กรมการแพทย์ ชู ‘รถฟอกไตเคลื่อนที่’ รพ.นพรัตนราชธานี นวัตกรรมบริการเชิงรุก ต้นแบบแห่งแรกของไทย คว้ารางวัลเลิศรัฐ
เมื่อวันที่ 16 กันยายน นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคไตเรื้อรังเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่จำเป็นต้องฟอกเลือดอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง หากขาดการรักษาแม้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะน้ำท่วมปอดหรือภาวะหัวใจล้มเหลว กรมการแพทย์จึงมุ่งพัฒนาระบบบริการที่เข้าถึงประชาชนได้อย่างเท่าเทียมและต่อเนื่อง
โดยนวัตกรรมรถฟอกไตเคลื่อนที่ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ถือเป็นต้นแบบการนำบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานออกไปหาผู้ป่วย ช่วยลดข้อจำกัดด้านระยะทาง เวลา และค่าใช้จ่าย อีกทั้งเพิ่มความพร้อมและความยืดหยุ่นให้ระบบบริการบำบัดทดแทนไตของประเทศ สามารถรองรับได้ทั้งสถานการณ์ปกติและภาวะวิกฤติ โดยนวัตกรรมดังกล่าวได้รับรางวัลบริการภาครัฐ (TPSA) ประเภทนวัตกรรมการบริการ ระดับดี จากรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ. 2569 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นเครื่องยืนยันถึงคุณค่าและประสิทธิผลของนวัตกรรมที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการจำเป็นได้อย่างเท่าเทียมและต่อเนื่อง
“รถฟอกไตเคลื่อนที่ได้รับการออกแบบให้เป็นหน่วยบริการฟอกเลือดครบวงจร มีเครื่องไตเทียมจำนวน 2 เครื่อง ให้บริการได้รอบละ 2 คน วันละ 2–3 รอบ พร้อมระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ ระบบสำรองไฟ เครื่องมือ อุปกรณ์และยาช่วยชีวิต รวมทั้งระบบสารสนเทศสำหรับจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วย การให้บริการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของอายุรแพทย์โรคไตและพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ตามมาตรฐานเดียวกับหน่วยบริการประจำ จึงมั่นใจได้ทั้งด้านคุณภาพและความปลอดภัย” นพ.อัครฐาน กล่าว
นพ.ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า ผลงาน “รถฟอกไตเคลื่อนที่ โครงการต้นแบบเพื่อประชาชน” เป็นผลงานของหน่วยไตเทียมและกลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โดยมีนายแพทย์วิศรุต ตัณศลารักษ์ อายุรแพทย์โรคไต ร่วมกับนางสาวนพรัตน์ วิมูลชาติ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ และทีมสหสาขาวิชาชีพทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันพัฒนารูปแบบบริการตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างรถ ระบบฟอกเลือด การควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย การคัดกรองและดูแลผู้ป่วย ตลอดจนการจัดทำคู่มือและแนวทางปฏิบัติมาตรฐาน เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติและถ่ายทอดแก่หน่วยบริการในพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบ
จากการดำเนินงาน รถฟอกไตเคลื่อนที่ให้บริการฟอกเลือดแก่ผู้ป่วยแล้วรวม 120 ครั้ง ทั้งในพื้นที่นำร่อง อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี พื้นที่สถานการณ์ความไม่สงบ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี และสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการให้บริการที่อำเภอหนองเสือช่วยลดระยะเวลาเดินทางของผู้ป่วยจากเฉลี่ยประมาณ 180 นาที เหลือประมาณ 20 นาทีต่อครั้ง ขณะที่ผลประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการในพื้นที่ต่าง ๆ อยู่ในระดับร้อยละ 85–95 และไม่พบเหตุไม่พึงประสงค์รุนแรงที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
“รางวัลนี้เป็นความภาคภูมิใจและกำลังใจสำคัญแก่บุคลากรทุกฝ่ายที่ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมให้สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้จริง และพร้อมนำข้อเสนอแนะมาพัฒนาคุณภาพบริการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนผลักดันการขยายผลสู่เครือข่ายบริการในเขตสุขภาพต่างๆ เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และเท่าเทียม ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดหรือเผชิญสถานการณ์วิกฤติใดก็ตาม” นพ.ปิยวัฒน์ กล่าว



