‘ชญาดา’คุม กก.การศึกษา สภา กทม. ปักธงยกระดับโรงเรียน–ปิดช่องว่างการศึกษา 50 เขต

24.08.26 | 18:21 น.

‘ชญาดา’คุม กก.การศึกษา สภา กทม. ปักธงยกระดับโรงเรียน–ปิดช่องว่างการศึกษา 50 เขต แบ่งอนุฯ 12 ชุดดูแล วางกรอบการทำงานเชิงรุก ลดเหลื่อมล้ำเด็กและเยาวชน


เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม คณะกรรมการการศึกษา สภากรุงเทพมหานคร จัดการประชุมครั้งแรก โดยที่ประชุมมีมติเลือก นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตคันนายาว เป็นประธานคณะกรรมการการศึกษา พร้อมวางกรอบการทำงานเชิงรุก มุ่งยกระดับคุณภาพโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และผลักดันให้เด็กและเยาวชนในทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ ที่ประชุมมีมติเลือก นายสมชาย เวสารัชตระกูล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสายไหม เป็นรองประธานคณะกรรมการการศึกษา คนที่หนึ่ง และ นางสาวมธุรส เบนท์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสะพานสูง เป็นรองประธานคณะกรรมการการศึกษา คนที่สอง

สำหรับบทบาทของคณะกรรมการการศึกษา สภากรุงเทพมหานคร มีหน้าที่สำคัญในการ พิจารณา ศึกษา ติดตาม ตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการศึกษาของกรุงเทพมหานคร รวมถึงการศึกษาปัญหา อุปสรรค และความต้องการของโรงเรียน ครู นักเรียน และประชาชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมต่อสภากรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภารกิจครอบคลุมทั้งด้านคุณภาพและมาตรฐานการเรียนการสอน การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ความพร้อมของอาคารเรียนและสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ความปลอดภัยของนักเรียน การเข้าถึงสื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา ตลอดจนการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างเท่าเทียม
นอกจากนี้ คณะกรรมการยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ ทั้ง ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี ทักษะดิจิทัล และทักษะแห่งอนาคต เพื่อให้การศึกษาของกรุงเทพมหานครไม่เพียงตอบโจทย์ปัญหาในวันนี้ แต่สามารถเตรียมความพร้อมให้เด็ก กทม. สำหรับการเรียนต่อ การทำงาน และการดำรงชีวิตในอนาคตได้อย่างมีคุณภาพ

นางชญาดา กล่าวว่า การทำงานของคณะกรรมการการศึกษาในครั้งนี้จะเน้นการทำงานที่เชื่อมโยงกับพื้นที่จริง ไม่ให้การติดตามปัญหาการศึกษาจบอยู่เพียงในห้องประชุม แต่ต้องลงไปเห็นสภาพจริงของแต่ละโรงเรียน รับฟังเสียงจากผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชน

Advertisement

“โรงเรียนแต่ละแห่งมีบริบทและปัญหาไม่เหมือนกัน บางแห่งอาจขาดบุคลากร บางแห่งมีข้อจำกัดด้านอาคารสถานที่ ความปลอดภัย หรืออุปกรณ์การเรียน สิ่งสำคัญคือเราต้องลงไปดูให้เห็นปัญหาจริง แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างตรงจุด” นางชญาดา กล่าว

นางชญาดา กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการลดช่องว่างระหว่างโรงเรียนและพื้นที่ เพราะเด็กทุกคนในกรุงเทพมหานครควรได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยไม่ควรถูกจำกัดด้วยพื้นที่ที่อาศัยอยู่หรือสภาพเศรษฐกิจของครอบครัว

“เราอยากเห็นเด็ก กทม. ไม่ว่าจะเรียนอยู่เขตไหน มีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน ทั้งเรื่องคุณภาพการเรียน ความปลอดภัย ภาษา เทคโนโลยี และโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง การศึกษาต้องเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่ทำให้ช่องว่างกว้างขึ้น” นางชญาดา กล่าว

เพื่อให้การทำงานสามารถลงถึงระดับพื้นที่อย่างทั่วถึง ที่ประชุมได้เห็นชอบการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบให้แก่ คณะอนุกรรมการการศึกษา จำนวน 12 ชุด ครอบคลุมกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต ดังนี้ 1. ชุดที่ 1 ประธาน นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ รับผิดชอบเขตคันนายาว สาทร บึงกุ่ม และพญาไท 2. ชุดที่ 2 ประธาน นายสมชาย เวสารัชตระกูล รับผิดชอบเขตสายไหม หลักสี่ ดอนเมือง และบางเขน 3. ชุดที่ 3 ประธาน น.ส.มธุรส เบนท์ รับผิดชอบเขตสะพานสูง ประเวศ บางกะปิ และห้วยขวาง 4. ชุดที่ 4 ประธาน นายกันตพงศ์ ดีชัยยะ รับผิดชอบเขตตลิ่งชัน ทวีวัฒนา ราษฎร์บูรณะ และบางพลัด 5. ชุดที่ 5 ประธาน นายกฤษฏ์ คงวุฒิปัญญา รับผิดชอบเขตภาษีเจริญ จอมทอง ทุ่งครุ และยานนาวา 6. ชุดที่ 6 ประธาน นายปวิน แพทยานนท์ รับผิดชอบเขตบางคอแหลม วัฒนา สวนหลวง บางนา และดินแดง

7. ชุดที่ 7 ประธาน น.ส.เมธาวี ธารดำรงค์ รับผิดชอบเขตปทุมวัน พระนคร ราชเทวี และคลองเตย 8. ชุดที่ 8 ประธาน น.ส.รัชญา เพ็งสุข รับผิดชอบเขตลาดพร้าว วังทองหลาง จตุจักร และพระโขนง 9. ชุดที่ 9 ประธาน นายวิพุธ ศรีวะอุไร รับผิดชอบเขตบางรัก ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ และดุสิต 10. ชุดที่ 10 ประธาน นายวิรัช คงคาเขตร รับผิดชอบเขตบางกอกใหญ่ บางกอกน้อย ธนบุรี และคลองสาน 11. ชุดที่ 11 ประธาน นายหยกพรชัย อิสระเสรีพงษ์ รับผิดชอบเขตหนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง และมีนบุรี 12. ชุดที่ 12 ประธาน นายอำนาจ ปานเผือก รับผิดชอบเขตบางแค หนองแขม บางขุนเทียน บางบอน และบางซื่อ

สำหรับการแบ่งพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการกระจายการทำงานของคณะกรรมการลงไปยังพื้นที่จริง ช่วยให้สามารถติดตามปัญหาของโรงเรียนและความต้องการของประชาชนได้อย่างใกล้ชิด รวดเร็ว และครอบคลุมมากขึ้น ก่อนรวบรวมข้อมูลมาจัดทำข้อเสนอเพื่อผลักดันการแก้ไขในระดับนโยบาย

“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงตรวจว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แต่ต้องทำให้ข้อเสนอจากพื้นที่ไปถึงจุดที่สามารถตัดสินใจและแก้ไขได้จริง เด็ก กทม. ทุกคนควรได้เรียนในโรงเรียนที่ดี ปลอดภัย มีครูและเครื่องมือที่พร้อม และมีโอกาสพัฒนาตัวเองได้เต็มศักยภาพ” นางชญาดา กล่าวทิ้งท้าย