สบส.จ่อฟันความผิด คลินิกความงามย่านปทุมวัน หลังนักธุรกิจชายเข้าทำจมูก จนน็อกยาสลบ-ไตวาย
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า สบส.ส่งทีมลงสอบคลินิกเสริมความงาม ย่านปทุมวัน หลังญาติร้องเรียนกรณีชายวัย 38 ปี เข้ารับบริการศัลยกรรมจมูกและคาง แต่กลับเกิดอาการผิดปกติ จนต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาล และไม่รู้สึกตัวอยู่เป็นเวลาหลายวัน โดยพนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมายดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ คลินิกดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปทุมวัน พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ พบแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และผู้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล เป็นผู้ให้ข้อเท็จจริงพร้อมนำตรวจสถานพยาบาล
อ่านข่าว – นักธุรกิจชาย ทำจมูก คลินิกชื่อดัง ผ่าตัดเสร็จ1 สัปดาห์ ยังไม่รู้สึกตัว ไตวาย- เสี่ยงเจ้าชายนิทรา
ทพ.อาคมกล่าวว่า ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าคลินิกมีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนมาตรฐานสถานพยาบาลด้านอื่นก็เป็นไปตามมาตรฐานที่พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 กำหนด

ทพ.อาคมกล่าวว่า จากการสอบถ้อยคำจากผู้ที่เกี่ยวข้องได้ข้อเท็จจริงว่า เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผู้รับบริการชายวัย 38 ปี ได้ติดต่อคลินิกดังกล่าวเพื่อทำศัลยกรรมบริเวณจมูกและคาง โดยคลินิกได้ซักประวัติ ตรวจร่างกายและเลือดเพื่อประเมิน ซึ่งผลการตรวจร่างกายผู้รับบริการสามารถดมยาผ่าตัดได้ คลินิกจึงนัดหมายทำศัลยกรรมในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยให้ผู้รับบริการดมยาสลบ แต่ในช่วงท้ายของการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์พบว่าผู้ป่วยมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้น ชีพจรเต้นแรง และอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงแจ้งแพทย์ผู้ให้บริการ พร้อมประสานรถพยาบาลฉุกเฉินส่งตัวผู้รับบริการไปที่โรงพยาบาลใกล้เคียง ซึ่งคลินิกแจ้งว่ายินดีรับผิดชอบค่ารักษา และค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องจนผู้ป่วยหายเป็นปกติ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จะนำข้อมูลที่รวบรวมได้ในวันนี้เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทพ.อาคมกล่าวว่า การศัลยกรรมเสริมความงามบริเวณจมูก หรือคาง มักจะเป็นการศัลยกรรมผ่าตัดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนกับผู้รับบริการมากกว่าการผ่าตัดเล็ก ดังนั้น สถานพยาบาลจะต้องควบคุมคุณภาพ มาตรฐาน ทั้งในด้านสถานที่ ผู้ให้บริการ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงอุปกรณ์การช่วยเหลือชีวิตในกรณีฉุกเฉิน ให้ถูกต้องตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ประการสำคัญ การผ่าตัดใหญ่นั้นมักจะต้องมีการใช้ยาสลบกับผู้รับบริการ ซึ่งในผู้รับบริการบางรายอาจจะเกิดอาการแพ้ยาสลบ หรือภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ (Malignant Hyperthermia) ซึ่งทำให้เกิดการตอบสนองผิดปกติของกล้ามเนื้อต่อยาชาหรือยาสลบ จนนำไปสู่การเกิดระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวและเสียชีวิตได้ ดังนั้น การฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำเพื่อให้หลับ หรือการดมยาสลบก่อนทำการผ่าตัดทุกครั้ง จะต้องมีการซักประวัติคนไข้เพื่อประเมินความเสี่ยง และจัดให้มีวิสัญญีแพทย์ หรือแพทย์ที่ผ่านการอบรมจากราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์เป็นผู้ดำเนินการให้ยาระงับความรู้สึก เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ หากพบว่าสถานพยาบาลใดไม่ดำเนินการตามมาตรฐานก็จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายทันที


