สธ.ลุยสอบ 5 รพ.โยงพ่อทิพย์ เช็กยิบเอกสารย้อนหลัง ฮึ่มคลินิก-โรงพยาบาล อย่าทำประเทศเสียหาย
จากกรณีตำรวจบุกทลายเครือข่าย ‘พ่อทิพย์’ ขบวนการรับจ้างจดทะเบียนรับรองบุตรให้เด็กชาวจีนเพื่อให้ได้รับสัญชาติไทยอย่างผิดกฎหมาย สามารถขยายผลพบทั้งชายไทย แม่ชาวจีน และเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเอื้อผลประโยชน์นั้น
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์มติชนถึงประเด็นดังกล่าว ว่า สธ.ได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว โดยขณะนี้ทราบรายละเอียดในระดับหนึ่ง ทั้งจำนวนสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบกิจการ ผู้ดำเนินการ รวมถึงข้อมูลพื้นฐานจากการตรวจสอบเบื้องต้น อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อนำเสนอต่อผู้บริหารและเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงพยาบาลจำนวน 5 แห่ง ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อความถูกต้อง ชัดเจน และเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำตามกระบวนการของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ทพ.อาคม กล่าวว่า ในส่วนของความผิดของสถานพยาบาล ต้องไปสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุก่อน ว่าผู้ประกอบกิจการ หรือผู้ดำเนินการ ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะเป็นการพิจารณาเป็นรายกรณีไป ว่าใครทำหลักฐานเท็จตรงส่วนนั้น ก็จะมีความผิดตามกฎหมายสถานพยาบาลด้วย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าหากพบว่ามีความจงใจ เจตนา ของผู้บริหารมาสั่งการ ก่อให้เกิดผลเสีย นั่นถือว่าเป็นสิ่งที่อันตราย เพราะมีความ ไม่มั่นคงต่อประเทศของเรา ก็ต้องมีการพิจารณาบทลงโทษอีกแบบหนึ่ง
“จะมีการตรวจสอบย้อนหลังการออกเอกสารทั้งหมด ก็จะมีตรวจสอบเวชระเบียน หรือทะเบียนคอยควบคุมเรื่องนี้ ที่เกี่ยวข้องย้อนหลังไปด้วยว่าได้มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน อย่างไร โดยพนักงาน เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานเอกสารทั้งหมด และจะมาตรวจสอบ ได้ดำเนินการไปมากน้อยเท่าไหร่ ทั้งนี้ อยากฝากให้ทางโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ทำคลอด การที่เราให้ใครมาสวมสิทธิเป็นคนไทย จะมีความเสียหายต่อประเทศของเราเป็นอย่างมาก ซึ่งพอสวมสิทธิได้และได้รับสัญชาติ เขาก็จะไปทำเรื่องอื่นมากมาย ที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศอาจจะเสียสิทธิอะไรหลายอย่าง ฝากเตือนโรงพยาบาลให้ทำถูกต้องตามกฎหมายรวมไปถึงประชาชนคนไทย ที่เห็นประโยชน์เพียงเล็กน้อย ทำให้เกิดกลไกนี้ขึ้นมา เป็นอันตรายมากต่อความมั่นคงของประเทศเรา” ทพ.อาคม กล่าว



