สะเทือนประกันสังคม! ทีมก้าวหน้าเปิดตัว 14 ผู้สมัคร ‘ญาติเท้ง’ เข้าชิงฝ่ายนายจ้าง ชูหั่นงบบริหารเหลือ3% พร้อมโอนสิทธิรักษาให้บัตรทอง

16.06.26 | 16:09 น.

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ อาคารฟู้ดสต็อก พัฒนาการ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำทีมโดย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมในสัดส่วนผู้ประกันตน เปิดตัว “14 แคนดิเดต ผู้ประกันตน-นายจ้าง” ลงสมัครเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พร้อมแถลงนโยบายการหาเสียง ประกาศจุดยืนผลักดันการปฏิรูประบบประกันสังคม โดยมุ่งพลิกโฉมสวัสดิการและแก้ปัญหาการทุจริตในระบบ ผ่านการรวมพลังเสียงผู้แทนให้ได้ครบทั้ง 14 เสียง เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

ภายในงานมีการนำเสนอภาพรวมความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ เหตุผลของการส่งผู้แทนทั้งฝั่งผู้ประกันตนและนายจ้าง ตลอดจนแนวนโยบายสำคัญของทีม เช่น การยกระดับสิทธิประโยชน์ และโรดแมปการปฏิรูปประกันสังคมในระยะ 7 วัน 1 ปี และ 2 ปี โดยมีตัวแทนผู้สมัครร่วมขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์

ในตอนหนึ่ง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวถึงนโยบายของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ว่า เรามีนโยบายทั้งหมด 77 นโยบาย จะทยอยสื่อสารต่อไป แต่เบื้องต้นมีนโยบายทั้งหมด 8 ด้าน ประกอบด้วย 1.ปฏิรูปโครงสร้างให้ทันสมัยและเป็นประชาธิปไตย 2.บริหารเปิดเผยโปร่งใสไร้ทุจริต 3.บำนาญเป็นธรรมตามทันค่าเงิน 4.ดูแลครอบครัวคนทำงาน 5. ลงทุนตอบแทนดีอย่างมีธรรมาภิบาล 6.ว่างงานสบายใจ จ่ายให้พัฒนาสกิล 7.ระบบสุขภาพครอบคลุมเท่าเทียม และ 8.เทคโนโลยีการบริการสะดวกเข้าถึงง่าย

ด้าน นายเปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์ กล่าวถึง โรดแมปปฏิรูปประกันสังคม 7 วัน ว่า หากได้ 14 เสียง แล้วประชุมบอร์ดครั้งแรก เราจะทำการเปลี่ยนแปลงทันที ในเรื่องประสิทธิภาพและความโปร่งใส ขอประกาศเลยว่า ตั้งเป้าลดงบบริหารจาก 10% ให้เหลือ 3% เช่น งบด้าน ไอที ซึ่งงบไอทีมีงบประมาณ 1,500 ล้านบาท บอกว่าเป็นจำนวนที่เยอะมาก หักเพิ่มอีก 100 ล้านบาท คงจะได้โครงการด้าน AI แล้ว แต่เราคงไม่ทำแบบนั้น เราจะปรับลดงบประมาณ เน้นใช้ระบบร่วมกับส่วนกลางภาครัฐแทนการลงทุนสร้างระบบเอง

“อีกทั้งจะตั้งอนุกรรมการตรวจสอบความผิดด้านการลงทุน ถอดบทเรียน เช่น ตึกskyy9 และส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีต่อผู้มีความผิด รวมถึงความผิดกรณีเสี่ยงทุจริตอื่นที่เป็นประเด็นอยู่รวมถึงการผลักดันถ่ายทอดสด (Live) และเปิดเผยมติ/บันทึกการประชุมบอร์ด รวมถึงเปิดให้ผู้ประกันตนลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้ในวาระทั่วไป” นายเปรมวิชช์ กล่าว

Advertisement

ด้าน น.ส.นาริฐา โภไคยอนันต์ กล่าวถึง โรดแมปปฏิรูปประกันสังคม 1 ปี ว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะพยายามผลักดัน ด้านสิทธิประโยชน์ เช่น ยกระดับสิทธิทันตกรรม เช่น ขูดหินปูน 2 ครั้ง/ปี ไม่ต้องสำรองจ่าย ไม่ถูกเก็บส่วนต่าง อุดหนุนเงินบุตร 7–12 ปี เป็น 12,000 บาทต่อปี และเพิ่มเงินทดแทนว่างงานกรณีลาออก ในอัตรา 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย และว่างงานสุดวิสัย เพิ่มจาก 50% เป็น 70% และจะยกระดับเงินบำนาญ เนื่องจากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทุกปี บำนาญต้องเพิ่มขึ้นทุกปีตามเงินเฟ้อ ส่วนเงินลงทุนประกันสังคมเราจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนให้โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้

น.ส.พรทิพย์ โม่งใหญ่ กล่าวถึง โรดแมปปฏิรูปประกันสังคม 2 ปี ว่า ที่ตั้งเป้าหมายไว้หลักๆ คือ การผลักดันการปฏิรูปประกันสังคม รวมถึงการผลักประกันสังคมก้าวหน้า มุ่งสู่ “ประกันสังคมถ้วนหน้า” ผลักดันให้เกิดศูนย์เลี้ยงดูเด็กประกันสังคม (Child Care Centers) ในเขตที่มีสถานที่ทำงานหนาแน่น ใช้ฐานข้อมูลประกันสังคมในการ Upskill, Reskill และทำระบบจับคู่หางาน (Job Center) และผลักดันระบบเลือกตั้งออนไลน์ดูแลโดยองค์กรกลางที่น่าเชื่อถือ ยกระดับบริการให้ทำออนไลน์ได้ 99% ของบริการทั้งหมด

“สร้างระบบบริหารแรงงานระบบเดียว ผู้ประกันตนและนายจ้างทำธุรกรรมครั้งเดียว เชื่อมต่อข้อมูลได้จากทุกกระทรวง รวมถึงทยอยเปลี่ยนให้ สปสช.เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายงบประมาณเพื่อสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ขั้นพื้นฐาน ผ่านงบประมาณรายหัวตามช่วงอายุ” น.ส.พรทิพย์ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ย้ำจุดยืนนิดหนึ่งว่าเป็นอย่างไรบ้าง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า จุดยืนสำคัญ คือเราไม่มีปฏิคม เราเป็นบอร์ดสิทธิประโยชน์ เป้าหมายของเราคือ เราต้องการที่จะนำเงินจากทุกสตางค์ของประกันสังคม กลับมาเป็นสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนให้ได้มากที่สุด

“ดังนั้น งบประมาณด้านการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นงบเสื้อ หมวก ปฏิทิน ก็ต้องบอกให้ได้ว่า การมีงบประมาณของพวกนี้ ดีอย่างไรต่อผู้ประกันตน ทำให้เราได้รับเงินมากขึ้นไหม ทำให้เราได้ค่าทำฟันมากขึ้นไหม ถ้าไม่ได้ งบประมาณเหล่านี้ก็ไม่มีความจำเป็น” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า ส่วนสำคัญที่เราต้องยืนยัน คือ ประกันสังคม ถ้าเราใช้คำว่าบอร์ดการเมือง คำนี้เป็นคำที่มีปัญหา เพราะ ประกันสังคมเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาได้เพราะการต่อสู้ทางการเมือง เพราะ ความเป็นประชาธิปไตยของประเทศนี้ เปิดโอกาสให้คนธรรมดาสามารถเดินขบวน คนธรรมดาสามารถที่จะกดดันให้มีพระราชบัญญัติประกันสังคมขึ้นมาได้ และนโยบายต่างๆ ล้วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎกระทรวง พระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้น ด้านหนึ่งทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีความมุ่งมั่นทางการเมือง แต่ในขณะเดียวกัน เรามีความเป็นอิสระ มีธรรมาภิบาล และนโยบายสำคัญ คือ การเปิดเผยโปร่งใสการประชุม เชื่อว่าทุกอย่างมันจะเป็นการพิสูจน์ ได้ผ่านการเปิดเผยข้อมูล

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หลายคนอาจจะคุ้นชินกับทีมฝั่งคู่กรณีไปแล้ว อยากได้แบบตัวแทนจากฝั่งนายจ้างบ้างว่า อยากให้ชูจุดแข็งของเราว่าจะมีอะไรไปแบบสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า เมื่อพูดถึงนายจ้าง เรามักจะจินตนาการถึงนายจ้างที่มียุคจ้างหลักพันคน เป็นนายจ้างที่เป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ถ้าเราพูดถึงนายจ้างจริงๆ ของประเทศ ที่มีผู้คนมีรายได้เท่านี้ เขาคือเจ้าของร้านกาแฟ เขาคือเจ้าของร้านตัดเสื้อ เจ้าของร้านอาหาร ก็คือ คนธรรมดาที่ออกจากกันมาเป็นผู้ประกันตน และมาเป็นผู้ประกอบการ ชีวิตใกล้ชิดกับผู้ประกันตน มีชีวิตที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง

“นี่คือภาพสะท้อนจริงของนายจ้างที่มีอยู่ในประเทศนี้ เป็นตัว SME เป็นไมโครที่มีลูกจ้างอยู่ 2-3 คน เป็น Cell Employ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสภาพจริงประเทศนี้” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว

นายเปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์ กล่าวเสริมว่า เราจ่ายในฐานะนายจ้าง เราจ่ายเงินเข้าประกันสังคมไปเยอะเหมือนกันนะ แต่ว่าสิ่งที่เราอยากจะให้กับลูกจ้าง สุดท้ายก็ต้องทำประกันกลุ่ม ซึ่งบางครั้งเราก็รู้สึกว่า เราจ่ายไปทำไมนะ แล้วพอเรามาได้เห็นข่าว ความประสิทธิภาพของของประกันสังคม ยิ่งเป็นตัวผลักดัน ของเราว่า เราเชื่อว่ามันดีกว่านี้ได้

“เชื่อว่าผู้ประกอบการมองประเด็นนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น นโยบายของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ไม่ได้รักเลยในมุมมองนายจ้าง แต่เรามีความเชื่อว่าถ้าลูกจ้างมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มันจะทำให้นายจ้างสบายใจขึ้นด้วย เราจะได้ใช้ชีวิตการทำงานกันได้อย่างเต็มที่” นายเปรมวิชช์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ถ้าทางทีมได้เป็นบอร์ดประกันสังคม มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาเวลาที่เราไปโรงพยาบาลแล้วรอ นาน 3 ชั่วโมง กว่าจะได้ถึงมือหมอ มีแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างไรบ้าง

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า เรื่องการรักษาพยาบาลเป็นเพนพอยต์สำคัญของผู้ประกันตนทุกคน โอกาสที่เรา จะป่วยไม่สบาย แน่นอนก็คงมีโอกาสที่มากกว่าการที่เราจะมีลูก หรือว่าที่จะแก่ชรา ได้ใช้เงินบำนาญ คิดว่าจังหวะนี้เป็นจังหวะที่สำคัญ ก่อนหน้านี้เราก็มีคณะกรรมการการแพทย์ของเรา ซึ่งอยู่ในบอร์ดแพทย์ เพราะฉะนั้น ข้อเสนอต่างๆ ที่สามารถผ่านบอร์ดแพทย์ไปได้ ก็คือข้อเสนอในเรื่องของ QC คุณภาพของโรงพยาบาลที่เราเป็นคู่สัญญา การป้องกันเงื่อนไขการเลือกปฏิบัติที่จะเกิดขึ้นผ่านโรงพยาบาลคู่สัญญา

แต่พอเรื่องเหล่านี้ผ่านมาถึงในคณะกรรมการชุดใหญ่ มันถูกทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีความสำคัญ เชื่อว่าถ้าเรามี 14 ที่นั่ง ในคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ หลังจากที่มีการเลือกตั้งวันที่ 27 กันยายน ก็ยังทำให้การพัฒนาแล้วก็การควบคุมประสิทธิภาพของการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญาประกันสังคม มีการพัฒนาแล้วก็ได้รับการคอมมิวนิเคชั่นที่ใกล้ชิดมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะมั่นใจได้อย่างไรว่านายจ้างจะเลือกแคนดิเดตจากทีมประกันสังคมของพวกเรา รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า คิดว่าสมรภูมินายจ้าง ก็ไม่ได้เป็นสมรภูมิที่ง่าย ในการที่เราจะสามารถปรับโฉมชัยชนะได้ แต่ว่าย้อนกลับไป ในวันที่ 24 ธันวาคม 2556 ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้า จะสามารถชนะการเลือกตั้งได้ ไม่มีใครคาดคิดเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ครั้งนี้คิดว่าเป็นสัญญาณแบบเดียวกัน

“อยากส่งสัญญาณถึงผู้ประกอบการและนายจ้างจำนวนมหาศาลทั่วประเทศ ว่า ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงได้ และตัวเลขที่สำคัญ อยากย้ำว่า ไม่ว่าคุณจะมีลูกจ้าง 1,000 คน หรือว่ามีลูกจ้าง 3 คน คุณก็มีสิทธิ์ เท่ากัน ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีมูลค่า 500,000 หรือว่า 1,000 ล้าน ก็มีอำนาจในการกำหนด อนาคตบอร์ดนายจ้าง ได้เช่นเดียวกัน” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า อยากชวนให้ไปลงทะเบียนใช้สิทธิฝั่งนายจ้าง เพราะตอนนี้ตัวเลขฝั่งนายจ้างที่มาลงทะเบียนใช้สิทธิยังน้อยมาก หลักการเดียวกัน ทั้งผู้ประกันตนและนายจ้าง ถ้ามีคนลงทะเบียนเยอะเท่าไหร่ เชื่อว่ามันจะทำให้การต่อสู้ เป็นการแข่งขันเชิงนโยบายมากกว่าว่า คนนี้เป็นกลุ่มของใคร ที่สามารถจัดตั้งมาได้ ถ้ามีคนลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเพื่อตั้งบอร์ดนายจ้างเกิน 10,000 คน เชื่อว่าจะเป็นสัญญาณที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง