคตไม่สามารถผลักภาระให้ประชาชนพัฒนาตัวเองเพียงลำพัง แต่ต้องสร้าง Learning Ecosystem ที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่าย มีนโยบายภาครัฐสนับสนุน สังคมมี Mindset ของการเรียนรู้ตลอดชีวิต และภาคธุรกิจขยับจากการแข่งขันด้วยต้นทุนไปสู่การแข่งขันด้วยองค์ความรู้ หรือ Knowledge Economy




