ยะลาสั่งเข้ม 31 ส.ค. สกัดก่อเหตุวันสถาปนาเบอร์ซาตู คุมร้านค้า-ปั๊ม-สถานที่ราชการ รอมฎอนจี้สอบฮ.ยิงวัยรุ่น ฉก.นราฯโต้แค่ลาดตระเวน
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ความคืบหน้าการก่อเหตุการณ์ความไม่สงบในหลายพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ล่าสุดทุกพื้นที่ยกระดับในการรักษาความปลอดภัยของประชาชนนั้น
น.อ.จักรพงษ์ อภิมหาธรรม รักษาการที่ปรึกษาด้านการบูรณาการการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทีมงานเยียวยาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์ เยี่ยมผู้ได้รับผลกระทบ และสำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 22–24 สิงหาคมที่ผ่านมา ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ มีการลงพื้นที่ 5 จุด ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ช้างเผือก บ้านกุมุง หมู่ 2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ, โรงงานรับซื้อไม้ยาง บ้านแอแจ๊ะ หมู่ 1 ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ, อบต.บองอ บ้านจุฬาภรณ์ หมู่ 9, ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) อารีย์มัง เอ็นจิเนียริ่ง ต.มะนังตายอ อ.เมืองนราธิวาส และ อบต.บาเจาะ หมู่ 7 ต.บาเจาะ ที่รถยนต์ของ อบต.บาเจาะ ถูกลอบวางระเบิด โดยกระบวนการช่วยเหลือเยียวยา แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กรณีทรัพย์สินของหน่วยงานราชการ จังหวัดและอำเภอ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รวบรวมข้อมูลความเสียหายทั้งหมด เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม –วันที่ 1 กันยายน 2569 เพื่อขอความเห็นชอบในหลักการสำหรับการช่วยเหลือทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ส่วนกรณีทรัพย์สินของภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ประจำอำเภอได้ชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยา พร้อมรวบรวมเอกสารเข้าสู่คณะกรรมการระดับอำเภอ ซึ่งจะพิจารณาภายใน 2 วัน โดยกรณีใดที่สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ก่อน จะเร่งพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว จากนั้นจึงเสนอเข้าสู่คณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอนต่อไป
ด้าน นายอิสสะมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง จ.ยะลา ได้ประชุมยกระดับแผนเฝ้าระวังเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ความไม่สงบที่อาจเกิดขึ้น โดยกำชับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงใน อ.เบตง ทั้งทหาร ตำรวจ อาสารักษาดินแดน (อส.) และกำลังภาคประชาชน เพิ่มความเข้มข้นในการตั้งด่านตรวจค้นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ บุคคลต้องสงสัยที่เข้า-ออกเมืองเบตง รวมทั้งตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อป้องกันคนร้ายลักลอบเข้ามาก่อเหตุ อีกทั้ง เพิ่มการรักษาความปลอดภัยตามสถานที่ราชการ ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน อย่างเข้มข้น เนื่องจากในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ เป็นวันชาติประเทศมาเลเซีย และเป็นวันสถาปนากลุ่มเบอร์ซาตู ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มก่อความไม่สงบเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลบุคคลแปลกหน้า วัตถุต้องสงสัย ที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีอาจลักลอบนำเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในช่วงนี้
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงว่า จากเหตุการณ์ที่มีข้อสงสัยว่ามีการใช้เฮลิคอปเตอร์ (ฮ.) ยิงวัยรุ่น 4 คน ที่ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ตนได้ลงพื้นที่และเรียกร้องให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราธิวาส) เข้ามาตรวจสอบกรณีนี้ เนื่องจากทราบจากพื้นที่และผู้นําในพื้นที่ว่ามีเหตุการณ์ยิงและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ยืนยันว่า ข้อเท็จจริงมี 2 มุม เริ่มจากผู้ที่ได้รับบาดเจ็บยืนยันว่าถูกยิงจาก ฮ. ขณะที่หน่วยงานราชการ ทั้งหน่วย ฉก.นราธิวาส และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ยืนยันว่าไม่มีการยิงจาก ฮ.แต่อย่างใด ทั้งนี้ ผู้กำกับ สน.จะแนะ ได้ไล่เรียงเหตุการณ์และยืนยันว่า จากการตรวจสอบบุคคลทั้ง 4 คน ในที่เกิดเหตุไม่มีอาวุธ และหลักฐานพยานในพื้นที่พบรอยกระสุน ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน
“อยากเรียกร้องนายกฯ ให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงในกรณีนี้ คู่ขนานไปกับการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน หากความจริงในครั้งนี้ไม่ยุติหรือคลี่คลาย จะเหมือนกับหลายเหตุการณ์ที่ทุกคนต่างเล่าเรื่องกันไป และทําให้เกิดความบาดหมาง หวาดระแวงในอนาคต แม้นายกฯ จะกําชับแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวมองว่า บุคคลทั้งหมดเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงอยากให้ฝ่ายการเมืองให้คํามั่นว่าการตรวจสอบครั้งนี้ มีความโปร่งใสและความเชื่อมั่นมากพอ” นายรอมฎอน กล่าวและว่า หากไม่มีการไต่สวนพยานหลักฐานที่เพียงพอจะเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งนี้ ประชาชนที่ประสบเหตุ และผู้นําที่อยู่ในพื้นที่ ทั้งผู้นําท้องถิ่นที่เป็นประจักษ์พยาน และคนเจ็บที่ไปโรงพยาบาล ภาครัฐต้องให้หลักประกันความปลอดภัย และตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
นายรอมฎอน กล่าวว่า การตั้งคณะตรวจสอบนั้น คณะตรวจสอบที่มีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) รับผิดชอบหลักไม่ได้ แต่หากจะมี ควรประกอบด้วย ตํารวจ ทหาร หน่วยงานในพื้นที่ และภาคประชาสังคมที่มีส่วนเชื่อมต่อในพื้นที่ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ อาวุธ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) คนที่จะเป็นประธานคณะตรวจสอบ ต้องเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับความไว้วางใจจากข้าราชการและคนในพื้นที่
ขณะที่ หน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) นราธิวาส ออกแถลงการณ์ 3 ข้อ ชี้แจงกรณีข่าวการใช้อาวุธจาก ฮ.ในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ยืนยันว่า ในคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่ว จ.นราธิวาส ฉก.นราฯ จึงจัด ฮ.ขึ้นบินปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศ ในภารกิจไม่มีนายทหารยศ “จ่า” มีแต่นายทหารสัญญาบัตร และไม่มีใครพกพาอาวุธประจำกายขึ้นไปปฏิบัติการยิงแต่อย่างใด สำหรับภาพร่องรอยบนพื้นถนนลาดยางที่ปรากฏในสื่อต่างๆ เป็นภาพที่ถ่ายก่อนที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเป็นทางการ การเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุของบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องก่อนการตรวจพิสูจน์ อาจส่งผลให้เกิดความยุ่งเหยิง และกระทบต่อพยานหลักฐานในทางคดีตามกฎหมาย



