สทป.ร่วมกับ กรมอุทยานฯ ลงนาม MOU ร่วมมือนำเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หนุนดูแลป่าฯ ‘บิ๊กดุลย์’ ชี้ รักษาทรัพยากรของชาติ คือสร้างความมั่นคงให้ปชช.
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กระทรวงกลาโหมเดินหน้ายกระดับการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติครั้งสำคัญ โดย สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยความร่วมมือด้านการสนับสนุนการดูแลพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีป้องกันประเทศไปประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง การป้องกันการบุกรุก และการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

สำหรับพิธีลงนามครั้งนี้ พล.อ.ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.ร.อ.ณัฏฐพล เดี่ยววานิช รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.นภนต์ สร้างสมวงษ์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ นายอำพันธ์ จันทร์เพ็งเพ็ญ รองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยาน
สำหรับการดำเนินงานมีระยะเวลา 5 ปี โดยทั้งสองหน่วยงานจะจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนร่วมกัน เพื่อกำหนดแผนงานและโครงการความร่วมมือเป็นรายกรณี ให้สอดคล้องกับภารกิจ กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง มุ่งให้เกิดการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชาติต่อไป

พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า การดูแลผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการอนุรักษ์เท่านั้น แต่คือการรักษาผลประโยชน์ของชาติ และการสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนในระยะยาว ดังนั้น เทคโนโลยีด้านความมั่นคงที่ประเทศไทยมีองค์ความรู้และขีดความสามารถ จึงสามารถนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อภารกิจของประเทศในมิติอื่น ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม
“เทคโนโลยีที่นำมาใช้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผืนป่า แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นผู้เสียสละและทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งในพื้นที่”พล.ท.อดุลย์ กล่าว

พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ชื่นชมความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน และแสดงความหวังว่า การลงนามในครั้งนี้จะนำไปสู่ การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์ต่อผืนป่า เจ้าหน้าที่ และประชาชนอย่างแท้จริง ตลอดจนเป็นต้นแบบของการบูรณาการศักยภาพด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศเพื่อสนับสนุนภารกิจของภาครัฐและความมั่นคงของประเทศในมิติที่กว้างขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมพร้อมสนับสนุนการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า โดยเชื่อมโยง “ความมั่นคงของประเทศ” เข้ากับ “ความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติและประชาชน” เพื่อร่วมกันรักษาทรัพยากรของชาติให้คงอยู่สำหรับคนไทยและคนรุ่นต่อไป
“ขอให้ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาสร้างความมั่นคง และร่วมกันรักษาทรัพยากรของชาติให้คงอยู่ เพื่อคนไทยและคนรุ่นต่อไป”พล.ท.อดุลย์ กล่าว



