‘ทีมเคลียร์ประกันสังคม’ เปิดแผน 100 วัน เปลี่ยนสู่ ‘หลักประกันชีวิต’
ในห้วงเวลาที่ระบบประกันสังคมกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นจากผู้ประกันตน “ทีมเคลียร์ประกันสังคม” ซึ่งรวมผู้สมัครอิสระ 7 คน ประกอบด้วยผู้สมัครหมายเลข 15, 17, 18, 19, 20, 23 และ 24 นำโดย น.ส.ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์ ผู้สมัครคณะกรรมการประกันสังคม ปี 2569 ฝ่ายผู้ประกันตน เบอร์ 20 และอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ซึ่งทำงานเกี่ยวข้องกับระบบประกันสังคมมานานกว่า 23 ปี ประกาศแนวทางผลักดันการปฏิรูประบบประกันสังคม ให้เป็น “หลักประกันชีวิต” ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์ผู้ประกันตนตั้งแต่เริ่มทำงานจนถึงวัยเกษียณ
ชู 5 นโยบาย เร่งแก้กฎหมาย
น.ส.ณสิกาญจน์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการทำงานคือการแก้ไขกฎหมายและปรับระบบสวัสดิการให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของผู้ประกันตน โดยเสนอ 5 นโยบายหลัก
1. ชราภาพตั้งหลัก เปิดทางให้ผู้ประกันตนนำเงินสะสมกรณีชราภาพของตนเองออกมาใช้ล่วงหน้าได้สูงสุด 50% ในรูปแบบเงินกู้ดอกเบี้ย 0% เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยผ่อนคืนผ่านการหักจากเงินเดือน หรือหักจากบำนาญเมื่อเกษียณ เพื่อไม่ให้กองทุนรับความเสี่ยงโดยตรง
2. หวยประกันสังคม เปลี่ยนการส่งเงินสมทบทุกเดือนให้มีแรงจูงใจมากขึ้น โดยนำกำไรจากการลงทุนของกองทุนมาจัดสรรเป็นเงินรางวัลในลักษณะคล้ายสลากออมสิน ขณะที่เงินต้นของผู้ประกันตนยังอยู่ครบ 100% เป็นแนวทางสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนอยู่ในระบบและออมระยะยาว
3. เยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ผลักดันกฎหมายลูกเพื่อสร้างความเป็นธรรมด้านบำนาญ โดยเสนอให้มีการการันตีบำนาญขั้นต่ำ และตัดช่วงประวัติรายได้ที่ต่ำที่สุดออกจากการคำนวณ เพื่อไม่ให้รายได้ในช่วงที่เคยมีฐานะยากจนส่งผลกระทบต่อเงินเกษียณ พร้อมเสนอให้ใช้ทั้งสูตรเดิมที่คำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และสูตร CARE ประกอบกัน
4. ยกระดับสิทธิรักษาพยาบาล ปรับสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เช่น การจ่ายค่าคลอดโดยไม่ให้ผู้ประกันตนสำรองจ่าย แต่ให้โรงพยาบาลตั้งเบิกโดยตรง รวมถึงขยายบริการ Telemedicine สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานและความดัน เพื่อลดภาระการเดินทางและการลางาน
นอกจากนี้ ยังเสนอการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและผู้ป่วยเฉพาะทาง รวมถึงศูนย์ดูแลผู้ประกันตนระยะยาว ศูนย์จิตเวช และศูนย์บำบัดสารเสพติด เพื่อรองรับผู้ป่วยไร้ญาติและผู้ป่วยโรคที่ต้องได้รับการฟื้นฟูต่อเนื่อง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง
5. ขยายความคุ้มครองหลังออกจากงาน จากเดิมที่ผู้ประกันตนได้รับความคุ้มครองต่อเนื่อง 6 เดือน เสนอให้ขยายระยะเวลาความคุ้มครองออกไปอีก 1 ปี เพื่อให้มีหลักประกันในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างการหางานใหม่
เปลี่ยน “ประกันสังคม” สู่ “หลักประกันชีวิต”
ทีมเคลียร์ประกันสังคมย้ำว่า ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนประกันสังคมให้เป็นองค์กรแสวงหากำไร แต่ต้องการนำจุดแข็งของระบบประกันชีวิตเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะความโปร่งใส ความชัดเจน และความยืดหยุ่น มาปรับใช้กับระบบประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรสามารถตรวจสอบข้อมูลของตนเองได้อย่างละเอียดผ่านแอพพลิเคชั่นหรือแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งจำนวนเงินสมทบ สิทธิประโยชน์ และผลตอบแทนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รู้ว่าเงินของตนอยู่ที่ไหนและได้รับสิทธิอะไรบ้าง
ขณะเดียวกัน หลักการรัฐสวัสดิการยังต้องเป็นหัวใจของระบบ โดยรายได้หรือผลตอบแทนจากการบริหารกองทุนควรถูกนำกลับเข้าสู่กองทุน เพื่อพัฒนาสิทธิประโยชน์ สนับสนุนการอุดหนุนข้ามกลุ่ม รักษาเสถียรภาพของบำนาญขั้นต่ำ และยกระดับบริการด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสำหรับแรงงานฐานราก
แนวคิดดังกล่าวจึงเป็นการผสมผสานประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการแบบภาคเอกชนเข้ากับหลักการรัฐสวัสดิการ โดยมุ่งให้ผลตอบแทนจากการลงทุนและการบริหารกองทุนกลับคืนสู่ผู้ประกันตนในระยะยาว
ผลักดันสิทธิ LGBTQ+
อีกหนึ่งนโยบายคือการยกระดับสิทธิด้านสุขภาพสำหรับผู้ประกันตนกลุ่ม LGBTQ+ เนื่องจากผู้ประกันตนทุกคนจ่ายเงินสมทบในอัตราเดียวกัน จึงควรได้รับบริการทางการแพทย์ที่ตอบโจทย์ความจำเป็นของแต่ละบุคคลอย่างเท่าเทียม
ทีมเสนอการจัดตั้งคลินิกฮอร์โมนในเครือข่ายประกันสังคม เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจติดตามระดับฮอร์โมน และรับฮอร์โมนทดแทนอย่างปลอดภัย แทนการซื้อฮอร์โมนมาใช้เองโดยไม่มีการควบคุม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในระยะยาว
ทั้งนี้ ทีมผู้สมัครมีตัวแทนจากกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศร่วมขับเคลื่อนนโยบาย โดยตั้งเป้าหมายให้สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพครอบคลุมผู้ประกันตนทุกกลุ่มอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถสานต่อได้แม้มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการหรือผู้บริหารในอนาคต
ชูประสบการณ์ 23 ปี แก้วิกฤตศรัทธา
น.ส.ณสิกาญจน์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานในสำนักงานประกันสังคมในตำแหน่งนักวิชาการประกันสังคมกว่า 23 ปี รวมถึงการเป็นผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป มองว่าปัจจุบันระบบกำลังเผชิญ “วิกฤตศรัทธา” อย่างรุนแรง
ผู้ประกันตนจำนวนหนึ่งมองเงินสมทบ 5% ที่ถูกหักจากรายได้แต่ละเดือนเป็นภาระหรือเสมือนภาษีภาคบังคับ มากกว่าการเป็นหลักประกันชีวิต โดยเฉพาะจากกระแสข่าวเรื่องความโปร่งใสในการบริหารกองทุน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสูตรคำนวณบำนาญ ทำให้เกิดความกังวลว่าผลประโยชน์ของตนอาจได้รับผลกระทบ
ดังนั้น สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือการเปิดเผยข้อมูลการบริหารกองทุนอย่างครบถ้วน ทั้งรายรับ รายจ่าย ผลตอบแทนจากการลงทุน และการใช้จ่ายในแต่ละด้าน พร้อมสื่อสารสถานะกองทุนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบได้
ทีมยังเสนอให้เปลี่ยนวิธีการออกแบบนโยบายจากการกำหนดโดยส่วนกลาง มาเป็นการรับฟังเสียงของผู้ประกันตน โดยเฉพาะแรงงานรายได้ไม่สูง ซึ่งต้องการมาตรการช่วยลดภาระค่าครองชีพและสร้างความมั่นคงในชีวิต
นอกจากการเพิ่มสิทธิประโยชน์แล้ว ยังให้ความสำคัญกับการบริหารกองทุนอย่างมืออาชีพ และการหารายได้รูปแบบใหม่ เช่น สลากประกันสังคม การขายประกันให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ การจัดตั้งสหกรณ์ประกันสังคม รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง “ธนาคารประกันสังคม” เพื่อเป็นแหล่งออมและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกันตน
เปิดแผน 100 วัน ฟื้นความเชื่อมั่น
สำหรับเป้าหมายในช่วง 100 วันแรก ทีมเคลียร์ประกันสังคมระบุว่า จะให้ความสำคัญกับการฟื้นความเชื่อมั่นของผู้ประกันตน และเร่งแก้ปัญหาความกังวลเกี่ยวกับสูตรคำนวณบำนาญใหม่ โดยเสนอแนวทางเยียวยาเพื่อสร้างหลักประกันว่าเงินบำนาญในอนาคตจะเพียงพอต่อการดำรงชีวิตหลังเกษียณ
เป้าหมายระยะยาวคือการเปลี่ยนภาพของประกันสังคม จากระบบรัฐประศาสนศาสตร์ที่มีความแข็งตัว ไปสู่ “กองทุนของประชาชน” ที่ยืดหยุ่น โปร่งใส และจับต้องได้ ไม่ใช่เพียงระบบที่จ่ายสิทธิเมื่อเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต แต่เป็นหลักประกันที่อยู่เคียงข้างผู้ประกันตนตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงานจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต



