ปิดทองหลังพระ ขับเคลื่อนงานภาคกลาง เปรียบผจก.ภาคเป็นแม่ทัพ แปลงนโยบายส่วนกลางสู่ปฏิบัติจริง ชู “โมเดลแก้ภัยแล้ง” ที่โป่งลึก บางกลอย จ.เพชรบุรี ระบบไมโครกริดรอดเอลนีโญ
เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายกฤษฎา บุญราช ประธานคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวระหว่างเป็นประธานประชุมผู้บริหารพบปะผู้เชี่ยวชาญและพนักงานสำนักงานบริหารกลางและสำนักงานภาคกลาง ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ว่า ภาพรวมงานสถาบันฯเป็นไปด้วยดี เห็นได้จาก2 กรม คือ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และกรมพัฒนาที่ดิน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงประสานงานให้แก้ปัญหาซ่อมแซมแหล่งน้ำชุมชนขนาดเล็ก และยังคงเงินอุดหนุนทั่วไปจากส่วนราชการตามมติครม. เพราะพนักงานในสถาบันฯทุกคนเข้าใจงานและลงมือกันไปทำ ให้รักษาความดีนี้ไว้

นายกฤษฎากล่าวว่า สำหรับหลักการประสานงานและอํานวยความสะดวก เพื่อให้หน่วยงานรัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชน มาทํางานร่วมกันโดยน้อมนําแนวพระราชดําริและหลักการทรงงาน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีถึง 23 ข้อ และปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” มาปรับใช้ให้เหมาะในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนของตนเอง สร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และให้มีรูปแบบการบริหารส่วนกลางกับหน่วยงานในพื้นที่ แบบ “การทำงานไร้รอยต่อ” และมีความรักความสามัคคี

นายกฤษฎากล่าวว่า จากการที่สถาบันได้มอบอำนาจให้ผู้จัดการภาคสามารถบริหารงานทุกด้านในพื้นที่รับผิดชอบ ผู้จัดการภาคจะต้องพัฒนาศักยภาพตนเองให้เป็นผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพ แสวงหาความรู้ข่าวสารทันสมัย รอบรู้ในด้านการบริหาร “งาน-งบ-ระบบ-คน” มีภาวะความเป็นผู้นำ และมีบทบาทนักบริหารที่สำคัญ ทั้งบริหารงาน บริหารคน ,ประสานงานทุกภาคส่วน ,จัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงาน และประชาสัมพันธ์ผลงานที่ได้ดำเนินการ นอกนี้ ผู้จัดการภาค พนักงาน เจ้าหน้าที่ทุกคน จะต้องพัฒนาทักษะที่สำคัญในการทำงาน ได้แก่ นักประสานงานที่ดี ประสานงานได้ทุกระดับ,นักสื่อสารที่ดี สามารถสื่อสาร พูดคุยงาน ภารกิจ ให้ผู้เกี่ยวข้อง เข้าใจได้โดยง่ายและถูกต้อง และประชาสัมพันธ์งานของสถาบันได้,นักปฏิบัติที่ดี เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ปฏิบัติในภาคีเครือข่ายการทำงาน และราษฎร ที่มาร่วมทำงานกับสถาบัน “ทำถูก ทำจริง ทำแล้วได้ประโยชน์” ปฏิบัติงานภายใต้การวางแผน ขั้นตอน และวิธีการทำงานที่ชัดเจน ผลงานที่เกิดขึ้นมีความเป็นรูปธรรม ตรวจสอบย้อนกลับได้ สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชน อย่างแท้จริง และให้พึงระลึกอยู่เสมอว่า งบประมาณการทงำนของสถาบันส่วนใหญ่ ได้รับการสนับสนุนจากส่วนราชการ และเป็นงบประมาณแผ่นดิน หรือแม้แต่เป็นการสนับสนุนจากภาคเอกชนก็จะมีระบบการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณและประสิทธิภาพของการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ดังนั้น การใช้จ่ายงบประมาณของสถาบันจะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส และพร้อมรับการตรวจสอบได้เสมอ
ด้านนายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองประธานกรรมการสถาบันฯ กล่าวว่า ผู้จัดการภาคเป็นเสมือนแม่ทัพในภูมิภาค รับนโยบายจากส่วนกลางแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้เหมาะสมพื้นที่ เป็นนักคิดริเริ่ม ปรับนโยบายส่วนกลางแปลงไปสู่การปฏิบัติ สำหรับพื้นที่ภาคกลาง มีโครงการปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภค บริโภค บ้านโป่งลึก บางกลอย จ.เพชรบุรี มีการแก้ปัญหาระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ หรือไมโครกริด และขึ้นทะเบียนผู้ใช้น้ำพร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารน้ำ เพราะฉะนั้นปลายนี้ถ้ามีปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่นี่มีน้ำใช้ ถือเป็นโมเดลแก้ภัยแล้ง ประชาชนมีน้ำใช้ ขณะที่ นายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ที่ปรึกษาสถาบันฯได้เน้นว่า วัฒนธรรมองค์กรของสถาบันฯคือ ขยัน และซื่อสัตย์




