ทปษ.การเมืองสถานทูตจีน เผยจับมือไทยโตยั่งยืน! ลงทุนเทคโนโลยีหุ่นยนต์-พลังงานหมุนเวียน ดันจัดซื้อในประเทศ 4.5 หมื่นล./ปี

16.10.26 | 18:11 น.

ทปษ.การเมืองสถานทูตจีน เผยจับมือไทยโตยั่งยืน! ลงทุนเทคโนโลยีหุ่นยนต์-พลังงานหมุนเวียน ดันจัดซื้อในประเทศ 4.5 หมื่นล./ปี

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักรกรุงเทพมหานคร นายเจ้า เมิ่งเทา ที่ปรึกษาด้านกิจการการเมือง สารนิเทศและการทูตสาธารณะ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เศรษฐกิจจีนในมุมมองใหม่“ ในพิธีเปิดการอบรมโครงการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้” รุ่นที่ 8 จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยให้ข้อมูลภาพรวมเศรษฐกิจจีนและทวิภาคีระหว่างจีนกับไทย ว่า เป็นความร่วมมือที่ก้าวหน้าและเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทยได้อย่างรอบด้าน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน

นายเจ้า กล่าวว่า ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2569 มูลค่าการนำเข้าและส่งออกรวมของจีนแตะระดับ 19.55 ล้านล้านหยวน หรือ ประมาณ 97.83 ล้านล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายตัวทางการค้ากับคู่ค้าทั่วโลกกว่า 180 แห่ง ทั้งนี้ จีนมีส่วนสนับสนุนมากกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าการค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด แม้สถานการณ์โลกจะเผชิญกับอุปสงค์ที่อ่อนแอและวิกฤตพลังงาน แต่จีนยังคงมุ่งขยายอุปสงค์ภายในประเทศ ลดอุปสรรคการเข้าถึงตลาด และสร้างบรรยากาศการลงทุนระยะยาวที่มั่นคง เพื่อผลักดันให้ภาคธุรกิจจีนที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในไทยอย่างเป็นระบบ


นอกจากนี้ นายเจ้า กล่าวว่า ศักยภาพมหาศาลของตลาดจีนที่มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน และมีประชากรกลุ่มรายได้ปานกลางมากกว่า 400 ล้านคน ถือเป็นโอกาสสำคัญของสินค้าไทย โดยเฉพาะในภาคการเกษตร ซึ่งจีนครองตำแหน่งตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย อย่างเหนียวแน่น ดังจะเห็นได้จากการส่งออกทุเรียนสดจากไทยไปจีน ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวนมากกว่า 1 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าสูงกว่า 1 แสนล้านบาท ขณะเดียวกัน ฝ่ายจีนยังแสดงความพร้อมที่จะเปิดรับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ ผลิตภัณฑ์อาหาร บริการการท่องเที่ยว และธุรกิจดิจิทัลคุณภาพสูงจากไทยเข้าสู่ตลาดจีนเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างผลประโยชน์และความสำเร็จร่วมกัน

นายเจ้า กล่าวว่า ขณะที่การพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ของจีน กำลังเปิดประตูสู่มิติความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมล้ำสมัย โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนขยายตัวถึงร้อยละ 39 โดยนอกจากกลุ่มสินค้าส่งออกเทคโนโลยีสีเขียว 3 ชนิด ซึ่งจีนเรียกว่า ”3 สิ่งใหม่“ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า, แบตเตอรี่ลิเธียม และ แผงโซลาร์เซลล์ แล้ว จีนยังเร่งยกระดับสู่กลุ่ม “ 3 สิ่งใหม่ plus” ซึ่งเป็นคลื่นลูกใหม่แห่งอุตสาหกรรมไฮเทค ได้แก่ AI, หุ่นยนต์, ยานวัตกรรมทางการแพทย์ โดยมีมูลค่าธุรกรรมในการอนุญาตให้ใช้สิทธิยานวัตกรรมแก่ต่างประเทศสูงถึง 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 3.68 ล้านล้านบาท

“ทั้งนี้ ความก้าวหน้าดังกล่าวยังเชื่อมโยงมายังประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อนุมัติโครงการลงทุนของบริษัทจีน 5 ราย ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ มูลค่าเริ่มต้นกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างงานทักษะสูงกว่า 1,000 ตำแหน่ง และกระตุ้นการจัดซื้อชิ้นส่วนในประเทศได้กว่า 45,000 ล้านบาทต่อปี” นายเจ้า กล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ นายเจ้า กล่าวว่า ในส่วนของความร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียน จีนในฐานะผู้สร้างระบบพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีมูลค่าผลผลิตในอุตสาหกรรมสีเขียวราว 11 ล้านล้านหยวน หรือ ประมาณ 55.04 ล้านล้านบาท พร้อมที่จะนำประสบการณ์และเทคโนโลยีขั้นสูงด้านพลังงานแสงอาทิตย์ ตลอดจนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เข้ามาผสานกับศักยภาพและความต้องการของไทย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และผลักดันห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดภายในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ นายเจ้ายังได้กล่าวถึงการเดินทางไปศึกษาดูงานของคณะผู้แทนไทย ณ มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ซึ่งใกล้ครบรอบ 1 ปี การดำเนินงานศุลกากรแบบพิเศษของท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน อันเป็นสัญลักษณ์ล่าสุดของการเปิดประเทศและการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง โดยแสดงความหวังว่า คณะผู้แทนจะได้สัมผัสพัฒนาการความทันสมัยแบบจีน และร่วมนำเรื่องราวความก้าวหน้านี้ไปเผยแพร่ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีและกระชับสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น