ทนายตั้ม ยื่นหลักฐานธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ตรวจสอบ กัน จอมพลัง และ มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ กรณีใช้จ่ายเงินบริจาคไม่โปร่งใส มีการเปิดบริษัทนอมินีมารับงานกินส่วนต่าง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 กันยายน ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม บ้าพลัง ช่วยด้วย พร้อมทีมการ์ดรักษาความปลอดภัย ได้เดินทางมาถึงอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้วยการขับเจ็ตสกีสีส้มพร้อมสวมเสื้อชูชีพ โดยขับเจ็ตสกีเข้ามาถึงหน้าอาคารดีเอสไอ ก่อนขับวนหอพระพุทธวิชัยอภัยมารนิราศ 1 รอบ และจอดเจ็ตสกีให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ พร้อมถือซองเอกสารที่นำมายื่นให้กับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ตรวจสอบ “กัน จอมพลัง” และ “มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้” กรณีใช้จ่ายเงินบริจาคไม่โปร่งใส มีการเปิดบริษัทนอมินีมารับงานกินส่วนต่าง ซื้อเสื้อเกราะแพงกว่าราคาตลาด 85% แม้ได้รับบริจาคบังเกอร์ฟรีแต่ยังเรี่ยไรเงินจากประชาชน มีการให้พนักงานหาบัญชีม้าเพื่อรับโอนเงินผิดกฎหมาย และเกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นคดีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ซึ่งถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินจากเว็บพนันออนไลน์ หรือไม่
ในการเข้ายื่นเรื่องร้องทุกข์ครั้งนี้ ทนายตั้มยังนำคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นหลักฐานสำคัญ และเป็นคลิปลับมอบให้ดีเอสไอใช้ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งประเด็นที่น่าจับตา อาทิ การระดมทุนของมูลนิธิฯ มีการดำเนินการอย่างไร, เงินที่มีการระดมทุนถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่, มีพฤติการณ์เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนหรือความผิดอื่นหรือไม่, คลิปวิดีโอที่นำมามอบให้ดีเอสไอมีเนื้อหา และเกี่ยวข้องกับประเด็นร้องเรียนอย่างไรบ้าง และดีเอสไอจะรับเรื่องและดำเนินการตรวจสอบในขั้นตอนใด โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง

ทนายตั้ม เปิดเผยว่า วันนี้ที่ตนขับเจ็ตสกีมา โดยเป็นการขับมาจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกว่าตนจะขับมาถึงดีเอสไอก็ใช้เวลานานเหมือนกัน แม้บางคนจะเห็นว่าวันนี้ตนจะมีคอนเทนต์อะไรมาก็แล้วแต่ แต่ตนอยากให้พี่น้องประชาชนสนใจคอนเทนต์แค่ 30 ถึง 40% ก็พอ เพราะอยากให้สนใจเนื้อหาที่มากกว่าคอนเทนต์ถึง 70% และตนอยากบอกว่า ทุกอย่างมันถูกเซ็ตจัดขึ้นมาได้ เราแค่มีการตั้งกล้องไว้ตามจุด หรือแม้กระทั่งการเอาคนตายมาทำคอนเทนต์ ก็ยังทำได้เลย ซึ่งทุกอย่างมันสามารถทำได้หมด แต่ตนอยากให้ประชาชนที่ติดตามข่าวมาโฟกัสถึงเนื้อหาดีกว่า โดยเป็นเนื้อหาที่ตนทำมาเมื่อ 2 วันที่แล้ว ที่ตนได้ช่วยเหลือคนตาบอดให้ได้รับโควตาหวย แล้วก็วันนี้ที่ขอให้มีการตรวจสอบมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ ในเรื่องของความสุจริต เพราะต้องบอกว่าตอนนี้ข้อมูลหลั่งไหลมาจากคนใกล้ตัวนายกันทั้งนั้น และถ้ามันเป็นจริงอย่างที่สายข่าวของตนรายงานมา เราก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน ถ้ามันเป็นจริงก็ไม่ต่างจากองค์กรอาชญากรรม เพราะมันมีทั้งให้คนที่มาทำงานด้วย แต่ไม่จ่ายเงินเดือนเป็นการโอน แต่ให้จ่ายเป็นเงินสดแทน เพื่อไม่ให้มีเส้นทางการเงินติดต่อกัน
นอกจากนี้ ยังมีการหาบัญชีม้าที่เป็นของญาติพี่น้องพ่อแม่ปู่ย่าตายาย โดยซื้อมาในบัญชีราคาละ 5,000 บาท เพื่อให้รับโอนเงินเข้ามา ซึ่งหากมันเป็นเงินที่ถูกกฎหมายก็คงไม่เป็นอะไร แต่มันคงไม่ธรรมแน่นอน และตนฝากถามนายกัน จอมพลัง ไว้เลยว่า ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว รู้จักใช่หรือไม่ และที่ชอบบอกว่าคนไหนไม่เกี่ยวกับเว็บพนันว่าเขาไม่เกี่ยวข้อง เพราะอะไร เพราะตัวเองไปมีส่วนในการวิ่งเคลียร์คดีให้เขาหรือไม่ อย่างไรก็ดี ตนมีหลักฐานในเรื่องของเงิน 10 ล้านบาทที่ถูกโอนเข้าบัญชีเลขานุการของภรรยานายกัน อย่าตกใจ หรือร้องไห้ไปก่อน เพราะวันนี้ตนเอาหลักฐานทั้งหมดมามอบให้ดีเอสไอแล้ว

ทนายตั้ม เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ สิ่งที่คุณพยายามพูดตลอดว่าพร้อมให้ตรวจสอบ ตนอยากถามว่าจะให้ตรวจสอบอย่างไร ในเมื่อมีคนถามไปคุณก็บล็อก แถมยังไม่เคยเอาเอกสารมาชี้แจงเลย หรือแม้เอาเอกสารมาชี้แจง คุณก็ห้ามทุกคนเปิดเผย ตนจึงอยากให้คนที่รัก กัน จอมพลัง เปิดใจมาฟังตนและกระตุกฟังสักนิดว่าบัญชีของมูลนิธิฯ มันไม่ใช่แค่แสดงว่ารับและจ่ายเท่าไร แต่ถ้าจะดูเรื่องการทุจริต จะดูแค่เงินเข้าออกเท่าไรไม่ได้ แต่ต้องดูว่าเงินมีการโอนออกไปให้บริษัทใดหรือไม่ แล้วได้รับส่วนต่างกำไรเท่าไร อย่างไร แล้วเงินก้อนนี้ท้ายสุดย้อนมาที่คนใกล้ตัวของนายกันเองหรือไม่ เราต้องตรวจแบบนี้ ส่วนในเรื่องของชุดเกราะ ตนสังเกตว่านายกัน ยังไม่มีปัญญามาตอบเลย เพราะคุณไม่กล้าตอบใช่หรือไม่ เพราะตอบอย่างไรก็ตอบไม่ได้อยู่แล้ว อีกทั้งเรื่องชุดเกราะ Level 4 เขาขายกัน 6,990 บาท มีทั้งหน้า-หลัง แถมถ้าสั่งผลิตจากเมืองจีนยังถูกกว่านี้อีก อาจจะราคา 2,000-3,000 บาทเท่านั้น แต่คุณเอามาโชว์ติ่งของตัวเองว่าซื้อมาแค่ 6,000 บาทเอง และยังอ้างการเป็นบุญคุณแก่ประเทศชาติอีก แต่ 6,000 บาทนี้มันเป็นกรอบแค่ด้านเดียว แต่แพงกว่ากว่ากันเท่าตัว
รวมถึงยังพบว่ามีการไปรีวิวให้บริษัทอีกว่ารับทำ จนอยากรู้ว่ารับทำกี่ตัว และรับมาจากจีนอีกกี่ตัว ไม่ใช่ว่ารับทำทุกตัวใช่หรือไม่ อยากให้ตอบคำถามนี้ก่อน คุณอย่าเบี่ยงเบนว่าจะไปทำความดี ถ้าคุณจะทำคุณก็ทำไป แต่การทำความดีต้องตรวจสอบได้ ไม่ใช่ว่าเอาเงินของประชาชนมาทำให้มันดำมืดแล้วไม่สามารถตรวจสอบ ทั้งนี้ การจะมาบอกว่าตัวเองเป็นคนดีแบบนี้ไม่ถูกหรอก เพราะตนก็ไม่เคยได้บอกว่าตัวเองเป็นคนดี และกล้าบอกเลยว่าตนเป็นคนเลว ทั้งที่เมื่อก่อนก็ทำความดี แม้คนชอบมาถามว่าทนายตั้มเคยทำอะไรบ้าง ตนอยากให้คนที่ติดตามตนมานานรบกวนช่วยทำสกู๊ป หรือรีวิวให้ตนหน่อยว่าที่ผ่านมา ตนเคยทำเคสไหนมาบ้าง ที่สำคัญคือตนไม่เคยไล่ต่อยตีกับเด็กแว๊นหรือเด็กสก๊อยส์เลย
ทนายตั้ม เปิดเผยอีกว่า แล้วที่นายกันชอบไปอวดอ้างถึงแก๊งเด็กวัยรุ่น ว่า “มารังสิตมึงกล้ามาไหม” โอ้โหแม่งโคตรเก่งเลย แล้วทำไมทีนี้ต้องมาเจอกับตน ทางนายกันกลับเงียบกริบ ไม่เหมือนนายกันคนเก่าเลย และตนอยากบอกว่าการรับบริจาคเอาเงินของคนอื่นมา แล้วมาเป็นนักบุญทุนชาวบ้าน เอาเงินบริจาคชาวบ้านแล้วเอามาใช้ซื้อของแต่สกรีนชื่อตัวเองหมดเลยว่า “กันจอมพลังช่วยสู้” ตนอยากถามว่ากรณีของ “หนุ่ม กรรชัย” ที่บริจาคที 1-2 ล้านบาท เคยเห็นเขาเอาไปสกรีนชื่อหรือไม่ มันไม่เคยมีใครทำแบบนั้นหรอก พวกนี้เขาทำความดีโดยที่ไม่ต้องเอาหน้าหรือไปสกรีนชื่อให้เต็มบังเกอร์หรอก
ทนายตั้ม กล่าวต่อว่า เท่าที่ตนรู้ ตนยังรู้ว่าบังเกอร์ของนายกันก็ได้มาฟรี แล้วไหนจะประเด็นของคนที่เขาส่งทราย ส่งหินให้คุณฟรี เขาอยากจะดูว่าคุณต้องเอารายการพวกนี้ไปรับของบริจาคแล้วไปซื้อที่ไหนอีกหรือไม่ ฉะนั้น วันนี้คุณต้องถูกตรวจสอบแล้วจะมาอ้างไปทั่วไม่ได้ ตอนนี้ประชาชนส่วนใหญ่เขาอยากรู้ความจริงว่า กัน จอมพลัง เป็นคนดี หรือว่าเป็นปีศาจกันแน่ ฉะนั้น ขอให้ออกมาตอบโต้เลยว่าเสื้อเกราะของคุณ ทำไมมันถึงแพงกว่าชาวบ้านเขา แล้วมีการจ่ายเงินค่าอะไร อย่างไรบ้าง เพราะว่าตนจะให้ทางดีเอสไอตรวจสอบต่อเลยว่าบริษัทนั้นเป็นนอมินีของคุณหรือไม่

ทนายตั้ม กล่าวอีกว่า ส่วนคลิปลับที่วันนี้ตนเอามามอบให้กับดีเอสไอ มันคือรายละเอียดซึ่งเกี่ยวกับการทำงานของนายกัน จะสังเกตว่าเวลานายกันไปทำงานลงพื้นที่ จะใช้รถ 3 คัน คันแรกคือคันของนายกันเอง ส่วนคันที่ 3 คือ คันสำคัญ เพราะเป็นคันของบอดี้การ์ด โดยสายข่าวกระซิบบอกตนว่า คันที่ 3 นี้ จะเป็นทีมที่ไปคอยรับเงินต่าง ๆ เพื่อไม่ให้นายกันต้องจับเงินโดยตรง ส่วนวันนี้ตนได้ประสานเรื่องรายชื่อพยานและหลักฐานที่ขอให้ดีเอสไอเชิญมาสอบถามข้อมูล
แม้ตอนนี้มันเริ่มมีการข่มขู่พยานเกิดขึ้นแล้ว เพราะพยานบอกว่ากลัวคนนี้มาก (กลัวนายกัน จอมพลัง) เพราะรู้ว่าเขาทำอะไรได้บ้าง และคอนเน็คชั่นของเขาถึงแทบจะทุกหน่วยงานเลย ไม่ว่าจะกระทรวงมหาดไทย ยกตัวอย่างวันนั้นที่ตนไปที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อยื่นเอกสารตรวจสอบ ก็ปรากฏว่ามีคนติดต่อมาหาตนเอง อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย หากมีข้อมูลอะไรส่งให้เขาได้เลย แล้วเขาจะประสานผู้ใหญ่ให้ แต่ตนไม่รู้จักเจ้าหน้าที่รายนี้ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนส่งข้อความมาเตือนตนว่าคนนี้คือคนที่ส่งข้อมูลให้นายกัน จอมพลัง มาโดยตลอด ดังนั้น เรื่องตรวจสอบที่นายกันบอกว่า กล้าให้หน่วยงานตรวจสอบ ก็เพราะว่าอะไร ก็เพราะว่าหน่วยงานล้วนมีแขนขาของนายกันเยอะไปหมด
ทนายตั้ม เปิดเผยอีกว่า ตนอยากถามนายกันว่า นายกันรู้จักและจำร้านทองบางแสนได้หรือไม่ ตนขอบอกแค่นี้ เพราะอาจจะทำให้เขากลัวขี้แตกแล้วก็ได้ และนอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญเรื่องที่นายกัน ใช้บริษัทกลางไม่ต่ำกว่า 5 แห่งมาใช้รับเงินรับงานแทนบริษัทจริงของเขา ซึ่งพฤติกรรมของบริษัทกลางที่รับงานแทนเหล่านี้ ก็มักใช้รายชื่อของพรรคพวกคนรู้จักไว้ใจกันมานั่งเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น โดยไม่ให้มีชื่อของ กัน จอมพลัง ไปอยู่ในบริษัทนั้น ๆ และเท่าที่ตนติดตามข่าวมา ก็พบอีกว่ามูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ ไม่มีการใช้ชื่อตัวนายกันเองเป็นกรรมการในมูลนิธิฯ เลย แต่เพิ่งจะมาเปลี่ยนตอนหลังเพื่อเซฟตัวเอง

ดังนั้น ถ้าหากมูลนิธิฯ เกิดมีปัญหาในเรื่องของการฟอกเงิน ตัวเขาจะได้ลอยตัว เหมือนเขามีหน้าที่ทำไปเพื่อเอาเงินเข้ามูลนิธิฯ อย่างเดียว แต่พอตอนหลังมาเปลี่ยนเพราะมีข่าวขึ้นมาว่า “กัน จองพลัง” ไม่ได้เป็นอะไรในมูลนิธิเลย แถมยังยกสมบัติทั้งหมดให้มูลนิธิของผู้กองธรรมนัสอีก ชื่อ มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล จากนั้นทราบอีกทีก็คือมีการเปลี่ยนชื่อจากมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล เป็น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์
จากข้อมูลที่ตนได้รับ กรณีที่นายกัน ได้ใช้บัญชีธนาคารของผู้อื่นมาใช้ในการทำธุรกรรม พบว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 บัญชี ซึ่งถ้าหากแยกออกมาจะเห็นได้ว่า คนหนึ่งมีบัญชีธนาคารเข้าไปเกี่ยวข้องถึง 3-4 บัญชี ทราบว่าในตอนทำงานด้วยกัน คงจะมีการขอน้อง ๆ ว่าขอใช้บัญชีธนาคาร จึงทำให้น้องยังไม่รู้เรื่องและเกิดความไว้วางใจให้ใช้ ทั้งนี้ พบด้วยว่า แค่ 1 บัญชีธนาคาร ก็มีคนโอนเงินเข้าไปถึงหลักล้านบาทในคืนเดียว และถูกธนาคารอายัดเงินไว้ ก่อนที่ต่อมาจะมีการทำเรื่องปลดอายัดได้ ซึ่งกรณีแบบนี้ถือเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติหรือไม่ ธนาคารจึงอายัดไว้ในตอนแรก
ทนายตั้ม เปิดเผยอีกว่า ส่วนการทำเสื้อเกราะจะต้องรับใบอนุญาตจากภาครัฐ หรือต้องมีหน่วยงานรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องเอื้อประโยชน์หรือไม่นั้น การได้ใบอนุญาตมันเกี่ยวกับการทำธุรกิจของเขาอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะขอใบอนุญาต ส่วนของรัฐจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องส่วนต่างและการหลอกลวงหรือไม่ ตนมองว่าอาจจะยังไม่ถึงขั้นนั้น ถ้าทีมงานนายกัน หรือทีมงานของใครก็แล้วแต่ ไปข่มขู่คุกคามพยานในเรื่องนี้ ตนจะมีการคัดค้านการประกันตัวในตอนท้าย ถ้าคุณถูกดำเนินคดี และอย่าแม้แต่จะเข้าไปใกล้บ้านของพยานแต่ละคน เพราะตนเกรงว่าหลักฐานที่เอามาให้ดีเอสไอวันนี้ มันมีรายชื่อพยานและชื่อบริษัทนิติบุคคลต่าง ๆ เนื่องด้วยพยานเห็นถึงความผิดปกติของมูลนิธิฯ ในการเอาบัญชีของพ่อแม่เขาญาติเขาไปใช้
“โดยเฉพาะมีน้องคนหนึ่ง ได้ไปตรวจสอบบัญชีพบว่าเงินเข้าหลาย 100,000 บาท จึงกลัวว่าเป็นเงินผิดกฎหมายหรือไม่ กลัวว่าจะถูกคดีหรือไม่ น้องคนนี้จึงไปคุยกับเพื่อนว่าจะไม่ทำงานที่นี่แล้ว และตนขอย้ำว่าก่อนที่ตนจะคุยกับใคร ตนต้องเช็คก่อนว่าคนนี้ทำงานกับนายกันจองพลัง จริงหรือไม่ อนึ่ง ข้อกล่าวหาที่ตนมาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนาย กัน จอมพลัง ในวันนี้ คือ ฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน เป็นต้น และขอให้ดีเอสไอตรวจสอบว่ายังมีความผิดอย่างอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้ามีผิดเพิ่มเติมก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อได้” ทนายตั้ม กล่าว




