ส.ก.วิรัช ห่วง ร.ร.แบกไม่ไหว ภาระค่าไฟพุ่งกว่า 50 ล้าน/ปี-ชี้ ‘ปลูกต้นไม้กรองอากาศ’ ดีกว่า

‘วิรัช’ ส.ก.บางกอกใหญ่ งัดเอกสารแจงค่าไฟพุ่งเพิ่มปีละกว่า 50 ล้าน ชี้โครงการ ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ ควรเริ่มคิดมาจากฐานล่าง ห่วงโรงเรียนแบกไม่ไหว ‘ถูกตัดไฟมืดทั้งโรงเรียน’

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 กันยายน ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนาศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร ส.ก.ทั้ง 50 เขต มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2566

ในช่วงหนึ่งของการประชุม นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณประเภทลงทุน (ค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง) ประจำปีงบประมาณ 2567 ของหน่วยรับงบประมาณ สำนักการศึกษา ส่วนราชการ สำนักงานเลขานุการ เพื่อปรับปรุงห้องเรียนปลอดฝุ่น โรงเรียนชั้นอนุบาล สังกัด กทม. โดยตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณที่ขอเพื่อใช้ติดเครื่องปรับอากาศ ว่าไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่

นายวิรัชกล่าวว่า ตนได้อ่านข้อสังเกตของกรรมการวิสามัญร่างข้อบัญญัติ เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ในข้อ 11 การดำเนินกิจกรรม หรือโครงการต่างๆ ควรประเมินปัญหาอุปสรรค และผลสัมฤทธิ์ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ กทม.กำหนดไว้ และเป็นประโยชน์ที่กรุงเทพมหานครและประชาชนจะได้รับ

Advertisement

“ขออนุญาตเอ่ยนาม จากท่านสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา นางกนกนุช กลิ่นสังฆ์ และนางสาวรัตติกาล แก้วเกิดมี ก็พอสรุปประเด็นต่างๆ ในมุมมองของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยทั้ง 3 ท่านที่กล่าวมารวมถึงผมด้วย

ท่านสุรจิตต์แนะนำปลูกต้นไม้ที่ปลูกง่ายๆ พลูด่าง คนมองข้ามนะ ราคา 5 บาท 10 บาท ถ้าเราเอามาตั้งที่หน้าห้องเรียน มันจะสวยงามมาก ท่านบอกมีต้นกวักมรกต หรือแม้แต่ไทรใบสัก มันเกิดความสวยงาม ผมเข้าใจที่ท่านพูดนั่น คือ กระบวนการในการกรองอากาศ ที่บ้านเราเวลาเปิดแอร์ก็จะมีต้นไทรใบสัก ลิ้นมังกร พลูด่าง เป็นการซับเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำไมเราไม่เอาต้นไม้ ที่สำนักสิ่งแวดล้อมเรารู้ดีอยู่แล้ว มีต้นไม้อะไรที่ซึมซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี และคายออกซิเจน ทำไมเราไม่ทำกระบวนการก่อนที่มันจะเป็นห้องแอร์” นายวิรัชกล่าว

นายวิรัชกล่าวอีกว่า เราทำห้องแล็บขึ้นมาสักห้องหนึ่ง เป็นห้องตัวอย่าง ว่าในห้องนั้นสักห้องหนึ่งมีต้นไม้ 7 8 9 ชนิดตามที่กล่าวมานั้น มันเพิ่มก๊าซออกซิเจนเป็นเท่าไหร่ มันสามารถกรองฝุ่นได้เท่าไหร่ ตนคิดว่ามันน่าจะมีกระบวนการตรงนั้น เพราะเรามีสำนักสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เชี่ยวชาญเรื่องปลูกต้นไม้และตัดต้นไม้ ตนคิดว่ามันน่าจะมีกระบวนการตรงนั้น ก่อนที่จะมาเป็นกระบวนการคิดห้องเรียนปลอดฝุ่นชั้นอนุบาล ในงบประมาณ 200 กว่าล้าน

“สิ่งที่สำคัญที่สุดในขบวนการที่จะเกิดขึ้นตามที่ผมกล่าว มันคือการปลูกฝังเด็กกรุงเทพฯ ที่รู้จักแต่ลูกมะม่วง ลูกขนุนที่ตนเองกิน พอเดินไปให้เขาชี้ว่าอันไหน คือ ต้นขนุน อันไหนคือต้นมะม่วง เด็กจะไม่รู้จักนะ สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันไม่มีอยู่ในการศึกษาที่จะปลูกฝังให้เด็กของเรามีความรัก และผูกพันกับต้นไม้ ผมว่ากระบวนการต่างๆ เหล่านี้มันน่าจะเกิดขึ้นก่อนมีโครงการนี้” นายวิรัชชี้

นายวิรัชกล่าวอีกว่า ตนได้รับข้อมูลค่าไฟมา ปรากฏว่าคิดออกมาเป็นตัวเลขแล้ว เฉลี่ยปี’63 งบประมาณกรุงเทพมหานคร โรงเรียนจะได้รับงบ 2 ส่วน ในเรื่องของค่าใช้สอย และเรื่องของค่าอุดหนุนด้วย ซึ่งสามารถเฉลี่ยจากงบใช้สอยมาจ่ายค่าไฟได้ด้วย ในส่วนที่ไม่ได้เป็นงบอุดหนุน นั่นคืองบประมาณของกรุงเทพมหานคร ในเขตบางกอกใหญ่ ในปี’63 ถือว่าเป็นปีที่มีวิกฤตโควิด ตกทั้งปีก็ประมาณ 1 ล้านกว่าบาท 1,170,000 บาท ทั้งปี เฉลี่ย 12 เดือน กับ 97,000 บาท คิดเฉลี่ยค่าไฟแต่ละโรงเรียนในปี’63 เท่ากับ 8,128 บาท

นายวิรัชกล่าวอีกว่า ในปี 2564 ค่าไฟเพิ่มขึ้นมาเป็น 1,200,000 บาท เอา 6 หาร ตกโรงเรียนละ 2 แสนกว่าบาท เฉลี่ยเดือนละ 16,000 บาท ในปี’65 เฉลี่ยนออกมาแล้วเดือนละ 16,000 บาท 6 โรงเรียนเมื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่ายแต่ละปีแล้ว ก็จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย ภาระที่โรงเรียนต้องจ่ายให้การไฟฟ้านครหลวง คือ 14,000 บาท หรือมีค่าใช้จ่ายประมาณวันละ 500 บาท

“นี่ถือว่าเฉลี่ยนะ บางโรงเรียนมีนักเรียนไม่ถึง 100 คน บางโรงเรียนอาจจะ 500 คน บางโรงเรียน 200 กว่าคน นี่เฉพาะเขตผมเล็กๆ แล้วถ้าไปเขตบางแคของท่านประธาน ไปเขตคลองสามวา เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ทั้งโซนตะวันออก จะมีจำนวนประชากรนักเรียนสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายมันก็จะสูงขึ้น

แม้แต่ฝั่งตะวันตก เขตบางบอน บางขุนเทียน ค่าไฟของแต่ละโรงเรียนมันก็จะสูงตามจำนวนนักเรียนและตามจำนวนห้องเรียน นี่ยังไม่ได้รวมถึงกรณีที่ท่านจะติดแอร์นะ และหมายความว่าเบิกค่าไฟได้ 40 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้สอย ถ้าเกินตรงนี้ไปค่าใช้จ่ายส่วนอื่นก็จะถูกตัดมาจ่ายค่าไฟ ซึ่งถ้าไม่จ่ายค่าไฟการไฟฟ้านครหลวง เขาก็จะมาตัด ก็ไฟดับกันทั้งโรงเรียน” นายวิรัชชี้

นายวิรัชกล่าวอีกว่า กรณีเขตของตนเป็นเขตเล็กๆ ตกโรงเรียนจ่ายวันละ 500 บาท ยังไม่พูดถึงห้องแอร์ห้องผู้บริหาร ห้องสมุด ห้องอะไรต่างๆ ที่ติดตั้งกัน หรือไฟฟ้าให้แสงสว่างทั่วไปๆ พอมาดูจากสถิติที่เราจะดำเนินการตามโครงการห้องรียนปลอดฝุ่นชั้นอนุบาล ทั้ง 6 กลุ่มเขตนั้น รวมตัวเลขที่เราจะต้องดำเนินการปรับปรุงห้อง ทั้งหมด 1,743 ห้อง คูณด้วย 2 (จำนวนแอร์ 2 ตัวต่อห้อง) เท่ากัน 3,486 เครื่อง หากสรุปเป็นตัวเลขค่าใช้จ่ายผูกพันตามงบประมาณ ในส่วนโครงการนี้เฉลี่ยแล้ว ตกปีละประมาณ 50 ล้านบาท เป็นภาระด้านงบประมาณของกรุงเทพมหานคร

“เงิน 50 ล้านบาทนั้น เปรียบเทียบไม่ได้กับชีวิตและความปลอดภัยของลูกหลานของเรา ผมให้ความสำคัญตรงนั้นมากกว่า ให้ความสำคัญกับเด็กที่เขาต้องรับฝุ่นละออง ผมไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก่อนที่ท่านจะคิดถึงขั้นตอนนี้ มันต้องมาจากข้างล่าง มาจากโรงเรียน มาจากสำนักงานเขตเป็นคนคิด ก่อนที่จะคิดตรงนี้เราก็ต้องหาวิธีการที่จะป้องกันทางกายภาพ โดยที่เด็กไม่ต้องเข้าไปอยู่ในห้องแอร์ได้หรือไม่ แต่ถ้าเอา 2 ส่วนนี้มาบวกกัน ผมคิดว่ามันจะเกิดประโยชน์ต่อเด็กในกรุงเทพมหานครเป็นอย่างยิ่ง นี่คือประเด็นที่ผมจะนำเสนอ ว่ามันเป็นภาระจริงๆ” นายวิรัชเผย

นายวิรัชกล่าวอีกว่า พวกตนไม่ได้ปฏิเสธ เงินค่าไฟ หรือค่าใช้จ่ายที่เราจะติดตั้ง 200 กว่าล้านบาทนี้ แต่ยังมีค่าไฟที่จะเพิ่มขึ้นมาอีกปีละ 40-50 ล้านบาท เปรียบเทียบไม่ได้ กับชีวิตและความปลอดภัยของลูกหลานเรา ที่เรียนอยู่ในชั้นอนุบาล รวมถึงได้ยินมาว่าจะรับเด็กมาจากศูนย์เด็กเล็กเข้ามาสู่ระบบของเรา เป็นเรื่องที่ต้องมีภาระตามมาอีก

“คงต้องติดแอร์ก่อน เพราะมันเป็นห้องเรียนปลอดฝุ่น เด็กอนุบาล เด็กที่มาจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ก็ต้องมีภาระค่าใช้จ่าย ไม่ได้ว่าอะไรนะ เพียงแต่ว่าเราคิดมาจากข้างล่างดีไหม จะมีข้อมูลพื้นฐานที่ดีกว่านี้ และอาจจะมีการใช้งบประมาณที่น้อยกว่านี้ หรือเยอะกว่านี้ ผมเชื่อมั่นว่าในสภาแห่งนี้ยินยอม” นายวิรัชกล่าว

นายวิรัชกล่าวอีกว่า ก่อนอื่นนั้นผมขอให้ท่านดำเนินการตามนโยบายของท่านผู้ว่าฯ ไม่ว่าจะเป็น Green Area พัฒนาพื้นที่ปลอดฝุ่นด้วยต้นไม้ สำหรับพื้นที่เปิด อันนี้เป็นเรื่องที่พวกเราไม่ได้ปฏิเสธในโครงการของท่าน แต่ตนปฏิเสธวิธีการในการเดินทางมาเป็นก้อนเม็ดเงินของกรุงเทพมหานคร และโครงการนี้

“ผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมขอตัด” นายวิรัชกล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image