หน้าแรก ในประเทศ กทม.เร่งทำข้อ...

กทม.เร่งทำข้อมูลละเอียด จ่ายเยียวยาท่วมให้ไวสุด หารือ ปภ. ท่วมไม่ถึง 7 วัน แต่กระทบดำรงชีพ ประเมินเป็นเคสๆ

7.10.26 | 14:32 น.

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่บริเวณหน้าห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือและพื้นที่ที่มีน้ำล้อม แต่ระยะเวลาน้ำท่วมไม่ครบ 7 วัน ว่า ขณะนี้ กทม. เร่งรวบรวมข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต เพื่อตรวจสอบระดับน้ำ ระยะเวลาที่ได้รับผลกระทบ จุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง และหลักฐานความเสียหายอย่างละเอียด


“อย่างที่เราเคยคุยกัน ถ้าเป็นทรัพย์สินที่ท่านแสดงได้ว่าท่านใช้ในการดำรงชีพ อันนี้จะมาได้ในฝั่งของกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว และถ้าในกรณีท่านมีความเสียหายอื่นๆที่จะต้องรับได้จากการที่เราไปประเมินมูลค่า ทางฝั่งของกรุงเทพมหานครมันมีหมวดนั้นให้ใช้ได้อยู่แล้ว แต่ความที่เงื่อนไขมันตั้งไว้ที่ 7 วัน ตอนนี้ให้สำนักระบายน้ำดูอยู่ เพราะว่าวันที่ 1 ข้ามวันที่ 2 เป็นวันที่เราเริ่มที่จะเอาน้ำออกจากคลองจั่นที่เป็นบางกะปิได้ ให้เช็กระดับน้ำแท้จริงเลยเพื่อที่จะได้ยื่นอันนี้ไปที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่ายังมีน้ำอยู่จริง แต่มันอาจสามารถเข้า-ออกได้บ้าง แต่ถือว่าเขายังได้รับผลกระทบอยู่ เราสามารถที่จะมีเงื่อนไขบางอย่างได้หรือไม่ ตอนนี้คุยกันอยู่” นางสาวทวิดา กล่าว

นางสาวทวิดา กล่าวว่า เกณฑ์การได้รับเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดระยะเวลาน้ำท่วม 7 วัน ซึ่ง กทม. ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้เอง แต่กำลังหารือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ว่า กรณีประชาชนยังมีน้ำล้อมพื้นที่และได้รับผลกระทบจริง แม้สามารถเข้า-ออกได้แล้วบางส่วน จะสามารถนำข้อมูลระดับน้ำและหลักฐานในพื้นที่มาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมได้หรือไม่

Advertisement

สำหรับประชาชนที่มีทรัพย์สินเสียหาย แม้น้ำท่วมไม่ครบ 7 วัน หากเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการดำรงชีพหรือเข้าหลักเกณฑ์ความช่วยเหลือในหมวดอื่น กทม. ยังสามารถพิจารณาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะตรวจสอบและประเมินความเสียหายเป็นรายกรณี

ขณะเดียวกัน กทม. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลจากหลายระบบ โดยแอพพลิเคชัน ทางรัฐ มีผู้ลงทะเบียนประมาณ 558,000 ราย ขณะที่เว็บไซต์ Claim Bangkok มีการแจ้งความเสียหายประมาณ 57,000 ราย ซึ่งผู้แจ้งส่วนใหญ่แนบเอกสารและรายละเอียดความเสียหาย ทำให้สามารถนำข้อมูลมาจับคู่และตรวจสอบกับข้อมูลของภาครัฐได้

เบื้องต้น กลุ่มผู้แจ้งความเสียหายจำนวนมากอยู่ในพื้นที่เขตลาดกระบัง บางกะปิ และสายไหม กทม. จะเร่งตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว รวมถึงข้อมูลจากการลงพื้นที่ ภาพ CCTV และภาพถ่ายจากโดรน เพื่อให้สำนักงานเขตสามารถรับรองความเสียหายได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เมื่อสำนักงานเขตตรวจสอบและรับรองข้อมูลแล้ว จะส่งต่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการตามขั้นตอน โดยธนาคารออมสินจะเป็นผู้จ่ายเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีประชาชนตามระบบที่กำหนด

“ทางกรุงเทพมหานครจะจับคู่กับตัวเงินที่จะเข้าไปในระบบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยผ่านออมสิน วิธีการคือทางกทม.จะเป็นฝ่ายพิจารณา พอกทม.พิสูจน์เสร็จจะส่งเอกสารฝั่งเราไปว่าเรารับรอง พอเราส่งกลับไปที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่งเข้าออมสิน ออมสินจ่ายได้เลย ออมสินเป็นคนจ่ายตรงเข้าไปที่พร้อมเพย์ เพราะนั้นเงื่อนของมติครม.จะได้ก่อนเพราะว่าระบบมีอยู่แล้วทางออมสินกับทางพร้อมเพย์ของประชาชน” นางสาวทวิดา กล่าว

นางสาวทวิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งช่วยเหลือประชาชนตามมติ ครม. ให้เร็วที่สุด และให้สามารถจ่ายเงินช่วยเหลือได้มากที่สุดภายในสัปดาห์นี้ กทม. จึงเร่งตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีข้อสงสัยเรื่องระยะเวลาน้ำท่วม เพื่อให้ได้ข้อสรุปและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

“วันนี้เราต้องเร่งทำข้อมูลให้ละเอียด ทั้งความเสียหาย จุดที่ยังมีน้ำล้อม ระดับน้ำที่เหลืออยู่ และหลักฐานต่าง ๆ เพื่อนำไปหารือกับ ปภ. ขณะเดียวกัน กลุ่มที่เข้าเกณฑ์ตามมติ ครม. จะเร่งตรวจสอบและดำเนินการจ่ายเงินให้เร็วที่สุด” รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าว