สธ.เปิดศูนย์เทเลคอนซัลต์ทุกเขตสุขภาพ ช่วยเด็กพัฒนาการล่าช้าเข้าถึงการรักษาเร็ว
วันนี้ (11 มกราคม 2567) ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือ โรงพยาบาล (รพ.) เด็ก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานในพิธีมอบของขวัญวันเด็ก 2567 กระทรวงสาธารณสุข “การแพทย์ทางไกล เพื่อพัฒนาการสมวัยของเด็กไทยทุกคน” ภายใต้ความร่วมมือ กรมการแพทย์ กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมเปิดการประชุมวิชาการพัฒนาการเด็กแห่งชาติ และเปิดศูนย์เทเล คอนซัลต์ (Tele consult) ด้านพัฒนาการเด็กระดับชาติ สถาบันสุขภาพเด็กฯ ร่วมกับเขตสุขภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์ ผู้บริหาร และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า รัฐบาลโดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ว่า “มองโลกกว้าง คิดสร้างสรรค์ เคารพความแตกต่าง ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย” ซึ่งถือเป็นคำขวัญที่สอดคล้องกับบริบททางสังคมในอันที่จะร่วมกันพัฒนาเด็กไทยของเราให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ด้วยวิธีคิด วิธีมองโลกอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการเคารพความแตกต่างของมนุษย์ ซึ่ง สธ.ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กไทยทุกคนเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมพัฒนาการตามวัย มีเป้าหมายให้เกิดบริการที่เท่าเทียมกันทุกพื้นที่ มีการยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มอัตราการเกิดของเด็กคุณภาพ

รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สธ.ได้พัฒนาระบบเฝ้าระวังและคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้วยคู่มือ DSPM แต่ก็พบว่า มีเด็กจำนวนหนึ่งที่คัดกรองพัฒนาการแล้ว สงสัยว่าเด็กมีพัฒนาการที่ล่าช้า แต่ไม่สามารถเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษาตามมาตรฐานได้ในเวลาที่เหมาะสม เป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน สธ.และหน่วยงานในสังกัด อาทิ กรมการแพทย์ กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จึงได้ร่วมกัน จัดตั้งศูนย์เทเล คอนซัลต์ ด้านพัฒนาการเด็กระดับชาติ เพื่อให้เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีมาตรฐาน ได้รับการวินิจฉัยและเข้าสู่กระบวนการรักษาทันท่วงทีด้วยการแพทย์ทางไกล และมีระบบส่งต่อที่ดีหากมีความจำเป็นต้องส่งตัวเด็กมารักษาใน รพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป รพ.จังหวัด ต่อไป

ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า จากข้อมูล Health Data Center ของ สธ. พบว่าระบบเฝ้าระวังและคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย ในปี 2561-2565 มีเด็กที่ได้รับการคัดกรองพัฒนาการสงสัยล่าช้า แต่ยังคงไม่สามารถเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษาตามมาตรฐาน เฉลี่ยมากกว่า 7,000 คนต่อปี เนื่องจากพื้นที่ห่างไกล
ขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กและการวินิจฉัย ตลอดจนระบบการส่งต่อมีช่องว่างทำให้ใช้ระยะเวลานานและมีค่าใช้จ่าย ซึ่งศูนย์ฯ นี้ จะเข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาขีดความสามารถด้านการให้บริการทางการแพทย์ที่ซับซ้อนแก่โรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ห่างไกล ด้วยระบบบริการที่ไร้รอยต่อ

พญ.อัมพร กล่าวว่า กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กฯ เล็งเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดูแลรักษาผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ผ่านระบบเทเล คอนซัลต์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับบริการด้านสาธารณสุขจากบุคลากรผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมทั้งเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัย การรักษา และติดตามผลการรักษา ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ซึ่งได้บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายสุขภาพ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมและเกิดความยั่งยืน

