หน้าแรก ในประเทศ กรมอุทยานฯ รุ...

กรมอุทยานฯ รุดตรวจคาเฟ่เชียงใหม่ หลังลูกสิงโตกัดหน้านทท.จีน กำชับห้ามอุ้ม-สัมผัส หวั่นเกิดอันตราย

3.09.26 | 19:58 น.

กรมอุทยานฯ รุดตรวจคาเฟ่เชียงใหม่ หลังลูกสิงโตกัดหน้านทท.จีน กำชับทางร้านห้ามอุ้ม-สัมผัสกับลูกสิงโต หวั่นเกิดอันตรายได้

กรณีนักท่องเที่ยวจีนถูกลูกสิงโตกัดหน้า ที่ร้านแห่งหนึ่ง ในถนนช้างคลาน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมนั้น


เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับรายงานจากนายพรนรินทร์ คุ้มทอง ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ว่า จากการตรวจสอบพบว่าในวันเกิดเหตุ มีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาใช้บริการที่คาเฟ่ 4 คน โดยซื้อแพ็กเกจถ่ายรูปกับลูกสิงโตอายุ 4-6 เดือน ในราคา 1,299 บาท ขณะที่ทางร้านให้นักท่องเที่ยวล้างมือฆ่าเชื้อ และอ่านข้อควรปฎิบัติพร้อมรับฟังผู้ดูแลอธิบายก่อนเข้าไปถ่ายรูปกับสัตว์ป่าดังกล่าว

เวลาต่อมานักท่องเที่ยวรายดังกล่าวเข้าไปในห้องจัดแสดง และไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบเบื้องต้นของทางร้านคาเฟ่ โดยการเข้าไปสัมผัสและอุ้มสัตว์ป่าโดยตรง กระทั่งนำใบหน้าเข้าใกล้แนบสิงโตหันกลับมากัดอย่างกะทันหันเข้าที่ใบหน้า ซึ่งไม่ได้เป็นแผลขนาดใหญ่แต่อย่างใด เป็นแผลที่ใบหน้ารอยเขี้ยว จำนวน 2 จุด


จากนั้นผู้ดูแลได้นำนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวออกมาทำความสะอาดแผลปฐมพยาบาลเบื้องต้น และพานักท่องเที่ยวไปโรงพยาบาลเซ็นทรัลเชียงใหม่ เมโมเรียล เพื่อทำแผลและฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า ต่อมาร้านคืนเงินค่าแพ็กเกจทั้งหมด และจ่ายเงินชดเชยเพิ่มอีก 4,000 บาท

Advertisement

ส่วนการครอบครองสัตว์ป่า พบว่าลูกสิงโตดังกล่าวได้รับการเคลื่อนย้ายมายังสถานที่ตามหนังสือสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ที่ ทส 0912.6/7657 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2569 แจ้งว่าน.ส.ปฐมาวดี จันทร์พิทักษ์ ยื่นหนังสือขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม เป็นการชั่วคราว เพื่อนำไปจัดแสดง แข่งขัน ประกวดหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น จำนวน 4 ตัว ระยะเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม – 16 กันยายน 2569 เพื่อจัดการแสดง และถ่ายภาพในคาเฟ่ดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้กรมอุทยานฯ ได้แนะนำข้อปฏิบัติเพิ่มเติม 3 ข้อ คือ 1.ให้เพิ่มมาตรการกำกับดูแลและกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเข้า-ออกพื้นที่จัดแสดงสัตว์ป่าควบคุมอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากปรากฏว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว พนักงานเจ้าหน้าที่จักพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

2.ตามที่ปรากฏเหตุฉุกเฉินจากการจัดแสดงสัตว์ป่าควบคุมหรือสัตว์ป่าควบคุมหลุดออกนอกสถานที่ครอบครอง ซึ่งตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้ผู้ครอบครองต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมง หรือแจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 นั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า ท่านมิได้ดำเนินการแจ้งเหตุดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบแต่อย่างใด ดังนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่จึงขอแจ้ง ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ หากปรากฏการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องในลักษณะดังกล่าวอีกพนักงานเจ้าหน้าที่จักดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป

3.ห้ามมิให้นักท่องเที่ยวหรือบุคคลภายนอกอุ้มสัมผัสหรือสัมผัสสิงโตและลูกสิงโตโดยตรงโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกายและความปลอดภัยของประชาชนรวมทั้งเพื่อสุขอนามัยและสวัสดิภาพของสัตว์ป่าควบคุม