‘ซาบีดา’ ขึ้นเวที ‘NDCFL Symposium 2026‘ ชู Thai Wisdoms เป็นทุนวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วปอ.บอ.3 เสนอ 5 ขีดความสามารถ พาประเทศไทยสู่อนาคต
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ในงานเสวนาวิชาการ แถลงผลการศึกษาของหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 3 ภายใต้หัวข้อ ‘THAIS: from Thai Wisdom to Thai Vision’ โดยได้รับเกียรติจาก พล.ท.อรรคเดช ประทีปอุษานนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรสถาบันป้องกันประเทศ เป็นประธานเปิดงานแสดงผลงานทางวิชาการ NDCFL Symposium 2026 ซึ่งมุ่งเน้นการรวบรวมองค์ความรู้เพื่อเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาประเทศ

โดย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยระบุว่า “รากฐานของประเทศหรือภูมิปัญญา เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่มั่นคง หากขาดรากฐานทางวัฒนธรรม การพัฒนาประเทศก็อาจสูญเสียความเป็นตัวตน” พร้อมย้ำถึงเป้าหมายสำคัญในการนำ ‘Thai Wisdoms’ หรือภูมิปัญญาไทยออกสู่สายตาชาวโลก เพื่อนำทุนทางวัฒนธรรมมาแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านนโยบาย ‘5C’ ได้แก่ การสร้างคน การสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจวัฒนธรรม การทูตวัฒนธรรม และการยกระดับระบบบริหารวัฒนธรรมยุคใหม่
นอกจากนี้ ยังได้เร่งขับเคลื่อนงานด้านการทูตวัฒนธรรมเพื่อเปิดตลาดต่างประเทศ พร้อม ชูแนวคิด ROOT TO RICH เปลี่ยน Soft Power เป็นรายได้จริง รมว.วัฒนธรรม เน้นย้ำว่า ประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ทั้งอาหาร แฟชั่น ภาพยนตร์ ดนตรี และแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งการเติบโตของซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านศิลปินระดับโลก ภายใต้แนวคิด ROOT TO RICH เพราะการรักษาวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องของการหยุดอยู่กับอดีต แต่ต้องนำรากฐานมาสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างโอกาสให้คนไทยได้อย่างจับต้องได้

การขับเคลื่อนประเทศจาก ‘Thai Wisdoms’ สู่ ‘Thai Vision’ ในเวทีนี้ ถูกร้อยเรียงผ่านกรอบแนวคิด ‘THAIS’ ภายใต้หัวใจสำคัญคือ ‘Five Forces, One Future — ห้าพลัง เพื่ออนาคตเดียวกัน’ โดยแบ่งการเสวนาออกเป็น 5 มิติ เริ่มต้นมิติแรกด้าน Technology กับเวที ‘Technology & AI Sovereignty’ ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย พญ.วิทิตา แจ้งเอี่ยม นพ.เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และ ดร.เพชร สัจจชลพันธ์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและทรัพยากรบุคคล คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อบทบาทของเทคโนโลยีและ AI ในการสร้างขีดความสามารถ ทั้งด้านการแพทย์ การศึกษา และร่วมกันหาทางออกในอนาคตที่ AI อาจจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ในบางอาชีพ
จากนั้นเชื่อมโยงสู่มิติที่สองด้าน Human Capital Capability ในเวที ‘Thailand’s Human Capital at a Crossroad: Fewer People, Higher Skills, Greater Productivity’ นำเสวนาโดย ดร.ภัทรพร เล้าวงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนพัฒนาสังคม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับ น.ท.หญิง พัชสริยา โปร่งจันทึก รองหัวหน้ากองเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลทศมินทราธิราช, ดร.วิมัญชลี ดุลยสิทธิกร ผู้อำนวยการบริหาร Camsis Education และ นายศิวกร รัตติโชติ ผู้อำนวยการกลุ่มทะเบียนและสารสนเทศทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเจาะลึกวิกฤตประชากรหดตัว ทางออกคือการใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ควบคู่กับการแก้ปัญหาระบบการศึกษาที่ขาด ‘Teacher Accountability’ โดยเสนอให้ผูกผลประเมินครูเข้ากับผลสัมฤทธิ์เด็ก และขับเคลื่อนระบบ ‘Credit Bank’ พร้อมเปลี่ยนผ่านระบบสาธารณสุขสู่ ‘Preventive Care’ เพื่อพลิกฟื้นผู้สูงอายุให้เป็น ‘Silver Workforce’

มิติที่สามด้าน Adaptive Economy & Resource Security ได้เปิดเวที ‘Energizing Thailand 2040: New Energy for National Security and Economic Competitiveness’ โดย Mr. Ilya Bychkov จาก ROSATOM และ นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปูเน็กซ์ จำกัด ร่วมฉายภาพวิกฤตพลังงาน โดยเสนอให้ใช้เทคโนโลยี ‘Battery Storage’ พัฒนาโครงข่ายสายส่ง และพิจารณาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ ‘SMR’ เป็นไฟฟ้าพื้นฐาน
มิติที่สี่ด้าน Integrated Infrastructure & Intelligent State ขยายผลสู่ความยั่งยืนในเวที ‘Proactive Regulatory Sandbox for Green Energy Logistics’ นำโดย ดร.ธีรจิตร สอนแจ้ง, นายณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ และนายจรัสพงศ์ ศิริเรืองสกุล ข้อสรุปสำคัญจากฝั่งผู้ประกอบการชี้ชัดว่า อุปสรรคที่แท้จริงในการมุ่งสู่เป้าหมาย ‘Net Zero’ ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือความล่าช้าในขั้นตอนของรัฐ ดังนั้นการปฏิรูปเพื่อสร้างความยืดหยุ่นด้วยระบบ ‘Single Service’ ที่เบ็ดเสร็จรวดเร็วจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขัน
ปิดท้ายในมิติที่ห้าด้าน Security, Stability & National Resilience ในเวที ‘National Resilience Shield 2040: Predictive Security, Autonomy, and Public Trust โล่ความมั่นคงแห่งอนาคต: รู้ทันภัย–พึ่งตนได้–สร้างไทยให้เชื่อมั่น’ ซึ่งได้วางยุทธศาสตร์ผ่าน 3 เสาหลัก เวทีนี้เจาะลึกแผนพัฒนารายด้านจากผู้เชี่ยวชาญ น.ท.บรรณสิน เปี่ยมพงศ์สานต์, นายสุภัทรชัย เสาร์แดน, นายรัชชพร พูลสวัสดิ์, ดร.ธนภัทร ศิริกุลวัฒนา และนายศิรธัช ศิริชุมแสง พูดถึงการวางกรอบความมั่นคง 15 ปีข้างหน้า ผ่านการจัดตั้ง ‘Strategic Command Center’ เพื่อสยบข่าวสารวิกฤตให้จบใน 30 นาที ควบคู่กับการสร้างสถาปัตยกรรมความเชื่อมั่นด้วยระบบบัญชีเดี่ยว นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่การสร้าง ‘Cyber Resilience’ การนำ ‘NATO Standard’ มาใช้ปฏิรูปอุตสาหกรรมทหารเพื่อพึ่งพาตนเอง การนำที่ดินทหารกว่า 4.6 ล้านไร่มาทำเป็น ‘Green Energy Sandbox’ รวมถึงการใช้ระบบไบโอเมทริกซ์เพื่อจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติและพัฒนาสู่ ‘Skillful Labor’ พร้อมทั้งการยกร่างกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ทดแทนกฎหมายเดิมที่ล้าหลังมากว่า 85 ปี นอกจากการแลกเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ ยัวถ่ายทอดยังถ่ายทอดแนวคิด ผ่านมิติศิลปวัฒนธรรม มีเป้าหมายในการรวบรวมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากหลากหลายภาคส่วน ร่วมกันมองความท้าทายและโอกาสในอนาคต
.
การนำ ‘Thai Wisdoms’ และ ‘Thai Culture’ ก้าวไปสู่ภาพของประเทศไทยที่อยากเห็นในอนาคตนั้น ไม่ควรเป็นเพียงสิ่งที่รอให้เกิดขึ้น แต่เป็นอนาคตที่ทุกภาคส่วนต้อง ’ร่วมกันคิด ร่วมกันออกแบบ และร่วมกันสร้าง‘



