สธ.ผนึก รพ.เอกชน 400 แห่ง เข้มหนังสือรับรองการเกิด สกัดกระบวนการ ‘พ่อทิพย์’

16.09.26 | 16:02 น.

สธ.ผนึก รพ.เอกชน 400 แห่ง เข้มหนังสือรับรองการเกิด สกัดกระบวนการ ‘พ่อทิพย์’

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิด “การประชุมชี้แจงมาตรการในการกําหนดแนวทางการออกหนังสือรับรองการเกิดสถานพยาบาลเอกชน” โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้บริหาร/บุคลากรกรม สบส. และผู้แทนโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ กว่า 400 แห่ง เข้าร่วม


นายพัฒนา กล่าวว่า ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมสแกมเมอร์ชาวจีน ซึ่งใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงิน โดยมีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าไปยังภรรยาชาวจีน ซึ่งมีบุตรที่ล้วนมีสัญชาติไทย จึงนำไปสู่การสืบสวนเชิงลึก จนพบว่ามีการจ้างวานชาวไทยมาจดทะเบียนสมรส เพื่อให้เด็กที่เกิดได้มาซึ่งสัญชาติไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับแจ้งเกิดช่วยเหลือในการแจ้งเกิดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

“สธ.จึงมีข้อสั่งการให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่าย เข้าร่วมปฏิบัติการ ‘ย้อนเกล็ดมังกร’ กวาดล้างขบวนการพ่อทิพย์ จนสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย แต่ใช่ว่าปัญหา พ่อทิพย์จะหมดไป ตราบใดที่กระบวนการตรวจสอบ การเชื่อมโยงข้อมูลยังขาดความครอบคลุม ประการสำคัญ หากบุคลากรที่เกียวข้องยังมีการทุจริตออกเอกสารเท็จ หรือรับรองข้อมูลการเกิดที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงต้องป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ ผ่านการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ถึงมาตรการ แนวทางการออกหนังสือรับรองการเกิดให้แก่บุคลากรของสถานพยาบาล ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อขจัดขบวนการพ่อทิพย์ให้หมดไปจากประเทศไทย” นายพัฒนา กล่าว

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ภาครัฐ และเอกชน จะต้องบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง มิให้กระบวนการแจ้งเกิดถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการแสวงหาสัญชาติโดยมิชอบ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบสัญชาติไทย ป้องกันการสวมสิทธิ และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน

Advertisement

ด้าน นพ.ภูวเดช กล่าวว่า การจัดประชุมในวันนี้ ถือเป็นโอกาสดีให้ผู้แทนของโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ กว่า 400 แห่ง ได้ร่วมรับฟัง ทำความเข้าใจต่อมาตรการในการกําหนดแนวทางการออกหนังสือรับรองการเกิด (แบบ ท.ร.1/1) โดยกำหนดแนวทาง การออกหนังสือรับรองการเกิดของเด็กที่เกิดในสถานพยาบาล กรณีมารดาต่างชาติและบิดาไทย ไว้ 4 แนวทาง ได้แก่ 1.ขอบเขตการรับรองของสถานพยาบาล สถานพยาบาลต้องตระหนักถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัด อาทิ รับรองเพียงเหตุการณ์การเกิดที่เกิดขึ้นจริง ณ สถานพยาบาล (วัน เวลา สถานที่ วิธีการคลอด) หรือหากมีข้อสงสัยในความสัมพันธ์บิดา-บุตร ให้สถานพยาบาลแนะนำบิดามารดาทำการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) จากสถาบันที่รัฐรับรอง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของนายทะเบียน

2.ขั้นตอนการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ต้องบันทึกข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อใช้ตรวจสอบความสัมพันธ์ย้อนหลังได้ ทั้งประวัติการฝากครรภ์ ข้อมูลการสมรส บันทึกข้อมูลลงระบบโดยอ้างอิงจากเอกสารแสดงตนฉบับจริงของบิดามารดาเท่านั้น อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ต้องนำข้อมูลหนังสือ ท.ร.1/1 เข้าสู่ ระบบให้บริการหนังสือรับรองการเกิดของกรมการปกครองทันที เพื่อป้องกันการกลับมาแก้ไขข้อมูลภายหลัง 3.การบริหารจัดการบทบาทและหน้าที่ ห้ามบุคคลใดบุคคลหนึ่งทำหน้าที่รวบยอดเพียงคนเดียวเด็ดขาด โดยแบ่งแยกหน้าที่อาทิ พยาบาล/ผู้ทำคลอด: รับรองเฉพาะข้อเท็จจริงทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียน บันทึกข้อมูลตามเอกสารสิทธิ และตรวจสอบความถูกต้องกับฐานข้อมูลรัฐ และผู้มีอำนาจลงนาม ตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลทั้งหมดในภาพรวมก่อนลงนามรับรอง

และ 4.มาตรการป้องกันการทุจริตและข้อห้ามปฏิบัติ สถานพยาบาลต้องไม่อำนวยความสะดวกในการไปจดทะเบียนแจ้งเกิดแทนที่อำเภอ/เขตโดยเด็ดขาด ต้องให้บิดามารดาหรือเจ้าบ้านไปดำเนินการเอง และห้ามออกหนังสือ ท.ร.1/1 ให้เด็กที่ไม่ได้เกิดในโรงพยาบาล เว้นกรณีส่งต่อฉุกเฉินที่มีพยาบาลตัดสายสะดือระหว่างทาง ให้โรงพยาบาลที่มีส่วนร่วมรักษาเป็นผู้ออกเอกสาร

อีกทั้ง มีการย้ำเตือนให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังหากพบความผิดปกติ ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของบิดา-มารดา ซึ่งจะต้องแจ้งผู้บริหารเพื่อทำการตรวจสอบทันที ได้แก่ 1.มารดาต่างชาติไม่ทราบข้อมูลพื้นฐานของบิดา หรือระบุสถานที่ทำงานของบิดาไม่ได้ 2.บิดาไม่มาปรากฏตัว หรือไม่มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระหว่างที่มารดาพักฟื้นเลย 3.สถานที่ฝากครรภ์ไม่สอดคล้องกับที่พักอาศัยปัจจุบันโดยไม่มีเหตุผลอันควร และ 4.มีความพยายามขอเปลี่ยนชื่อบิดา ในเวชระเบียน หลังจากที่ได้บันทึกประวัติการเกิดไปแล้ว