วันที่ 22 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 (ต่อ) โดยมี นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 เป็นประธานในการประชุม
ในตอนหนึ่ง นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง เสนอญัตติขอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการโรงเรียนสังกัด กทม. โดยอภิปราย 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การจัดอาหารกลางวันและนมโรงเรียน, งบประมาณซ่อมแซมโรงเรียน และการดูแลนักเรียนที่ไม่มีสัญชาติไทย

นายสุรจิตต์ กล่าวถึงประเด็นอาหารกลางวันของนักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ว่า ค่าอาหารกลางวันต่อคน รัฐบาลสนับสนุนมื้อเช้า 15 บาทต่อคน มื้อกลางวัน 22 บาทต่อคน กรุงเทพมหานครทำไมสนับสนุนแค่ 3 บาท เกิดอะไรขึ้น โรงเรียนที่มีนักเรียน 101-120 คน มี 40-50 แห่ง ทำไมกรุงเทพมหานครสนับสนุนแค่ 1 บาทต่อคน และความเหมาะสมของเมนูอาหารแต่ละช่วงวัยอยู่ที่ไหน
“ข้าว 25 บาทจะเอาอะไรเยอะแยะ ปลาทอด 3 รส ผัดกะหล่ำปลีแครอทหมูสับ แอปเปิ้ล 1 ซีก ข้าวเสาไห้ หนักกว่านั้นผัดกะหล่ำปลีแครอทหมูสับ ไม่ใช่หมูแต่เป็นไก่ หมูมันแพงเปลี่ยนเป็นไก่เลยไม่มีใครรู้เรื่องหรอก หลักฐานผมมีครบ ทั้งข้าวสวย ไข่ต้ม น้ำพริกอ่อง อนุบาล 1 กินน้ำพริกอ่อง คั่วกลิ้งไก่ ผัดพริกขิงไก่ใส่ผักบุ้ง ไก่ผัดพริกหยวก แกงคั่วหน่อไม้สดใส่ไก่ พะแนงไก่มะเขือเปราะ ลาบไก่ผักสด แกงส้มผักรวมปลานิล ยำไก่ยอวุ้นเส้น ผัดกะเพราไก่ใส่ตับถั่วฝักยาว กินได้เหรอคือมันไม่ใช่เมนูสำหรับเด็กเล็ก เป็นผมผมก็ไม่ทาน คุณภาพเด็กจะอยู่ที่ไหน ทั้งปลาทอดมีแต่แป้ง เนื้อปลามีไม่ถึง 1 ข้อนิ้ว ที่เหลือมีแต่แป้ง นี่คืออาหารของเด็กอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 อายไหม แต่ผมอาย” นายสุรจิตต์ กล่าว

นายสุรจิตต์ กล่าวต่อว่า อาหารแต่ละสัปดาห์สำนักการศึกษาควรจะเป็นคนออกแบบเมนูอาหาร และทุกโรงเรียนควรจะต้องทำเหมือนกันหมด และตั้งแยกชั้น อนุบาล ประถม เมนูอาหารจะต้องแยกกัน ไม่ใช่เมนูเดียว ควรจะแยกให้ชัดเจนแบ่งเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ นักเรียนแต่ละโรงเรียนมีนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามแบ่งเป็นกี่เปอร์เซ็นต์จัดสรรอาหารให้เพียงพอ สำคัญที่สุดควรให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วม
“บางโรงเรียนดีหน่อย ขึ้นเมนูอาหารในเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ช่องทางโซเชียลของโรงเรียน แต่มีอีกหลายโรงเรียนผู้อำนวยการโรงเรียนไม่สนใจ ไม่ขึ้นแล้วจะทำไม ให้เป็นปริศนา พอผู้ปกครองไปเตือนตะหวาดกลับ เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง

สำนักการศึกษาต้องเป็นเจ้าภาพอย่าปล่อยปละละเลย ปล่อยปละละเลยอาหารก็ไม่ได้คุณภาพ ไม่เหมาะสมตามช่วงวัย หากบอกว่ากำลังคนไม่พอ เจ้าหน้าที่ไม่พอก็ให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม ขึ้นตารางเมนูอาหารเลยแต่ละสัปดาห์ ให้ช่วยกันตรวจสอบคุณภาพของอาหารเป็นแบบนี้ ผู้ปกครองเห็นด้วยหรือไม่ คอมเมนต์เลย เมืองที่ดีประชาชนต้องมีส่วนร่วม” นายสุรจิตต์ กล่าว
นายสุรจิตต์ กล่าวต่อไปถึงประเด็นนมโรงเรียน ว่า นมโรงเรียนคุณภาพและรสชาติเป็นอย่างไร เด็กชอบหรือไม่ อร่อยและดีหรือไม่ มีการขายนมโรงเรียนในกทม.เต็มแฟลตฟอร์มไปหมด ลักลอบเอามาขายหรือไม่ ฝ่ายบริหารทราบหรือไม่ มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจของนมโรงเรียน นมโรงเรียนกล่องละ 8.59 บาท เด็กได้รับสารอาหารเท่าไร โปรตีนและแคลเซียมต่อกล่องเท่าไร นมโรงเรียนไม่มีข้อมูลโภชนาการ ข้อมูลโภชนาการตรวจสอบได้ที่ไหน ใครตรวจรับ และมีผลตรวจคุณภาพหรือไม่ งบประมาณชัดเจน ตกกล่องละ 8.59 บาท ข้อมูลโภชนาการก็ควรจะชัดเจนด้วย ตนไม่ได้บอกว่านมโรงเรียนไม่ดี ตนกำลังตั้งเป็นคำถามว่าทำไมไม่มีข้อมูลทางโภชนาการ

“นมเหลือบ้าง ทานไม่หมดบ้าง ทำไมเราไม่ลองทำ 3 ข้อ 1.ปรับขนาดตามช่วงวัย เป็น 100 มิลลิลิตร และ200 มิลลิลิตร 2. เพิ่มความหลากหลายของรสชาติ จะได้เปลี่ยนรสชาติ ไม่ต้องทานรสชาติเดิม นมจืดสนิททั้ง 5 วัน ถ้าบอกว่าจะไม่ดีต่อสุขภาพเด็ก แล้วโดนัทโรยน้ำตาล เค้กแยม กะทิลอดช่อง ที่ให้เขากินเป็นอาหารกลางวัน มันคืออะไร ท่านไม่ได้คำนึงถึงอาหารถึงโภชนาการแล้ว ย้อนแย้งกันไปหมด 3.เพิ่มทางเลือกแบบนมอัดเม็ดและลองประสานเพิ่มฉลากข้อมูลโภชนาการตรงกล่องนมโรงเรียน” นายสุรจิตต์ กล่าว





