กลุ่มพัฒนาแรงงานฯ จี้ไดกิ้นยุติปิดงานงดจ้าง เปิดเผยผลประกอบการ ย้ำข้อเรียกร้อง ‘สหภาพ’ ไม่เกินเลย

4.12.25 | 23:03 น.

กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก แถลงประณามไดกิ้น จี้ยุติปิดงานงดจ้าง-แถลงผลประกอบการ ร่วมยืนยันข้อเรียกร้อง ‘สหภาพแรงงาน’ ไม่เกินเลย เรียกร้อง รมว.ลงมาดูแลเอง

จากกรณีบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ออกหนังสือลงวันที่ 4 ธันวาคม 2568 แจ้งสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรีและพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจังหวัดชลบุรี ระบุใจความสำคัญถึงการยุติการเจรจาข้อพิพาทแรงงาน และการดำเนินการใช้สิทธิปิดงานงดจ้าง

โดยระบุว่า บริษัทได้รับข้อเรียกร้องจากสหภาพแรงงาน จำนวน 2 ฉบับ (ฉบับลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 และ 15 กันยายน 2568) และแม้จะมีการเจรจากันเองแล้วแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ บริษัทจึงแจ้งเป็นข้อพิพาทแรงงานต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน (ตามหนังสือแจ้งข้อพิพาทฉบับลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568) เพื่อเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย

การเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 แต่การเจรจาข้อพิพาททั้ง 2 ฉบับ ไม่สามารถตกลงกันได้ บริษัทฯจึงได้ขอยุติการเจรจาลงเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันเดียวกัน

การที่พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานไม่สามารถหาข้อยุติได้ ทำให้ข้อพิพาทดังกล่าวกลายเป็น “ข้อพิพาทแรงงานที่ไม่สามารถตกลงกันได้” ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯ จึงขอใช้สิทธิ “ปิดงานงดจ้าง” กับสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรีและสมาชิกสหภาพฯ ที่เกี่ยวข้อง มีผลเวลา 08.00 น. วันที่ 6 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไปนั้น

Advertisement

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก ออกแถลงการณ์ประณามการใช้สิทธิปิดงานของนายจ้างต่อสมาชิกสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี พร้อมยื่น 5 ข้อ ขอให้นายจ้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา

โดยระบุว่า จากสถานการณ์การเจรจาข้อเรียกร้องประจำปีของสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรีที่ปรากฏภาพข่าวตามสื่อต่างๆ ใน Social media เรื่องนายจ้างใช้สิทธิปิดงานงดจ้างเฉพาะสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรีนั้น

ข้อมูลข่าวสารที่กำลังเป็นที่ถกเถียงทั้งก่อนหน้าและในปัจจุบัน ล้วนเป็นข้อมูลฝ่ายเดียวที่มุ่งเน้นโจมตีไปที่ตัวสหภาพแรงงานและสมาชิกสหภาพแรงงาน สร้างข่าวปลอมที่เป็นข้อมูลที่เกินไปจากข้อเท็จจริง และไม่ได้มีการพูดถึงการยื่นข้อเรียกร้องสวนของฝั่งนายจ้างแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นข้อเสนอเพื่อการยกเลิกสิทธิที่เคยระบุไว้ในสัญญาจ้าง ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของสวัสดิการทั่วไป ซึ่งหากอ้างอิงจากข้อมูลผลกำไรของนายจ้างที่สหภาพแรงงานฯได้จัดเตรียมเพื่อประกอบการเจรจานั้น นายจ้างมีผลกำไรมากกว่าห้าพันล้านบาทและสภาพคล่องทางการเงินที่ไม่มีปัญหาใดๆ

การเจรจาต่อรองของสหภาพแรงงานฯนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นเหตุเป็นผล ไม่ได้เป็นข้อเสนอที่สุดโต่ง หรือเกินเลยไปกว่าผลกำไรและมูลค่าส่วนเกินที่นายจ้างได้รับจากการทุ่มเททำงานหนักตลอดทั้งปีของคนงาน การไม่ยอมรับข้อเสนอของสหภาพแรงงานฯ ด้วยการยื่นข้อเรียกร้องสวนจึงเป็นเจตนาของนายจ้างที่จะทำลายองค์กรสหภาพแรงงานที่เป็นองค์กรเดียวที่ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของคนงาน ในท้ายที่สุดจึงนำไปสู่ข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ นำไปสู่การแจ้งปิดงานงดจ้างเป็นการชั่วคราวของนายจ้าง

กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก ขอประณามการกระทำของนายจ้างอย่างถึงที่สุด เพราะนี่คือการทำลายหลักการสำคัญของอนุสัญญา ILO ข้อที่ 98 เรื่อง สิทธิในการเจรจาต่อรองร่วมอย่างเป็นธรรมของคนงาน เป็นการละเมิดสิทธิแรงงานตามหลักการสิทธิมนุษยชน เป็นความจงใจที่จะทำลายสหภาพแรงงานอย่างชัดแจ้ง

ตลอดระยะเวลากว่ายี่สิบปีที่ผ่านมานายจ้างได้พยายามทุกรูปแบบที่จะทำลายการรวมกลุ่มกันเป็นสหภาพแรงงานและการเจรจาต่อรองร่วม แรกเริ่มตั้งสหภาพแรงงานก็มีการเลิกจ้างแกนนำในการก่อตั้งสหภาพแรงงานฯ และกลั่นแกล้งด้วยวิธีการต่างๆ นี่คือการทำลายสิทธิในการรวมกลุ่มกันเป็นสหภาพแรงงานและการเจรจาต่อรองร่วม ตามหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศที่รัฐไทยให้การรับรองไว้ว่าจะเคารพสิทธิแรงงาน

ดังนั้น กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออกขอประณามการใช้สิทธิปิดงานงดจ้างของนายจ้างที่กระทำต่อสมาชิกสหภาพแรงงานฯ และขอให้นายจ้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาดังนี้

1.นายจ้างต้องยกเลิกการปิดงานงดจ้างทันที

2.นายจ้างต้องแถลงผลประกอบการต่อสาธารณะ เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ว่าผลกำไรและข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานนั้นไม่ได้เกินเลยไปกว่าศักยภาพของนายจ้างที่จะสามารถให้แก่ลูกจ้างได้

3.นายจ้างต้องถอนข้อเรียกร้องส่วนของนายจ้างที่ขอยกเลิกสวัสดิการและสิทธิของลูกจ้างที่มีอยู่แล้ว

4.พนักงานประนอมฯ ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อหาข้อยุติโดยเร็ว

5.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานต้องลงมากำกับและติดตามแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งด้านแรงงานด้วยตัวเอง