‘จุลพันธ์’ เปิดตัว One Platform ผนึกเอกชน เร่งอัพสกิลแรงงาน รับยุคดิจิทัล

10.09.26 | 15:25 น.

‘จุลพันธ์’ เปิดตัว One Platform ผนึกเอกชน เร่งอัพสกิลแรงงาน รับยุคดิจิทัล

เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานผ่านระบบ One Platform for Skill Development พร้อมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่กำลังแรงงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกับเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีภาคีเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงานเข้าร่วมลงนามความร่วมมือ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะแรงงานผ่านระบบดิจิทัล


นายจุลพันธ์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์และตรงกับนโยบายที่ได้มอบให้กับหน่วยงาน ในการขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานคงปฏิเสธไม่ได้ถึงความสำคัญของการที่จะต้องอัพสกิล-รีสกิล ซึ่งถ้าทำโดยภาครัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว เราไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะขยายขอบเขตไปยังประชาชนแรงงานที่อยู่ในระบบได้อย่างครบถ้วน เพราะกำลังของรัฐ ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ด้านบุคลากร ด้านข้อกฎหมาย ความเป็นรัฐมันช้า ฉะนั้นความร่วมมือกับภาคเอกชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

“โดยเฉพาะในยุคที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจปรับเปลี่ยนเร็ว การที่จะต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่จะต้องเร่งตามให้ทัน ซึ่ง AI เข้ามา ถ้าเราไม่รองรับคนของเราให้ทัน เราจะตกเทรนด์ แต่ถ้าเราทำทัน นี่ก็เป็นโจทย์เหมือนกัน เทคโนโลยีมันเปลี่ยนเร็ว หมายความว่าทุกคนในโลกไม่ได้หนี เขากำลังปรับตัวเช่นเดียวกับเรา” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ถ้าเราสามารถที่จะสร้างกระบวนการในการพัฒนาคนของเราได้ทันในช่วงเปลี่ยนผ่าน จะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศสูงขึ้น และลดแก๊ปที่เรามีอยู่กับประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศเราได้ เพราะฉะนั้น การพัฒนามนุษย์ การพัฒนาคน เป็นหัวใจสำคัญที่เราต้องพยายามขับเคลื่อน

Advertisement

“นี่จะเป็นโครงการที่มีความสำคัญและยืนยันว่า One Platform จะเป็นแอพพลิเคชันหลักของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกระทรวงแรงงาน ในการขับเคลื่อนด้านการพัฒนาคน โดยแน่นอนว่าภาคเอกชนที่เข้ามาฝึก ก็จะได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของเรื่องภาษี หรือเรื่องที่มาฝึกกับทางหลักสูตรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานแล้ว จะสามารถนำไปลดหย่อนในเรื่องของการส่งเงินสมทบกองทุนการพัฒนาฝีมือแรงงานได้และสามารถมีฐานลูกค้าที่มากขึ้น เพราะหลักสูตรเขาได้รับการรับรอง ในส่วนของกรมก็ชัดเจนว่าเราได้รับประโยชน์เช่นเดียวกัน เพราะว่าเป้าหมายของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานคือการพัฒนาเรื่องของคน” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า เราพยายามขยายความร่วมมือลักษณะนี้ออกไปเรื่อยๆ ซึ่งหวังว่าในอนาคต สุดท้ายแล้ว ด้วยความร่วมมือลักษณะนี้จะทำให้แรงงานไทยสามารถปรับตัวได้ทันท่วงทีต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เปลี่ยนไป เพื่อที่จะทำให้เขา เข้ามาฝึกทักษะฝีมือแรงงานแล้วมีมูลค่ามากขึ้น มีฝีมือแรงงานที่มากขึ้น สามารถเข้าสู่กระดานและได้รับรายได้ที่มากกว่าเดิม เป็นเป้าหมายรองรับ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ตั้งเป้าขยายความร่วมมืออย่างไรบ้าง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่เป็นเป้าหมายลักษณะนั้น แต่เราต้องการความร่วมมือที่เพิ่มเติม ยังมีเอกชนอีกมากที่ทำในเรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงาน ในครั้งนี้ที่มาร่วม ไม่ใช่แต่เพียงองค์กรหรือว่าบริษัทที่เขาเป็นผู้เทรนคนเท่านั้น เรามีองค์กรอื่นๆ เช่น Technology Provider ก็เคยเข้ามาร่วมกับเราแล้ว เช่น บริษัทใหญ่ๆ เช่น Google เช่น Microsoft เหล่านี้ก็เข้ามาทำความร่วมมือกับเราเรียบร้อย ในส่วนขององค์กรที่อยู่ในกำกับของรัฐ เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็เข้ามาร่วมในโครงการเพื่อที่จะนำเอาหลักสูตรของเขาขึ้นทะเบียนกับเรา

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวมีเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงานขึ้นทะเบียนหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์ จำนวน 30 แห่ง มีหลักสูตรรองรับการให้บริการผ่านระบบดังกล่าวทั้งหมด 967 หลักสูตร เช่น หลักสูตรเทคนิคการขายขั้นสูงสำหรับนักขายมืออาชีพ หลักสูตรการบริการด้วยใจสู่การบริการที่เป็นเลิศ หลักสูตรสร้างประสบการณ์และบริการลูกค้าอย่างมืออาชีพด้วยแนวคิด Customer Centric และหลักสูตรสร้างกลยุทธ์การขายด้วย Generative AI เป็นต้น

นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้กำลังแรงงานและประชาชนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต ลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ ก็ยังจะเชิญชวนและส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายบังคับส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นำไปใช้การพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่พนักงานของตนเองได้อีกด้วย

ในส่วนของการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในครั้งนี้ของกรมฯ กับเครือข่าย 12 แห่ง (บางหน่วยงานมีการลงนามบันทึกไปแล้ว) จะเป็นการันตีว่าพร้อมจะขับเคลื่อนแพลตฟอร์มให้กลายเป็นช่องทางสำคัญในการพัฒนากำลังคนในยุคดิจิทัลต่อไป