สาวผวา จยย.เลี้ยวตัดหน้า บีบแตรเตือน เจอขี่ตามปีนรถทุบกระจก ไหว้ขอโทษถูกชกหน้า รุดแจ้งความแล้ว
จากกรณี เพจ ข่าวคนนท์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ชายรายหนึ่งขวางรถเก๋งคันหนึ่ง โดยมีการปีนหน้ารถ ทูบกระจกรถ ก่อนที่หญิงคนขับรถเก๋งจะเปิดประตูรถออกมาและ “ไหว้ขอโทษ” ชายคนดังกล่าว แต่กลับถูกชกหน้า โดยเพจข่าวคนนนท์ระบุข้อความว่า “ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น แต่คนขับรถเก๋งผู้หญิงยกมือไหว้ขอโทษแล้ว และ ดูหวาดกลัวมาก ทำไมถึงไปทำกับเขาแบบนั้น จุดเกิดเหตุพิกัด ห้าแยกลาดพร้าว”
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม FM91 Trafficpro รายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค.69 เวลา 19.50 น. บริเวณหน้าศูนย์การค้าดังย่านลาดพร้าว โดยผู้เสียหายเป็นหญิงสาว อายุ 27 ปี ได้ขับรถเก๋ง สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนั้นผู้เสียหายได้เล่าว่า ขับมาในเลนทางตรงมุ่งหน้าห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งในขณะกำลังรีบไปทำธุระ ได้มีชายขับรถจักรยานยนต์ไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อขับอยู่เลนหน้าแต่เลยจุดกลับรถ ก่อนจะพยายามหักเลี้ยวขวากะทันหันเพื่อกลับรถ ผู้เสียหายจึงได้บีบแตรเตือนสติว่าไม่ควรอยู่เลนดังกล่าว ซึ่งคู่กรณีก็พยักหน้ารับรู้และพยายามเลี้ยวรถ

ต่อมา หลังจากผู้เสียหายขับรถออก ทางแยกลาดพร้าว เพื่อไปทางจตุจักร ซึ่งในขณะนั้นการจราจรติดขัดบนท้องถนน ทำให้คู่กรณีรายดังกล่าวขับรถตามมาประชิดด้วยความโกรธ ลงมือทุบตั้งแต่ท้ายรถ ถีบ และพยายามดึงประตูรถ พร้อมทั้งตะโกนโวยวายให้ออกมาเคลียร์ เมื่อผู้เสียหายหวาดกลัวไม่กล้าเปิดประตูเพราะเกรงอันตราย คู่กรณีจึงยิ่งบันดาลโทสะหนักขึ้น กระโดดขึ้นไปเหยียบบนกระโปรงหน้ารถ ชี้หน้าด่ากราด และใช้กำปั้นทุบกระจกหน้ารถจนแตก ด้วยความที่กลัวที่ฝ่ายชายจะทำร้ายรุนแรงมากกว่าเดิม ผู้เสียหายจึงได้ตัดสินใจเปิดประตูลงไปยกมือไหว้ขอโทษ แต่หลังจากนั้นฝ่ายชายขับจยย.ก็ได้ใช้หมัดพุ่งเข้ามาชกเข้าที่บริเวณเบ้าตาของเธออย่างแรง 1 ที ก่อนจะเดินหลบหนีไปได้ ส่วนตัวผู้ก่อเหตุ ตนคิดว่ามีอายุประมาณ 30 กว่าปี สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำเงินเข้มและสวมหมวกกันน็อก ปิดใบหน้าอำพราง

หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในอาการหวาดกลัวและได้รับบาดเจ็บที่บริเวณดวงตา ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์ พร้อมทั้งได้ขอกล้องวงจรปิดจากเจ้าหน้าที่เพื่อเร่งตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายเนื่องจากมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีความรุนแรงเกินกว่าเหตุและเป็นภัยต่อสังคมอย่างมาก

