หมอชี้ มะเร็งถุงน้ำดี สัมพันธ์บริโภคปลาร้า-พยาธิใบไม้ในตับ เปิดสาเหตุ มักพบในระยะลุกลาม

6.02.26 | 09:16 น.
มะเร็งถุงน้ำดี
มะเร็งถุงน้ำดี

หมอชี้ มะเร็งถุงน้ำดี สัมพันธ์กับการบริโภคปลาร้าและการเกิดพยาธิใบไม้ในตับ

มะเร็งถุงน้ำดี – จากกรณีข่าว จา พนม ยีรัมย์ นักแสดงชื่อดัง ป่วยเป็น มะเร็งถุงน้ำดีระยะที่ 3 ใกล้ระยะที่ 4 ทำให้สังคมให้ความสนใจต่อโรคมะเร็งถุงน้ำดี ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบไม่บ่อย แต่มีความรุนแรงและมักตรวจพบในระยะลุกลาม

นพ.ฆนัท ครุธกูล อายุรแพทย์ และนายกสมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ อธิบายว่า มะเร็งถุงน้ำดีเป็นโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุถุงน้ำดี โดยมักเกิดบนพื้นฐานของการอักเสบเรื้อรังในระบบทางเดินน้ำดีเป็นเวลานาน

นพ.ฆนัท กล่าวว่า สำหรับคำว่า มะเร็ง ระยะที่ 3 – ระยะที่ 4 นั่น ระยะที่ 3 หมายถึง มะเร็งลุกลามออกนอกถุงน้ำดี ไปยังอวัยวะใกล้เคียงหรือต่อมน้ำเหลือง ส่วน ระยะที่ 4 หมายถึง มะเร็งกระจายไปยังอวัยวะที่อยู่ไกล เช่น ตับ ปอด หรือเยื่อบุช่องท้อง

นพ.ฆนัท กล่าวว่า มะเร็งถุงน้ำดี ส่วนใหญ่ มักถูกตรวจพบในระยะที่ 3 หรือระยะที่ 4 เนื่องจากระยะแรกแทบไม่มีอาการชัดเจน หรือมีอาการคล้ายโรคทางเดินอาหารทั่วไป ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์เมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว

Advertisement

เมื่อถามว่าเหตุใดมะเร็งถุงน้ำดีพบได้บ่อยในคนอีสาน นพ.ฆนัท ระบุว่า ข้อมูลในประเทศไทยพบว่า มะเร็งในระบบทางเดินน้ำดี รวมถึงมะเร็งถุงน้ำดี พบได้มากใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่พบร่วมกัน

ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือ นิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของผนังถุงน้ำดีอย่างต่อเนื่อง เพิ่มโอกาสการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในระยะยาว

อีกปัจจัยที่มีข้อมูลสนับสนุน คือ การบริโภคอาหารหมักดอง โดยเฉพาะ “ปลาร้า” ซึ่งเป็นอาหารพื้นถิ่นที่บริโภคกันอย่างแพร่หลายในภาคอีสาน อาหารหมักดองลักษณะดังกล่าวอาจมี สารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารและระบบน้ำดี หากได้รับสะสมเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งยังพบได้ในบางพื้นที่ของภาคอีสาน เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี และอาจส่งผลต่ออวัยวะใกล้เคียง รวมถึงถุงน้ำดี

นพ.ฆนัท กล่าวว่า โรคที่มักพบช้า ทำให้การรักษามีความซับซ้อน จุดยากของมะเร็งถุงน้ำดีคือ การตรวจพบในระยะเริ่มต้นทำได้ยาก ส่งผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์เมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลามแล้ว ซึ่งเป็นความท้าทายในการดูแลรักษา

ดังนั้น การลดปัจจัยเสี่ยงจึงเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีประวัตินิ่วในถุงน้ำดี บริโภคอาหารหมักดองอย่างปลาร้าเป็นประจำ หรือมีประวัติติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ

อาการที่ควรให้ความสนใจ ได้แก่ ปวดท้องด้านขวาบน ตัวเหลือง ตาเหลือง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด และอ่อนเพลียผิดปกติ หากมีอาการต่อเนื่องควรเข้ารับการตรวจทางการแพทย์