อสส.ตั้ง 9 คณะทำงาน ยกระดับการพิจารณาสั่งคดีให้ถูกต้อง เป็นธรรม คุ้มครองสิทธิปชช.

6.11.26 | 14:12 น.

อสส.ตั้ง 9 คณะทำงาน ขับเคลื่อนการพัฒนากฎหมายและระบบงานอัยการยกระดับการอำนวยความยุติธรรม รักษาผลประโยชน์ของรัฐ และคุ้มครองสิทธิประชาชน

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4 และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า วานนี้ (5 พ.ย.) นายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุด มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานรวม 9 คณะ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายยกระดับการพิจารณาสั่งคดีให้ถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และมีคุณภาพเป็นมาตรฐาน ควบคู่กับการพัฒนากฎหมาย การบริหารงานบุคคลการจัดการองค์ความรู้ และการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อให้องค์กรอัยการสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ตลอดจนตอบสนอง ต่อความต้องการด้านความยุติธรรมของประชาชน

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวว่า การแต่งตั้งคณะทำงานทั้ง 9 คณะของนายโกวิทเป็นการกำหนดกลไกรับผิดชอบการขับเคลื่อนนโยบายในแต่ละด้านอย่างชัดเจน ตั้งแต่การศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาการจัดทำข้อเสนอปรับปรุงกฎหมายและระเบียบ การพัฒนาระบบสนับสนุนการปฏิบัติงาน ไปจนถึงการประสานความร่วมมือและติดตามผล โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้


1.ปรับปรุงกฎหมายหลักขององค์กรอัยการ เพื่อรองรับภารกิจและสภาพการณ์ปัจจุบันแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 และพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 เพื่อศึกษาและทบทวนบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้สอดคล้องกับภารกิจขององค์กรอัยการและรูปแบบการบริหารราชการที่เปลี่ยนแปลงไป

2.ปรับปรุงกฎหมายวิธีพิจารณาคดีทุจริตและคดีค้ามนุษย์ เพื่อเสริมสร้างความเป็นธรรมของคู่ความ แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ โดยศึกษาและวิเคราะห์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการรับรองฎีกาของพนักงานอัยการโดยอัยการสูงสุด ตลอดจนบทบัญญัติและประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้อง

3.ทบทวนและยกร่างอนุบัญญัติ เพื่อให้การบริหารงานมีหลักเกณฑ์รองรับอย่างครบถ้วน แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาทบทวนและยกร่างอนุบัญญัติในความรับผิดชอบของคณะกรรมการอัยการ เพื่อศึกษาและตรวจสอบบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ให้อำนาจออกอนุบัญญัติซึ่งยังมิได้ดำเนินการ ตลอดจนทบทวนอนุบัญญัติที่ใช้บังคับอยู่ให้สอดคล้องกับกฎหมาย สภาพการณ์ และภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุด

Advertisement

4.วางระบบบริหารจัดการเงินจากการแบ่งปันทรัพย์สินและความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณายกร่างระเบียบว่าด้วยการบริหารจัดการเงินที่ได้รับจากการแบ่งปันทรัพย์สินและความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการให้เป็นระบบ มีประสิทธิภาพโปร่งใส และตรวจสอบได้

5.พัฒนาฐานข้อมูล องค์ความรู้ และงานวิชาการ เพื่อสนับสนุนมาตรฐานการพิจารณาสั่งคดี แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการจัดการองค์ความรู้และพัฒนางานวิชาการของสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อรวบรวมตรวจสอบ และจัดหมวดหมู่ข้อมูลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน อาทิ กฎหมาย คำพิพากษา คำวินิจฉัยชี้ขาดความเห็นแย้งความเห็นทางกฎหมาย หนังสือเวียน แนวทางการสั่งคดี ตัวอย่างคำคู่ความ และผลงานทางวิชาการ

6.ปรับปรุงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและกลไกคุ้มครองสิทธิแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาแก้ไขปรับปรุงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ เพื่อศึกษาและทบทวนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการบังคับใช้ให้กระบวนการปฏิบัติงานสอดคล้องกับสภาพสังคมและรูปแบบการกระทำความผิดที่เปลี่ยนแปลงไป

7.ขับเคลื่อนการบังคับคดีเชิงรุก เพื่อให้รัฐได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาอย่างเป็นรูปธรรมแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการรักษาผลประโยชน์ของรัฐด้านการบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่หน่วยงานของรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับคดีแพ่งและคดีปกครอง ให้หน่วยงานของรัฐได้รับเงิน หรือทรัพย์สินตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอย่างครบถ้วนและรวดเร็ว

8.พัฒนาโครงสร้างและกลไกการบริหารงานบุคคลขององค์กรอัยการแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 เพื่อศึกษาและวิเคราะห์บทบัญญัติ ตลอดจนปัญหาและข้อขัดข้องในการบังคับใช้กฎหมาย โดยมุ่งพัฒนาระบบ บริหารงานบุคคลให้สอดคล้องกับหลักการบริหารราชการที่ดี ภารกิจขององค์กรอัยการ และสภาพการณ์ปัจจุบัน

9.ปรับปรุงหลักเกณฑ์เครื่องหมายเชิดชูเกียรติ เพื่อยกย่องผู้ประพฤติดีและผู้ทำคุณประโยชน์ แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยเครื่องหมายเชิดชูเกียรติสำนักงานอัยการสูงสุดพ.ศ.2566 เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์และวิธีพิจารณามอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติให้มีความชัดเจน เหมาะสม โปร่งใสและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเชิดชูเกียรติและภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุด

นายประยุทธกล่าวเพิ่มเติมว่า การตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนภารกิจทั้ง 9 ด้าน เป็นแนวทางในการบริหารงานของนายโกวิทที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนากฎหมายและระบบงานควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร องค์ความรู้ และมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ โดยข้อเสนอและร่างกฎหมายหรือระเบียบที่คณะทำงานจัดทำขึ้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานของสำนักงานอัยการสูงสุดเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการอำนวยความยุติธรรม การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และการรักษาผลประโยชน์ของรัฐอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป