จับได้แล้ว ชายเมียนมา ฆ่าชิงทรัพย์ พ่อเฒ่าวัย 78 ในบ้าน ตร.คุมตัวสอบปากคำ สน.ประเวศ
กรณีคดีฆาตกรรมชิงทรัพย์ นายธวัชชัย อายุ 78 ปี ภายในหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง เขตสะพานสูง กทม. ฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ ร่วมกับสืบนครบาล 4 และชุดสืบนครบาล สามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว พบว่าเป็น ชายอายุประมาณ 20 กว่าปี เป็นชาวเมียนมา ซึ่งคาดว่าเป็นอดีตลูกค้าประจำ และเคยอาศัยอยู่อพาร์ทเมนต์หลังบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งปัจจุบันปิดตัวลงจึงได้ย้ายไปพักย่านรามคำแหง ตำรวจเชื่อว่าผู้ก่อเหตุรู้พื้นที่และรู้พฤติกรรมชีวิตประจำวันของผู้ตายเป็นอย่างดี
ล่าสุด เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 25 สิงหาคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. นำชุดสืบสวนนครบาล , สืบสวน บก.น.4 และ สืบสวน สน.ประเวศ จับกุม MR.KHUN CHIT OO หรือ ไอ้ชิต ชาวเมียนมา ผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์ ใช้สากกะเบือทุบ นายธวัชชัย ศิวิลัย อายุ 78 ปี จนเสียชีวิตชายวัยภายในหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง เขตสะพานสูง พื้นที่ สน.ประเวศ โดยจับกุมได้ที่ สมุทรปราการ พร้อมของกลางสร้อยทองรูปพรรณ และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต
ก่อนนำตัวผู้ก่อเหตุไปที่ สน.ประเวศ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา นำตัวพร้อมของกลางส่งให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
- รู้ตัวแล้ว ชายเมียนมา ฆ่าชิงทรัพย์ พ่อเฒ่าวัย 78 เจ้าของร้านชำ เป็นลูกค้าประจำ เคยอาศัยอยู่หลังบ้าน.

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุเดินทางมาเพียงลำพัง โดยเข้ามาในพื้นที่ช่วงประมาณ 22.00 น. โดยลักษณะการก่อเหตุมีเป้าหมายชัดเจน โดยเข้าไปภายในบ้านและพยายามรื้อค้นหาทรัพย์สิน ซึ่งทรัพย์สินที่ได้ไปเบื้องต้นเป็นโทรศัพท์มือถือและเงินสดประมาณ 5,000-6,000 บาท
ก่อนเกิดเหตุ นายธวัชชัย กำลังนอนหลับอยู่ภายในห้องนอนชั้น 1 ก่อนจะได้ยินเสียงผิดปกติ จึงถือไฟฉายออกมาส่องดู พร้อมถือไม้ยาวเพื่อป้องกันตัว ขณะที่คนร้ายพยายามหลบซ่อนและเข้าไปบริเวณห้องครัว
จากนั้นนายธวัชชัยได้พบตัวผู้ก่อเหตุ จึงเกิดการต่อสู้กันภายในห้องครัวจนเกิดเหตุสลดขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิด แต่กล้องภายในบ้านสามารถบันทึกพฤติกรรมก่อนเกิดเหตุได้
เบื้องต้นพบบาดแผลบนร่างกายผู้เสียชีวิต 3 จุด บริเวณด้านหลังศีรษะ 2 แผล และบริเวณขมับ 1 แผล โดยพบร่องรอยเลือดที่คาดว่าเกิดจากการต่อสู้กัน ส่วนอาวุธที่ตำรวจคาดว่าอาจใช้ก่อเหตุ คือสากที่พบตกอยู่ภายในบ้าน ขณะที่ผู้ตายมีไม้ยาวสำหรับป้องกันตัว
หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุหลบหนีออกจากบ้านทางด้านหลัง ก่อนมีการเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยตำรวจพบเสื้อผ้าที่คาดว่าใช้ขณะก่อเหตุและมีคราบเลือด ถูกนำไปทิ้งบริเวณถังขยะใกล้ที่พัก ภายในซอยรามคำแหง 52/1 ห่างจากที่พักประมาณ 100 เมตร
จากพยานหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดและการสืบสวน พบว่าผู้ก่อเหตุมีเพียง 1 คน และไม่เกี่ยวข้องกับลูกจ้าง 2 คนของผู้ตาย โดยลูกจ้างยืนยันว่าเคยเห็นผู้ต้องสงสัยในฐานะลูกค้าประจำ แม้ไม่ทราบชื่อ แต่เมื่อเห็นภาพแล้วสามารถจำได้ว่าเป็นบุคคลที่เคยพักอยู่ในอพาร์ตเมนต์ด้านหลังบ้านนายธวัชชัย





