กรมอุทยานฯ เผยผลสำรวจประชากรเสือโคร่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง พบลูกเสือใหม่ 3 ตัวสะท้อนความสำเร็จการลาดตระเวนเชิงคุณภาพและความสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตก
วันที่ 8 กันยายน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับมูลนิธิกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF Thailand) เผยผลการติดตามและสำรวจประชากรเสือโคร่งประจำปี 2569 ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก พบการอยู่อาศัยและการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ โดยมีประชากรเสือโคร่งรวมทั้งสิ้น 14 ตัว สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและประสิทธิภาพของมาตรการคุ้มครองถิ่นอาศัยในพื้นที่ผืนป่าตะวันตกอย่างต่อเนื่อง
นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับรายงานผลการสำรวจและประมวลผลข้อมูลภาพถ่ายจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) จากนายปิยะ ภิญโญ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง การสำรวจในปี 2569 บันทึกเสือโคร่งได้ทั้งหมด 14 ตัว แบ่งเป็นเพศผู้ 8 ตัว เพศเมีย 6 ตัว และที่สำคัญคือพบลูกเสือโคร่งที่เกิดใหม่จำนวน 3 ตัว ได้แก่ รหัส F26 Cub 1, F26 Cub 2 และ F26 Cub 3 ซึ่งเป็นลูกของแม่เสือโคร่งรหัส F26 การพบลูกเสือโคร่งในครั้งนี้เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ยืนยันว่า ผืนป่าอุ้มผางมีความปลอดภัย มีฐานประชากรเหยื่อที่เพียงพอ และมีปัจจัยทางนิเวศวิทยาที่เหมาะสมต่อการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ
จากข้อมูลการจัดเก็บสถิติการติดตามประชากรเสือโคร่งในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน พบว่า ในปี 2563 และปี 2564 บันทึกเสือโคร่งได้จำนวนปีละ 8 ตัว ต่อมาในปี 2565 พบเพิ่มขึ้นเป็น 12 ตัว และในปี 2567 สำรวจพบจำนวน 9 ตัว จนกระทั่งในการสำรวจล่าสุดปี 2569 สามารถบันทึกประชากรได้รวม 14 ตัว โดยมีโครงสร้างประชากรทั้งเสือโคร่งประจำถิ่นที่เคยบันทึกประวัติไว้ ได้แก่ เพศเมีย รหัส F15, F17, F26 เพศผู้ รหัส M26, M31 และกลุ่มเสือโคร่งที่จำแนกลักษณะตัวตนใหม่ อาทิ F unknow 1, F unknow 2, F unknow 3, M unknow 1, M unknow 2, M unknow 3, M unknow 4, MKM32 Y right และ M Unknown KL A ซึ่งการกระจายตัวดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของระบบนิเวศระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางและพื้นที่ป่าอนุรักษ์ข้างเคียงในผืนป่าตะวันตก
สำหรับแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับมูลนิธิกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF Thailand) จะยกระดับมาตรการคุ้มครองพื้นที่อย่างเข้มข้น ทั้งการเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol) เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าและการล่าสัตว์ป่า ควบคู่ไปกับการขยายพื้นที่ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า การพัฒนานวัตกรรมการติดตามประชากร ตลอดจนส่งเสริมงานศึกษาวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับเส้นทางการย้ายถิ่นและการใช้พื้นที่ของเสือโคร่ง เพื่อวางแนวทางคุ้มครองถิ่นอาศัยอย่างยั่งยืน และรักษาความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าอนุรักษ์ต่อไป



