รุทธพล ยันยังไม่พบจนท.รัฐเอี่ยว คดีนักธุรกิจยิว ใช้คนไทยเป็นนอมินี ถือครองอสังหาฯภาคตะวันออก

9.09.26 | 20:09 น.

รุทธพล เผย DSI เตรียมออกหมายเรียก นักธุรกิจชาวอิสราเอล ‘ไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่’ หลังโยงครอบครองทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่าพันล้านบาท

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 9 กันยายน ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 2 โดยเราได้ติดตามผลการปฏิบัติของชุดทำงานทั้ง 7 ชุด จึงใช้เวลาการชี้แจงพอสมควร มีผลการปฏิบัติคืบหน้าไปมาก อาทิ ปัญหาข้อขัดข้องของผู้ปฏิบัติว่า 2 เดือนที่ผ่านมามีข้อจำกัดใดหรือไม่ วันนี้จึงได้ข้อยุติและข้อเสนอแนะหลากหลาย นอกจากนี้ วันนี้ยังมีการหารือเรื่องทุนต่างชาติ (นอมินี) ที่ค่อนข้างสำคัญอย่างมาก จึงใช้เวลาหารือพอสมควร โดยเฉพาะกรณีของชาวอิสราเอลที่เรากำลังพบเป็นปัญหาในตอนนี้


ส่วนกรณี สุสานชาวยิวบางคล้า (Jewish Cemetery Thailand) จ.ฉะเชิงเทรา กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้น จะได้มีการส่งต่อให้ดีเอสไอเป็นคดีพิเศษด้วยหรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพลเผยว่า ได้สอบถามนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ซึ่งแจ้งว่า รมช.มหาดไทย จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบศพต่างๆ ที่ถูกฝังในพื้นที่ว่ามี 3 หรือ 4 ร่าง เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้นว่าแต่ละศพคือบุคคลใดบ้าง ฉะนั้น เนื่องด้วยเป็นสุสาน จึงยังไม่เข้าเกณฑ์เงื่อนไขในการจะรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษแต่อย่างใด

พล.ต.ท.รุทธพลเปิดเผยอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบของดีเอสไอ กรณีเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 3 จุด ในจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 21 ส.ค.69 โดยเฉพาะในอำเภอบางละมุง และพื้นที่พัทยา ซึ่งพบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนักธุรกิจชาวอิสราเอล ชื่อ นายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ โดยพบว่า นายไมมอนครอบครองอสังหาริมทรัพย์และรายการทรัพย์สินจำนวนมากภายในพื้นที่ภาคตะวันออก ว่าจะมีการออกหมายเรียกพยาน หรือหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ว่ามีความคืบหน้าพอสมควร โดยได้มีการประชุมกับคณะทำงานเเล้ว ซึ่งผลการตรวจค้นทำให้ได้เราได้ข้อมูลหลายอย่าง โดยยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย และจะมีการออกหมายเรียกพยานต่อบุคคลให้เข้ามาชี้แจงรายละเอียดตามขั้นตอน เพื่อที่พนักงานสอบสวนจะได้นำไปประกอบการพิจารณาในสำนวนการสอบสวนต่อไป

Advertisement

อย่างไรก็ดี พฤติการณ์ของนายไมมอน มีข้อมูลว่าประกอบธุรกิจและครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในไทยจำนวนมาก แต่ใช้ชื่อคนไทยดำเนินการแทนนั้น เราก็พบว่ามีรายละเอียดจำนวนมาก ขณะนี้ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในสำนวนที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะใช้ดำเนินการตรวจสอบขยายผล จึงขอเวลาให้คณะพนักงานสอบสวนได้ดูอย่างละเอียดสักระยะ อีกไม่นาน ไม่เกินเดือน ก.ย.นี้ จะได้ดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ข้อมูลที่เราพบก็เห็นว่าเขาเกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม คอนโดมิเนียม และสำนักงานกฎหมายด้วย ฉะนั้น สิ่งที่เราเจอก็ล้วนมาจากการตรวจค้น ทำให้พบเอกสารกรรมสิทธิ์ในพื้นที่อื่นอีกด้วย อาทิ พื้นที่ในภาคใต้ เชื่อได้ว่าเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงที่ดีเอสไอจะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่ยืนยันว่าตอนนี้นายไมมอน ยังไม่ใช่ผู้ต้องหาในคดี

พล.ต.ท.รุทธพลเปิดเผยถึงกรณีของ นายโยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์ (แกนนำศูนย์กลางเครือข่ายชาบัดไทย) ที่ปรากฏรายชื่อว่ามีส่วนในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในไทยจำนวนมาก และมีเครือข่ายชาวอิสราเอลทั่วประเทศว่า เรื่องนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเช่นเดียวกัน โดยเบื้องต้นอาจต้องตั้งเป็นเรื่องสืบสวนก่อน แต่ก็ต้องพิจารณาว่าจะรวมเรื่อง หรือแยกรายกรณีอย่างไรบ้าง เพราะเราก็ต้องพิจารณาให้รอบครอบเผื่อเรื่องผลกระทบการลงทุน

พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวด้วยว่า สำหรับมาตรการและแนวทางป้องกัน ยกระดับไม่ให้มีทุนต่างชาติเข้ารุกคืบอสังหาริมทรัพย์ในไทยจนส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของไทย วันนี้เราได้พูดคุยกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งกรมได้ชี้แจงว่าได้ดำเนินการอะไรมาแล้วบ้าง เพื่อป้องกันการจดทะเบียนจัดตั้งรูปแบบบริษัทต่างๆ รวมถึงหารือกับสภาทนายความ เพื่อตำรวจหรือดีเอสไอได้ดำเนินคดีกับทนายความไปกี่ราย เป็นต้น

พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า สำหรับนายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ ที่มีการเปิดสำนักงานกฎหมายในจังหวัดชลบุรีนั้น เราพบรูปแบบการใช้คนไทยมาดำเนินการแทนตนเอง (นอมินี) และพบอีกว่ายังมีธุรกิจอีกจำนวนมากที่เขาเกี่ยวข้อง แต่ยืนยันว่าขอเวลาให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเล็กน้อย ย้ำว่า ยังไม่พบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปให้การช่วยเหลือหรือสนับสนุน เพียงแค่มีพฤติการณ์นำเอานอมินีคนไทยเข้าไปบริหารแทนตนเองในบริษัททนายความ บริษัทรับทำบัญชี โดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเพื่อเข้ามาถือครองที่ดินตรงนี้ อนึ่ง เรายังไม่พบว่ามีตัวการ หรือตัวกลางในธุรกิจต่างๆ ของทุนต่างชาติเหล่านี้ ในแต่ละพื้นที่จังหวัดมีความเชื่อมโยงกัน แต่ยอมรับว่ามีบางขบวนการที่อาจเกี่ยวข้องกัน เช่น บางจังหวัดในภาคใต้กลับพบกรรมการบางส่วนไปมีชื่อถือครองที่ดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเรื่องนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างดูให้ครอบคลุมเพื่อจะได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพร้อมเพรียงกันทีเดียว จึงอาจสรุปในตอนนี้ได้ว่าชาวอิสราเอลในหลายพื้นที่จังหวัดของไทยจะมีความเป็นเครือข่ายรู้จักกัน โดยในเรื่องข้อจำกัดของกฎหมายต่างๆ ของไทย ก็อาจทำให้พวกเขาน่าจะมีบริษัททนายความคนไทย บริษัทบัญชีคนไทยที่คอยให้คำแนะนำได้ จึงทำให้ท้ายสุดก็ไปตั้งบริษัทในที่เดียวกันไปเลย จึงมีความเป็นไปได้ว่ากรรมการบริษัท 1 แห่ง ก็จะไปมีชื่อไขว้เป็นกรรมการของอีกบริษัทได้เช่นกัน

พล.ต.ท.รุทธพลระบุว่า ดีเอสไอจะโฟกัสการตรวจสอบทุนต่างชาติไปที่พื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก ส่วนตำรวจจะเน้นไปที่ภาคใต้ แต่ข้อมูลที่ได้รับ เราจะใช้ประสานกันต่อเนื่อง เพื่อใช้ประกอบการยืนยันการกระทำความผิดต่อไป

พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวถึงกรณี นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งถูกคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอ กองคดีความมั่นคง ออกหมายเรียกพยานครั้งที่ 3 นัดหมายวันที่ 14 ก.ย.69 หากนายสมชาติ ยังคงไม่เดินทางเข้าพบให้ความร่วมมือให้ข้อมูลดีเอสไอ ทางดีเอสไอก็จะมีมาตรการต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 24 ซึ่งก็จะมีโทษทางอาญาตามที่กฎหมายระบุไว้ โดยเป็นการขัดต่อหมายเรียกพยาน และนอกจากนี้ แม้ที่ผ่านมา กองคดีความมั่นคงจะย้ำว่านายสมชาติพยายามแสดงเจตจำนงอยากเข้าให้ข้อมูล แต่เมื่อมีหมายเรียกพยานออกไปก็ไม่เข้ามาพบ ตนก็นำเรียนว่าบางอย่างในเรื่องของทรัพย์สินก็พบว่ามีการขายโอนออกไป หรือไปพบหลักฐานเพิ่มเติมการถือครองที่ดิน เราจึงอยากให้มาชี้แจงดีกว่า เพราะก็ต้องย้ำว่า ส.ส.สมชาติ ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา จึงอยากให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนจะมีทรัพย์สินอื่นใดที่อาจถูกแปรสภาพ หรือผ่องถ่ายในระหว่างที่ ส.ส.สมชาติ ยังคงสถานะพยาน แล้วต้องอายัดไว้ก่อนหรือไม่นั้น เราสามารถติดตามได้แน่นอน เพราะพนักงานสืบสวนติดตามได้ว่ามีการโอนย้ายทรัพย์สินไปที่ไหน อย่างไร หรือไม่

ส่วนการที่ ส.ส.สมชาติ เริ่มสละการครอบครองทรัพย์สิน ก็ถูกมองเป็นเรื่องผิดปกติ จึงอยากให้เจ้าตัวได้เข้าชี้แจงเบื้องต้น ถ้ายังไม่พบประเด็นอะไร พนักงานสืบสวนก็จะให้เวลาในการให้เจ้าตัวได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอยู่แล้ว

พล.ต.ท.รุทธพลเปิดเผยอีกว่า สำหรับนายทุนชาวต่างชาติที่นายสมชาติไปถือครองทรัพย์สินแทนนั้น จะเป็นสัญชาติใดเป็นส่วนใหญ่ก็ขอให้พนักงานสืบสวนเป็นผู้ชี้แจงแทน และขอใช้เวลาตรวจสอบเพิ่มเติม เพราะทราบว่ามีการจดทะเบียนหลากหลายบริษัท

นอกจากนี้ พล.ต.ท.รุทธพลยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีพิเศษ กรณีการซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต ว่า ไม่เกินสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ทางพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะสามารถสรุปสำนวนส่งอัยการคดีพิเศษได้ ซึ่งปัจจุบันจากหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งสิ้น 47 หมาย มีผู้ต้องหาทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 30 ราย ส่วนนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ และนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ก็ได้เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว ตามข้อหาเดิมที่แจ้งไป