เปิดประกวดออกแบบสวนแห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์ ย้ำปรับภูมิทัศน์ ไม่ทำลายปวศ.-ประชาชนมีส่วนร่วม โฟกัส ป้อมมหากาฬ ภูเขาทอง วัดสระเกศ โลหะปราสาท วัดเทพธิดาราม พัฒนาคูคลอง-ชุมชน ชัชชาติ ย้ำ เมืองคือคน คนคือเมือง
เมื่อวันที่ 7 กันยายน เวลา 11.00น. ที่ ห้องประชุมชั้น 6 อาคารรำไพพรรณี พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ถนนหลานหลวง กรุงเทพฯ มีการจัดงานแถลงข่าว ‘การประกวดการออกแบบโครงการพัฒนาพื้นที่สาธารณประโยชน์บริเวณป้อมมหากาฬ ภูเขาทอง วัดสระเกศ วัดราชนัดดารามฯ (โลหะปราสาท) และวัดเทพธิดาราม เพื่อพัฒนาคูคลอง คุณภาพชีวิตชุมชนริมคลอง ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ โครงการพระราชดำริ’ ตามพระบรมราโชบาย
โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการ ติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี กรุงเทพมหานคร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการชุมชน วัด รวมถึงภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ดำเนินรายการโดย นางสาวชุติมา พึ่งความสุข ผู้ประกาศข่าวบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลง มีการฉายภาพวิดีทัศน์ภาพยนตร์สั้นชุด ‘สายน้ำแห่งชีวิต ตอน ลมหายใจแห่งสายธาร EP.1’ ผลิตโดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT Public Company Limited
ต่อมาเวลา 11.00 น. ผู้ดำเนินรายการกล่าวความเป็นมาของคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของด้านการค้าและวัฒนธรรที่มีชีวิตชีวาอย่างยาวนาน ได้แก่คลองโอ่งอ่าง คลองบางลำพู คลองคูเมืองเดิม(คลองหลอด) คลองหลอดวัดราชนัดดา คลองผดุงกรุงเกษม และคลองมหานาค ที่รวบรวมความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการ ติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย กล่าวว่า การพัฒนาคูคลองรอบกรุงเทพฯ เป็นการฟื้นฟูประวัติศาสตร์ และศิลปะวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ วิถีชีวิตของคนกรุงฯ ในอดีตผูกพันกับสายน้ำ ในเมืองมีผู้คน มีประวัติศาสตร์ มีวัฒนธรรม คลองเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ซึ่งหากได้รับการพัฒนาพื้นที่ให้สวยงาม ก็สามารถต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้
สำหรับการประกวดครั้งนี้ เป็นการเปิดเวทีประกวดออกแบบพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ให้เป็นพื้นที่สาธารณะคุณภาพ เชื่อมโยงคู คลอง มรดกวัฒนธรรม และชุมชน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างยั่งยืน ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้สังคมไทยมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าของชาติ ผ่านกระบวนการออกแบบที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรม ผังเมืองภูมิสถาปัตยกรรมการอนุรักษ์โบราณสถาน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชน เพื่อเฟ้นหาแนวคิดและแบบออกแบบที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาพื้นที่จริงได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริบททางประวัติศาสตร์ และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
พื้นที่ประกวดครอบคลุมบริเวณ ป้อมมหากาฬ ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดราชนัดดารามวรวิหาร (โลหะปราสาท) วัดเทพธิดารามวรวิหาร รวมถึงพื้นที่ริมคลองรอบกรุงและคลองมหานาคโดยรอบ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม หัวใจของกรุงรัตนโกสินทร์

คณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย คาดหวังว่าการประกวดครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการรวบรวมองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบที่สามารถผสานคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาตามโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบายในการ ‘สืบสาน รักษา ต่อยอด’ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
“เราต้องการให้พื้นที่ตรงนี้มีภูมิทัศน์ที่ดีขึ้นและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจทุกการพัฒนา อุปสรรคหลักคือความเข้าใจ การเปลี่ยนแปลงหรือมีการสร้างอะไรขึ้นมา ความเข้าใจสำคัญที่สุด
พื้นที่โฟกัสคือ ป้อมมหากาฬ ภูเขาทอง วัดสระเกศ วัดราชนัดดารามฯ โลหะปราสาท และ วัดเทพธิดาราม ถ้าเราทำได้ดี ก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ตรงนี้เป็นใจกลางที่มีประวัติศาสตร์น่าค้นหา มีโบราณสถานทรงคุณค่า เราอยากจะปักหมุด ฟื้นคืนคลอง ฟื้นคืนโบราณสถาน ปรับปรุงสภาพพื้นที่ ปรับปรุง Landscape (ภูมิทัศน์) โดยไม่ทำลายประวัติศาสตร์ และเปิดกว้างในการรับสมัครการประกวดนี้” นายอรรถพล กล่าว

ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า เรื่องความยั่งยืนถือเป็นหัวใจสำคัญ สำหรับพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของประเทศ การพัฒนาในระยะยาวจะต้องสามารถรักษาอัตลักษณ์ของกรุงรัตนโกสินทร์ไว้ได้ ทั้งด้านโบราณสถานที่สำคัญและวิถีชีวิตของประชาชน รวมถึงการอนุรักษ์คูคลองตามแนวทางโครงการพระราชดำริ ซึ่งให้ความสำคัญกับการสัญจรทางเรือ
“ในส่วนนี้คิดว่าเป็นหัวใจ เราจะเติบโตไปอย่างไรที่จะรักษาอัตลักษณ์ของความเป็นกรุงรัตนโกสินทร์ไว้ควบคู่กับความทันสมัย เรียกได้ว่าเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอด คณะกรรมการกรุงรัตนโกสินทร์มีบทบาทในการดูแลพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ รวมถึงการดูแลเมืองเก่าในจังหวัดต่างๆ กว่า 30 แห่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบทบาทของกระทรวงฯ ในด้านการอนุรักษ์พื้นที่เมืองเก่าและคุณค่าทางวัฒนธรรม แนวทางสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้มีความโล่งมากขึ้น และลดปริมาณการจราจรที่เข้าสู่พื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีรถโดยสาร รถตุ๊กตุ๊ก และรถประจำทางจำนวนมาก เพื่อจัดระเบียบการสัญจรและเพิ่มพื้นที่สาธารณะ
ยกตัวอย่างพื้นที่ศาลาเฉลิมไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการเปิดมุมมองทางทัศนียภาพให้เห็นความต่อเนื่องของถนนราชดำเนิน รวมถึงบริเวณวัดราชนัดดา การออกแบบพื้นที่ในเกาะรัตนโกสินทร์จำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และบริบทของพื้นที่ ตลอดจนมีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับความสูงและสีของอาคารเพื่อควบคุมให้เกิดความเหมาะสมกับพื้นที่โดยรอบ
ส่วนการพัฒนาระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้า ก็ต้องคำนึงถึงบริบทของพื้นที่เช่นเดียวกัน โดยมีการออกแบบสถานีให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและอัตลักษณ์ของพื้นที่” ดร.รวีวรรณกล่าว

ดร.รวีวรรณ กล่าวว่า ตนคิดว่าสิ่งนี้เป็นความท้าทายสำหรับนักออกแบบ เพราะหัวใจสำคัญของเกาะรัตนโกสินทร์คือการทำความเข้าใจองค์ความรู้และประวัติศาสตร์ต่าง ๆ แล้วนำมาปรับให้เชื่อมโยงกัน ขณะเดียวกันยังต้องคำนึงถึงระบบไฟฟ้า พื้นที่สีเขียว และการอนุรักษ์พลังงานเข้ามาประกอบด้วย ซึ่งผู้ออกแบบต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย
ด้าน พลตรี ปริญ รื่นภาควุฒิ ประจำราชเลขานุการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปฏิบัติหน้าที่โครงการพระราชดำริ กล่าวว่า ในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการมองให้เห็นถึงมิติที่อาจคาดไม่ถึง หรือประเด็นที่หลายคนอาจมองข้าม โดยนอกเหนือจากมิติแรกของการน้อมนำพระบรมราโชบายมาเป็นแนวทางในการทำงานแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน การดำเนินงานต้องพยายามเข้าถึงประชาชน เข้าถึงปัญหา และเข้าใจความรู้สึกของประชาชนอย่างแท้จริง โดยต้องนำหลัก ‘เอาใจเขามาใส่ใจเรา’ มาใช้ในการทำงาน เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจและสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ไปพร้อมกัน
พลตรีปริญ ยกตัวอย่างการพัฒนาคลองเปรมประชากร ว่า จุดเริ่มต้นของการพัฒนาไม่ได้เกิดจากความคิดของผู้ปฏิบัติงานฝ่ายเดียว แต่เกิดจากปัญหาและความต้องการของประชาชน การพัฒนาจึงไม่ควรมองเพียงในมิติของการวางแผนหรือการออกแบบจากส่วนกลาง แต่ต้องเริ่มต้นจากการรับฟังและทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่ เพราะผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ย่อมเป็นผู้ที่เห็นปัญหาและได้รับผลกระทบโดยตรง การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม

จากนั้น เมื่อพิธีกรถามถึงการปรับจากวิถีดั้งเดิมไปสู่สิ่งใหม่ เพื่อพัฒนาเป็นแลนด์มาร์กและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตอบว่า ตนคิดว่ากรุงเทพมหานครมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด อย่างภาพถ่ายภูเขาทอง จะเห็นว่าเป็นจุดที่เรือมาชุมนุมขายของกัน มีพัฒนาการต่อเนื่องมา การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติของเมือง หัวใจคือต้องเอาคนเป็นที่ตั้ง เพราะเมืองคือคน คนคือเมือง
“การที่เรามาคุยกันและบูรณาการทุกภาคส่วนก็เพื่อให้เกิดความเข้าใจ โดยเฉพาะทางชุมชน ผู้ดูแลเรื่องประวัติศาสตร์และเรื่องโบราณสถานต่างๆ ดูแลเรื่องเกาะรัตนโกสินทร์ จุดนี้เป็นจุดที่มีความสำคัญต่อกรุงเทพมหานคร เป็นจุดที่เชื่อมโยงทั้งคลอง วัด ชุมชน ป้อมมหากาฬ และการพัฒนาให้มีคุณภาพชีวิตของคนที่ดีขึ้น เป็นสิ่งที่ดี” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า อนาคตถามว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ต้องบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว เราจะมีรถไฟฟ้า 2 สาย คือรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้และสายสีส้ม ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ เพราะฉะนั้นโครงการนี้จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น วิถีชีวิตชุมชนต้องดีขึ้น ต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พื้นที่สีเขียวต้องเพิ่มมากขึ้น ความปลอดภัยต้องมี การเชื่อมโยงการเดินทางแบบใหม่เพิ่มขึ้น หัวใจคือต้องเอาคนมาเป็นส่วนร่วม เป็นตัวตั้ง
“ต้องดูเรื่องของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ คือคนและชุมชนต้องมีส่วนร่วม เพราะที่ผ่านมายอมรับความจริงเลยว่า เราอาจจะมีคนที่ลำบาก คนไร้บ้านมาอยู่แถวราชดำเนินค่อนข้างเยอะ ต้องหาทางออกว่าจะปรับชีวิตคนไร้บ้านให้ดีขี้นอย่างไร ซึ่งมีการจัดตั้งบ้านอิ่มใจ มีที่พักพิงให้ หางานให้ทำ มีการอบรมให้ความรู้ 2 ส่วนที่ต้องไปพร้อมกัน คือโครงสร้างพื้นฐานและชีวิตของคน ต่อไปจะมีกิจกรรมมากมาย อาทิ ถนนคนเดิน มีการส่งเสริมด้านวัฒนธรรมต่างๆ ความคึกคัก เศรษฐกิจก็จะกลับคืนมา จะมีประโชน์ต่อชุมชนและกรุงเทพมหานครโดยรวม” นายชัชชาติ กล่าว
เมื่อพิธีกรถามว่า เวลาพูดถึงโครงการใดโครงการหนึ่ง คำที่ได้รับความนิยมคือ ‘ยั่งยืน’ ถ้าจะให้ความหมายของความยั่งยืน และทำให้ปรากฏขึ้นจริง อยากเสนอความคิดเห็นนี้อย่างไร ?
นายชัชชาติตอบว่า ความหมายจริงของความยั่งยืน คือการไม่เบียดเบียนทรัพยากรของคนในอนาคต ต้องออกแบบให้ประหยัดและมีประสิทธิภาพ
“คำว่ายั่งยืนพูดกันเยอะ แต่ความหมายจริงคืออะไร ความหมายจริงคือ การที่เราไม่ไปเบียดเบียนทรัพยากรของคนรุ่นต่อไปในอนาคตเอามาใช้ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบพื้นที่สีเขียว การใช้พลังงานสะอาดในพื้นที่ การออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมไม่หรูหราเกินไป เพื่อให้เกิดการยั่งยืนจริง อยู่ได้อย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ” นายชัชชาติ กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจส่งแบบเข้าร่วมประกวด มีคุณสมบัติดังนี้ 1.นิสิต นักศึกษา บุคคล นิติบุคคลและหน่วยงานทั่วไป 2. ส่งผลงานได้ทั้งบุคคลเดี่ยว หรือเป็นทีม 3. ผู้สมัคร 1 คน หรือ 1 ทีม ส่งได้ไม่เกิน 2 ผลงาน โดยมีกำหนดการสมัครเพื่อเข้ารับฟังคำชี้แจงระหว่างวันที่ 15-30 กันยายน โดยระบุจำนวนและรายชื่อผู้เข้าร่วมกำหนดวันรับฟังคำชี้แจง แนวทางการออกแบบและการให้คะแนนแก่ผู้เข้าร่วมประกวดและผู้สนใจ วันที่ 1 ตุลาคม โดยจะแจ้งสถานที่ให้ทราบต่อไป
กำหนดการสมัครและส่งผลงานประกวดผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่ 1-30 ตุลาคม กำหนดวันพิจารณาและตัดสินผลงานภายในเดือนพฤศจิกายน ช่วงเวลาพิจารณาและตัดสินผลงานอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับจำนวนผลงานที่ส่งประกวด
ทั้งนี้ การประกวดมุ่งเน้นการค้นหาแนวคิดการออกแบบที่สามารถสร้างสมดุลระหว่าง ‘การอนุรักษ์’ และ ‘การพัฒนา’ โดยผู้เข้าร่วมประกวดจะต้องนำเสนอรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิด ‘พื้นที่สาธารณะเพื่อประชาชน’ ควบคู่กับการรักษาคุณค่าและอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์
ตลอดจนคำนึงถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การพัฒนาพื้นที่เปิดโล่งสาธารณะการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลอง การส่งเสริมการเดินและการเข้าถึงพื้นที่สำหรับทุกคน การสร้างพื้นที่เรียนรู้และนันทนาการ รวมถึงการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของประชาชนและชุมชนโดยรอบ




