‘จุลพันธ์’ ชี้นายจ้างบุคคลธรรมดาต้องปรับตัว จ้างแม่บ้านก็เข้าข่าย ม.33 ให้เวลาเตรียมพร้อม 180 วัน
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่โรงแรมดุสิตธานี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงประเด็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่าง พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การขยายความคุ้มครองของสำนักประกันสังคมในมาตรา 33 ว่าในเรื่องนี้ จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้าสู่ระบบประกันสังคม โดยต้องการให้ทุกคนเข้าสู่ระบบประกันสังคม เพราะยิ่งมีคนเข้ามาสู่ระบบมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความมั่นคงในชีวิต และมีเครือข่ายความปลอดภัยทางสังคมหรือหลักประกันทางสังคมให้กับแรงงานและประชาชนทุกคน
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับแรงงาน 3 กลุ่มที่ครม. เห็นชอบเมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) เป็นกลุ่มที่ในอดีตถูกยกเว้นจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม มาตรา 33 เราจึงพยายามที่จะดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาสู่ระบบให้มากที่สุด โดยเชื่อว่าปีแรกจะมีคนเข้าสู่ระบบไม่ต่ำกว่า 300,000 คน แต่เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะหากนึกภาพว่ากลุ่มคนที่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้มีจำนวนเท่าไหร่ จะพบว่ามีจำนวนค่อนข้างมาก ดังนั้นก็คงจะทยอยเข้าสู่ระบบกันต่อไป
“กระบวนการในเรื่องนี้ สุดท้ายแล้วจะต้องไปดำเนินการสร้างกลไกในการประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนรับทราบ โดยในช่วงแรกเข้าใจว่ามีบทเฉพาะกาล 2 เดือน แต่ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ คือขอปรับระยะเวลาเป็น 180 วัน หรือครึ่งปี เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับหน่วยงานในการประชาสัมพันธ์กับนายจ้างต่างๆ รวมถึงให้นายจ้างได้รู้และเตรียมปรับตัว” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า เพราะกระบวนการเหล่านี้ นอกจากเรื่องของประกันสังคมแล้ว ยังมีผลหลายอย่าง ประการแรกคือลูกจ้างจะได้รับสิทธิในการเข้าสู่ประกันสังคม ขณะที่นายจ้างก็มีภาระในเรื่องของการดำเนินการทางเอกสาร และการชำระเงินสมทบ ขณะเดียวกันภาครัฐก็ต้องเตรียมในเรื่องของงบประมาณที่จะเติมเข้าไปในการสมทบด้วยเช่นเดียวกัน
“กลไกทั้งหมดเราพยายามที่จะทำให้ถูกต้องและอยู่ในระบบ ต่อไปนี้จะพยายามไม่ให้มีแรงงานที่เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า สรุปแล้วคนคนนี้ทำงานอยู่ที่ไหน ทำงานกับใคร มีเงินเดือนเท่าไหร่ และได้รับการดูแลด้านสวัสดิภาพและสวัสดิการหรือไม่ อย่างน้อยเมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว หากเจ็บป่วยหรือตกงาน ก็ยังมีกลไกของประกันสังคมเป็นตัวช้อน เป็นตัวรองรับให้กับแรงงานทุกคน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสำนักงานประกันสังคม” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังจะเดินหน้าในการดึงแรงงานกลุ่มต่างๆ ที่ยังเหลืออยู่และไม่สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้ เข้ามาสู่ระบบเพิ่มเติม เช่น เรื่องของแรงงานแพลตฟอร์ม ก็ต้องดึงเข้ามาสู่การประกันสังคม เพื่อให้มีตาข่ายรองรับในกรณีที่เกิดเหตุพลาดพลั้งหรือสะดุดขึ้นมา
ส่วนกรณีนายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดา เช่น คนทั่วไปที่ต้องการจ้างแม่บ้าน 1 คนมาทำงาน นายจุลพันธ์ ระบุว่า การไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทนั้น ในกรณีดังกล่าวก็ต้องพิจารณาตามกระบวนการของกฎหมายประกันสังคมเช่นกันส่วนกรณีแรงงานประมงนั้นไม่ได้อยู่ในกระบวนการเดียวกัน เนื่องจากมี พ.ร.บ.อีกฉบับหนึ่งแยกต่างหาก ดังนั้นแรงงานประมงจึงมีกฎหมายและกระบวนการในการเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามกฎหมายเฉพาะของตนเอง



