หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา นักปวศ. หนุน ...

นักปวศ. หนุน เตช ลุยหาสมุดข่อย ร.4 ยกกรณีจารึกปุษยคีรี ชี้ทะเบียนสับสน บอกหาไม่เจอ แต่โชว์กลางพิพิธภัณฑ์

26.11.24 | 16:49 น.

นักประวัติศาสตร์ หนุน เตช ลุยหาสมุดข่อย ร.4 ยกกรณีจารึกปุษยคีรี ชี้ทะเบียนสับสน บอกหาไม่เจอ แต่โชว์กลางพิพิธภัณฑ์ ชี้ 3 ความเป็นไปได้ ยังอยู่หรือสูญหาย แนะหอสมุดแห่งชาติสังคายหาอีกรอบ

สืบเนื่องกรณี นายเตช บุนนาค ประธานกรรมการที่ปรึกษา ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ และเลขาธิการสภากาชาดไทย ติดตามหาต้นฉบับ ‘สมุดไทยดำ เลขที่ 1228/170’ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีถึง พระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อแรม 13 ค่ำ เดือน 3 จุลศักราช 1228 ตรงกับเดือนมีนาคม พ.ศ.2410 แต่ไม่พบ โดยได้ข้อมูลว่าถูกไฟไหม้เสียหายตั้งแต่ พ.ศ.2503 ในเหตุเพลิงไหม้โรงละครศิลปากรและลามมายังพระที่นั่งศิวโมกพิมานซึ่งขณะนั้นเป็นที่เก็บรักษาตู้พระธรรม ศิลาจารึกและเอกสารโบราณ อย่างไรก็ตาม นายเตช ยังหวังว่า เอกสารดังกล่าวยังคงอยู่ เพราะมีผู้อ้างถึงต้นฉบับดังกล่าวอีกครั้งในหนังสือที่ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ.2512 จึงวิงวอนให้หอสมุดแห่งชาติค้นหาต่อไปนั้น

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า ประเด็นที่นายเตช กล่าวถึงหนังสือที่ตีพิมพ์ในปี 2512 นั้น ตนไม่แน่ใจว่า ผู้ค้นคว้าเข้าถึงต้นฉบับจริงหรือไม่ แต่ในยุคนั้น เอกสารโบราณสูญหายง่ายมาก ขณะที่ปัจจุบัน ระบบการดูแลจัดเก็บ และระบบทะเบียนของหอสมุดแห่งชาติ ได้รับการพัฒนาขึ้นมากแล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ความสับสนจากข้อมูลที่ตกค้างมาจากยุคก่อนยังคงมีอยู่บ้าง

สำหรับกรณีข้างต้น มีความเป็นไปได้ 3 อย่าง คือ 1.สูญหายจริง ไม่ว่าจะจากเหตุไฟไหม้ หรือเหตุอื่น 2.ยังอยู่ แต่หาไม่พบ เพราะแทงทะเบียนผิด หรือเกิดความสับสนในการจัดเก็บ ซึ่งตนมองว่ามีความเป็นไปได้สูงกว่า 3.ยังอยู่ แต่หลงไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งข้อสุดท้ายมีความเป็นได้น้อยที่สุด

“มีอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เล่าว่า ราวปี 2513 ในตลาดหนังสือเก่าสนามหลวง มีเอกสารจำพวกสมุดข่อย หรือ สมุดไทยขาว ไทยดำ มาขายอยู่เรื่อยๆ ไม่ทราบแน่ชัดว่านำมาจากที่ใดกันแน่ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังไฟไหม้ประมาณ 10 ปี

Advertisement

นอกจากการสูญหายจริงๆ จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า ต้นฉบับอาจอยู่ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ไม่ใช่หอสมุดแห่งชาติ แม้โดยปกติ สมุดไทยดำไทยขาวจะถูกเก็บรักษาไว้ที่กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก ในหอสมุดแห่งชาติก็ตาม แต่ในอดีตอาจมีการปะปนกันได้หรือไม่ เพราะเข้าใจว่าหนังสือตัวเขียนสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ยังมีบางส่วนที่เก็บรักษาไว้ยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติด้วย แม้กระทั่งสมุดไทยขาวไทยดำ” รศ.ดร.รุ่งโรจน์กล่าว

รศ.ดร.รุ่งโรจน์กล่าวต่อไปว่า ไม่ใช่แค่เอกสารโบราณที่หยิบจับเคลื่อนย้ายได้ง่าย แม้แต่ทะเบียนศิลาจารึกบางส่วนข้อมูลยังสับสน กล่าวคือ จารึกบางชิ้นมีการตีพิมพ์ข้อมูลเผยแพร่ในหนังสือ จารึกในประเทศไทย ที่จัดพิมพ์โดยกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ.2529 ว่า หาไม่พบ ทั้งที่ยังอยู่ แถมยังจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ด้วย ตัวอย่างนี้คือ จารึกปุษยคีรี อักษรหลังปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

“นอกจากนี้ จารึกพระวิหาร ยังสับสนว่ามีกี่หลัก เพราะเมื่อมีการสำเนาหลายแผ่น หรือหลายครั้ง เช่น 3 แผ่น หรือ 3 ครั้ง กลับถูกนับเป็น 3 หลัก ทั้งที่เป็นจารึกหลักเดียวกัน เช่นเดียวกับ จารึกวัดโพธิ์ร้าง จังหวัดนครปฐม หนังสือจารึกในประเทศไทยบอกว่า มี 2 ชิ้น จริงๆ แล้ว มีชิ้นเดียว แต่มีการจารึกอักษร 2 ด้าน เพราะฉะนั้น กรณีสมุดไทยดำ เลขที่ 1228/170 สมัยรัชกาลที่ 4 ไม่ใช่เคสแรกที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยและตามหา แต่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับหลายๆ ชิ้น ดังนั้น หอสมุดแห่งชาติ ควรชำระทะเบียนอีกครั้ง เพราะเคสนี้ไม่ใช่กรณีแรก” รศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดบันทึก เตช บุนนาค ตามหาเอกสาร ร.4 ถึงทูตไทยในปารีส ยังหวังไม่โดนไฟไหม้ปี 2503