จุติ เผยตีกลับข้อเสนอ ‘ตัดเบี้ยผู้สูงอายุให้แค่คนจน’ ไปศึกษาใหม่ ฝากผู้สูงวัยไม่ต้องกังวล ได้เหมือนเดิม

ยื่นค้านจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย

จุติ เผยบอร์ด กผส.ตีกลับข้อเสนอ ‘ตัดเบี้ยผู้สูงอายุให้แค่คนจน’ ไปศึกษาให้รอบด้านอีกครั้ง หลังภาคประชาสังคมบุก พม.ยื่นหนังสือค้าน ฝากผู้สูงวัยไม่ต้องกังวล ได้เหมือนเดิม

ความคืบหน้ากรณีคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ภายใต้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) เตรียมเสนอผลศึกษาการจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ด้วยเกณฑ์คัดรายได้ขั้นต่ำให้เฉพาะกลุ่มคนยากจน ให้ที่ประชุม กผส.พิจารณา จากปัจจุบันที่จัดสรรแบบถ้วนหน้า ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนั้น

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) มอบหมายให้ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทำหน้าที่เป็นประธานประชุม ซึ่งมีวาระพิจารณาผลศึกษาแนวทางการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตามที่ กผส.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไปนั้น ทั้งนี้ ระหว่างการประชุม ตัวแทนเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ และเครือข่ายสลัม 4 ภาคกว่า 10 คน ได้เข้ายื่นหนังสือเรียกร้อง 4 ข้อ ถึง นายจุรินทร์ เพื่อขอให้ทบทวนกรณีที่คณะอนุกรรมการฯ เสนอแนวทางการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเฉพาะกลุ่มยากจน โดยนายจุติ ได้ออกมาจากที่ประชุมมารับหนังสือด้วยตนเอง

โดย นายสมชาย กระจ่างแสง ตัวแทนเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ กล่าวว่า ตัวแทนภาคประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุมีความกังวลถึงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่มีข่าวระบุจะจ่ายให้เฉพาะบางกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มคนยากจน จากที่ปัจจุบันจ่ายถ้วนหน้า หากเป็นเช่นนั้นถือเป็นการลดสวัสดิการประชาชน ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การจ่ายสวัสดิการให้ประชาชนไม่ควรแบ่งแยกคนจนคนรวย เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซึ่งขณะนี้จ่ายเป็นแบบขั้นบันไดในอัตรา 600-1,000 บาทบางคนยังไม่เพียงพอ เพราะยังต้องบรรเทาความเดือดร้อนถึงคนในครอบครัวทั้งลูกจนถึงหลานด้วยซ้ำ ฉะนั้นควรจัดสรรเป็นบำนาญถ้วนหน้า 3,000 บาทต่อเดือน เพื่อจะได้ให้ผู้สูงอายุมีหลังพิงประทังชีวิต หลังจากนี้เครือข่ายจะรวบรวมข้อมูลและจะระดมกันมาทวงคำตอบที่ชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 30 กันยายนนี้

ทั้งนี้ เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการได้ยื่น 4 ข้อเรียกร้อง ได้แก่ 1.ไม่เห็นด้วยกับแนวทางจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุจากจัดสรรถ้วนหน้า เป็นกำหนดกลุ่มเป้าหมาย 2.ไม่เห็นด้วยในการนำชื่อมาแสดงเพื่อรับเบี้ยยังชีพ เพราะถือเป็นการตีตราความยากจน 3.ได้รับเบี้ยบำนาญตกทอด กับสวัสดิการเบี้ยยังชีพ เป็นสิทธิพึงได้ไม่เป็นการซ้ำซ้อน และ 4.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต้องมีสัดส่วนของภาคประชาชน ไม่ใช่ข้าราชการปลดเกษียณ เพื่อให้การจ่ายเบี้ยใหม่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ

ค้านจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
ค้านจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย

ด้าน นายจุติ กล่าวระหว่างรับหนังสือว่า จะนำข้อเสนอจากเครือข่ายรายงานที่ประชุม กผส.พิจารณา จากนั้นให้สัมภาษณ์ภายหลังกรประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาข้อเสนอของคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่นำเสนอแนวทางการจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุใน 3 แนวทาง โดยพิจารณาจากเส้นแบ่งความยากจน รายได้ และภาษี ขณะเดียวกันยังมีความคิดเห็นที่หลากหลายในที่ประชุม ประกอบกับข้อเสนอที่ตัวแทนเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการและเครือข่ายสลัม 4 ภาคมายื่น จึงเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงวิธีการระบบใดๆ จำเป็นต้องทำด้วยความรอบคอบ ไม่ได้มองแค่มิติกฎหมายเท่านั้น ต้องมองมิติเศรษฐกิจ สังคม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และฐานะการคลังของประเทศ สำคัญต้องยึดประโยชน์ประชาชน

นายจุติกล่าวอีกว่า จึงได้ให้คณะอนุกรรมการฯ รวบรวมข้อเสนอต่างๆ รวมถึงข้อเสนอที่เครือข่ายจะมายื่นเพิ่มเติมวันที่ 30 กันยายนนำไปพิจารณาประกอบทบทวน ก่อนนำเสนอที่ประชุมอีกครั้ง โดยพิจารณาให้รอบคอบโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม การที่บอร์ด กผส.ตั้งคณะอนุกรรมการฯ มาศึกษาปรับแนวทางการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มาจากปัญหาก่อนหน้าที่มีการเรียกคืนผู้ได้รับเบี้ยที่ไปซ้ำซ้อนกับการรับบำนาญ จึงเป็นแก้ปัญหาให้ถูกต้อง ยั่งยืน

ส่วนที่มองว่ารัฐบาลหาแนวทางลดค่าใช้จ่ายบางส่วนลง เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุในอนาคตมีมากขึ้น จะเป็นภาระการเงินประเทศนั้น เป็นเพียงความห่วงใย 1 มิติ แต่ขอย้ำว่า กผส.จะพิจารณารอบด้านให้ครบ 360 องศา และขอย้ำผู้สูงอายุทุกคนอย่ากังวลใจ ทุกอย่างขณะนี้ยังเหมือนเดิม ใครที่ได้อยู่ก็ยังได้รับต่อเนื่อง ข่าวที่ออกมาเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น รัฐบาลรับฟังความเห็นภาคประชาชนเสมอ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม.ให้ทุกระบบราชการปรับปรุงการทำงานให้ทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก และอย่าให้มีช่องว่างระหว่างข้าราชการกับประชาชน เป็นมิติที่ พม.ทำอยู่แล้ว พร้อมรับฟังความเห็นทุกฝ่าย แต่บ้านเมืองก็อยู่ด้วยระเบียบกฎหมาย ฟังเสียงข้างน้อยแต่ก็เคารพเสียงข้างมากเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– จวกเละ! เสนอตัดเบี้ยผู้สูงอายุถ้วนหน้า ให้แค่คนจน อ้างประหยัดงบ ชี้รัฐถอยหลังลงคลอง

– นพ.วิชัยแจงปมเสนอ ‘ตัดเบี้ยผู้สูงอายุ’ ให้แค่คนจน ใช้เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ ยันมีผลเฉพาะหน้าใหม่

– อธิบดี ผส. แจงปมตัดเบี้ยผู้สูงอายุให้แค่คนจน เพิ่งเริ่มหารือ ยันตอนนี้จ่ายถ้วนหน้าตามเดิม

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ เปิดร้านโกลเด้น เพลซ สาขากรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภที่ 11
บทความถัดไปเทศบาลนครแหลมฉบัง ผนึก UTE เดินหน้าโครงการ Smart City วางระบบแพลตฟอร์ม บริหารจัดการเมือง ‘MaxiCity Platform’