Hack งบกทม.เข้ม เนอส รับ ได้ข้อมูล ‘คิดไม่ถึง’ ชาวบ้านรุมจี้สารพัดพิรุธ วอนเบรกเวนคืนไม่เป็นธรรม

8.08.26 | 20:35 น.

Hack งบกทม.เข้ม เนอส รับ ได้ข้อมูล ‘คิดไม่ถึง’ ชาวบ้านรุมจี้สารพัดพิรุธ วอนเบรกเวนคืนไม่เป็นธรรม

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ชั้น 1 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) สภากรุงเทพมหานคร ร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จัดกิจกรรม ‘Hack งบ กทม.70’ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเรียนรู้การอ่านและวิเคราะห์งบประมาณรายจ่ายประจำปีของกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2570 วงเงิน 93,918.92 ล้านบาท พร้อมชวนตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐด้วยตนเอง ผ่านกิจกรรมเข้มข้นภายใน 1 วัน


เวลาประมาณ 14.45 น. หลังจากแบ่งกลุ่ม Hack งบ กทม.70 ตามประเด็นที่สนใจ รวม 12 กลุ่ม ได้แก่ กรุงเทพกลาง, กรุงเทพใต้, กรุงเทพเหนือ, กรุงเทพตะวันออก, กรุงธนเหนือ, กรุงธนใต้, และสำนักต่างๆ อีก 6 สำนัก ผู้เข้าร่วมได้นำเสนอข้อมูลที่ร่วมกันวิเคราะห์บนเวที ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก. เขตบางรัก กล่าวว่า สภา กทม. ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ยิ่งฝ่ายบริหารมีประสิทธิภาพ ฝ่ายตรวจสอบก็ยิ่งต้องเข้มแข็ง มีมาตรฐานและโปร่งใส เพราะงบประมาณ กทม. เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนตั้งแต่ถนน ทางเท้า โรงเรียน ไปจนถึงสถานพยาบาล ทั้งนี้ ส.ก. มีเพียง 50 คน และมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่สามารถเชี่ยวชาญได้ทุกเรื่อง การเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนและภาควิชาการจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้การตรวจสอบงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเปิดรับข้อเสนอและเสียงสะท้อนจากประชาชนอย่างเต็มที่

ด้าน ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก. เขตลาดกระบัง กล่าวว่า งบประมาณอาจดูเป็นเรื่องเอกสารที่น่าเบื่อหรือเป็นเรื่องของนักการเมือง แต่แท้จริงแล้วเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตประชาชน เพราะเงินทุกบาทมาจากภาษี การมีโครงการวงเงินสูงระดับพันล้านบาทไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าคุณภาพชีวิตประชาชนจะดีขึ้น จึงต้องตรวจสอบว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์จริงหรือไม่ สำหรับหลักการทำงานของตนมี 3 ส่วน ได้แก่ การผลักดันปัญหาจากเสียงประชาชนให้เกิดการแก้ไขจริง การติดตามโครงการจนถึงที่สุด และการตรวจสอบความโปร่งใส โดยประชาชนสามารถร่วมตั้งคำถามและส่งข้อมูลผ่านช่องทางของสภา กทม. หรือ ส.ก. ในแต่ละเขตได้

Advertisement

“ทุกบาททุกสตางค์คือเงินภาษี หยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้าของประชาชน ทุกโครงการจึงต้องผลักดัน ติดตาม และตรวจสอบให้คุ้มค่าที่สุด เพราะเมืองที่ดีคือเมืองที่รับฟังเสียงประชาชนและสามารถตรวจสอบได้ทุกโครงการ” ดร.สุรจิตต์ กล่าว

ขณะที่ ดร.เมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก. เขตปทุมวัน กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานในสภา กทม. ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งขณะนั้นมีงบประมาณกว่า 4 หมื่นล้านบาท จนปัจจุบันเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว เห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นมิติใหม่ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจกระบวนการใช้งบประมาณมากขึ้น โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่มีทั้งความหลากหลาย ความเหลื่อมล้ำ และปัญหาซับซ้อนในแต่ละพื้นที่ พร้อมกับระบุว่า สภา กทม. มีลักษณะแตกต่างจากสภาผู้แทนฯ เพราะไม่ได้แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร ดังนั้น ส.ก. ทั้ง 50 เขตต้องร่วมกันทำงาน แม้แต่ละเขตจะได้รับงบประมาณแตกต่างกันตามบริบทและความจำเป็น จึงอยากให้ประชาชนติดตามว่างบประมาณในพื้นที่ของตัวเองถูกใช้คุ้มค่าและตรงกับปัญหาหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนหนึ่งประชาชนหญิงรายหนึ่ง กล่าวว่า ขอบคุณเวทีในวันนี้ รวมถึงประธานสภากรุงเทพมหานครคนใหม่ เวทีนี้ถือเป็นความหวังของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ไม่เป็นธรรมและปัญหาการทุจริต ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามดำเนินการ ติดตามร้องเรียนในทุกระดับ

“เราหวังว่าท่านจะมาหยุดโครงการเวนคืนของเรา ต่อให้บ้านหลังไหนหายไป แต่บ้านหลังถัดไป มันต้องไม่มี เขาจะต้องอยู่ในบ้าน ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกคนเร่ร่อน หรือเอาคนออกจากบ้าน” ประชาชนหญิง กล่าว

ประชาชนหญิง กล่าวต่อว่า ถนนยกระดับที่ข้ามพระราม 2 โครงการพระราม 2 ยังไม่หยุด ยังมีโครงการยกระดับข้ามพระราม 2 และโครงการนี้มีวงเงินประมาณ 18,000 ล้านบาท เมื่อ 20 ปีก่อน และปัจจุบันก็ยังอยู่ที่ 18,000 ล้านบาท แต่งบก่อสร้าง 8,000 ล้านบาท มาเบียดค่าเวนคืนของพวกเรา เหลือ 10,000 ล้านบาท

ซึ่งเมื่อก่อนงบ 10,000 ล้านบาทอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท ทำให้งบเวนคืนอยู่ที่ 13,000 ล้านบาท บ้านเราในอดีตราคาสูงกว่าปัจจุบัน เป็นไปได้อย่างไร แล้วอย่างนี้ราคาเวนคืนบ้านเหลือแค่ 50% ของราคาตลาด แล้วจะไปซื้อบ้านที่ไหน

“คนท้องถิ่นต่อให้เร่ร่อน พวกหนูก็ต้องหาข้าว หาอาหารให้เขา แล้วเราจะมีคนเร่ร่อนอยู่ข้างถนนที่เป็นถนนลอยฟ้า แล้วปกติเป็นที่ของหมา แต่อนาคต มันจะเป็นที่ของคน ของพวกเรา ที่เราจะต้องไปหาอาหารให้เขา มันใช่ไหม กับถนนที่ลอยฟ้าห่างจากวงแหวนรอบนอก เพียงแค่สองกิโล

บ้านห่างจากวงแหวนรอบนอก แค่ 2 กิโลเมตร มันสะดวกสบายคุณจะติดเครื่องบินเทอร์โบ แล้วรีบไปไหน ถ้าอย่างนั้นจะบอกเลย คุณย้ายบ้าน คุณอยากไปพระรามเก้าให้ คุณไปซื้อบ้านใหม่ แต่เราจะอยู่ที่นี่” ประชาชนหญิง กล่าว

หลังจากนั้น น.ส.ภัทราภรณ์ ได้กล่าวปิดงานว่า วันนี้ถือเป็นการจัดงานครั้งแรกของสภากรุงเทพมหานครในรูปแบบแฮกงบ จึงอยากได้รับฟีดแบ็กจากประชาชนว่า รู้สึกอย่างไรกับการจัดงานในวันนี้ เพื่อในปีหน้าหรือการจัดกิจกรรมในครั้งถัดไป จะได้นำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

“วันนี้จริงๆ เราได้รับข้อมูลจากที่พี่น้องประชาชนแปลงร่างเป็นนักขุด แปลงร่างเป็นส.ก. เราได้รับข้อมูลที่ เราเองเป็นส.ก.มาหนึ่งสมัย และเราก็ยังคิดไม่ถึง เช่น ตัวงบประมาณเล่มงบประมาณที่มีทั้งหมด 2 เล่ม อ่านยากมาก พี่น้องประชาชนหลายท่านเปิดไป ยังไงก็ไม่เข้าใจ เขียนว่าปรับปรุงถนนมีการทำท่อ แต่ไม่รู้ว่าทำเพราะอะไร หรือจริง ๆ แล้วหน้าตาถนน อันนี้เป็นอย่างไร หากมีคิวอาร์โค้ดขึ้นมาให้เราสแกน และเป็นสไลด์ขึ้นมา พี่น้องประชาชนจะเข้าใจมากขึ้น” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว

น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวต่อว่า ตัวเล่มที่จัดทำมา เคยซ่อมถนนเส้นนี้หรือฟุตบาทบริเวณนี้เมื่อไหร่ กี่ครั้ง และปัจจุบันกลับมาซ่อมแซมอีกหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ยังไม่ตอบคำถามได้มากนัก ตัวงบประมาณกลับทำให้ต้องไปนั่งค้นข้อมูล แทนที่จะทำให้พี่น้องประชาชนสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นอีกมุมหนึ่งที่ตนก็ไม่เคยคิดมาก่อน

จนวันนี้มีพี่น้องประชาชนหลายท่าน จากทั้งหมด 12 กลุ่ม พูดถึงประเด็นนี้เช่นเดียวกัน ทั้งเรื่องตัวเอกสารและตัวเลขที่ไม่ตรงกันระหว่างเล่มเขียวและเล่มม่วง ซึ่งจริงๆ แล้วเราเจอปัญหานี้มาหลายครั้ง เจอทุกปี และปีนี้ก็ยังเจออยู่

“แต่ละเขตไม่มีการแชร์ข้อมูลกันต่างคนต่างซื้อ ดังนั้นว่าเป็นการซื้อแยกเขต ราคาจะสูงกว่าแบบเหมารวม ซึ่งต้องตั้งคําถามกลับไปว่าสเปกที่ต่างกันไม่กี่เซนต์ไม่กี่เมตร มันจําเป็นที่จะต้องต่างกันหรือไม่ และมีคําถาม จากพี่น้องประชาชนว่า ค่าซ่อมแซมต่าง ๆ ที่อยู่ในสํานักงานเขตงบเหลือจ่าย และงบกลาง งบชุมชน เข้มแข็ง 2 แสนบาท ที่จะมีการจัดซื้อจัดจ้างโดยที่สภาอนุมัติไปเป็นเลขกลม ๆ จะมีการตรวจสอบกันอย่างไร อันนี้จะนําไปสู่การแก้ข้อบัญญัติได้ เพื่อที่จะให้ตรงนี้ รายงานต่อสภา” น.ส.ภัทราภรณ์

น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวต่อว่า มาตรฐาน BOQ (ใบแสดงรายการวัสดุและค่าใช้จ่ายในงานก่อสร้าง) ของแต่ละโครงการของสำนักการระบายน้ำ ยังมีราคาไม่เท่ากัน ขณะที่การจัดกิจกรรมเดิมๆ ในแต่ละเขต กลับมีการจัดซื้อของใหม่ทุกปี ซึ่งจริงๆ แล้วประเด็นนี้เราก็ไม่เคยตั้งคำถามเช่นกันว่า กิจกรรมทำบุญหรือกิจกรรมต่างๆ จำเป็นต้องจัดซื้อของใหม่ทุกปีหรือไม่

ตนดีใจมากสำหรับวันนี้ที่ทุกท่านมาช่วยกันลงแรง และมาร่วมเรียนรู้ไปกับพวกเรา ส.ก. ขณะเดียวกัน ในฐานะ ส.ก. เราเองก็ได้เรียนรู้จากพี่น้องประชาชนที่สละเวลามาร่วมขุดงบประมาณไปพร้อมกับพวกเราเช่นเดียวกัน และรู้สึกว่ายิ่งจัดกิจกรรมในแต่ละปี พี่น้องประชาชนก็เข้าใจงบประมาณมากขึ้น มีคำถามที่ลึกซึ้งมากขึ้น จนเราเองก็ได้เรียนรู้จากทุกท่านเช่นเดียวกัน

“อันนี้ก็กลับมาในสิ่งที่เราตั้งเป็นเป้าหมายว่าเราจัดงานแฮกไปทำไม คือ การที่เราจะทำสภาให้โปร่งใสและทำกรุงเทพมหานครให้โปร่งใส รายการทุจริต สิ่งที่ยากเย็นที่สุดคือการติดอาวุธให้กับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจงบประมาณร่วมกันไปกับเรา และถ้าวันใดที่ท่านเข้าใจงบประมาณที่จะลงไปที่หน้าบ้านของท่าน ทุกบาททุกสตางค์จริง ๆ วันนั้นกรุงเทพมหานครจะต้องโปร่งใสอย่างแน่นอน ขอบคุณทุกท่านมากในวันนี้” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว