บสย.ตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อปีนี้ 1 แสนล.เผยปี’61 ทำได้ 8.8 หมื่นล.

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) เปิดเผยว่า ในปี 2562 บสย. ตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อ 107,000 ล้านบาท ภายใต้ความท้าทายในโลกยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนเร็ว บสย. ต้องปรับตัวให้เร็ว และตอบโจทย์ การทำงานของรัฐบาลยุคดิจิทัล ภายใต้แผนงานปี 2562 บสย.4.0 เคียงคู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย โดยบสย.จะสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบมากขึ้น รวมถึงให้ความรู้ทางการเงิน และเตรียมขยายฐานการสนับสนุนไปยังเอสเอ็มอีที่ดำเนินธุรกิจในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี กลุ่มธุรกิจเอสเคิร์ฟใหม่ สตาร์ทอัพ รวมถึง กลุ่มเป็นเอ็นพีแอลและกำลังฟื้นฟูกิจการมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อเช่นกัน

นายรักษ์กล่าวว่า บสย.เตรียมผลิตภัณฑ์ไว้หลายตัวเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มลูกค้ารายย่อย กลุ่มลูกค้าฟื้นฟูกิจการมีอยู่ประมาณ 1 แสนรายให้มีเงินทุนในการดูแลกิจการต่อไป และกลุ่มผู้ประกอบการในโครงการสินเชื่อประชารัฐ เช่น ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ผู้ประกอบการแท็กซี่ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันในรูปแบบการค้ำประกันโดยตรง( Direct Guarantee) โดยมีเป้าหมายว่าในปี 2562 ช่วยเหลือผู้ประกอบการใหม่เพิ่มขึ้น 82,600 ราย จากปีที่ผ่านมาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการใหม่ จำนวน 77,862 ราย

“แนวคิดการนำรูปแบบการค้ำประกันแบบค้ำประกันโดยตรง เป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินงาน บสย. เพื่อลดการพึ่งพาจากภาครัฐตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงแผนการบริหารจัดการหนี้ ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าจัดเก็บหนี้ให้ได้ 550 ล้านบาท หรือกว่า 3,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ซึ่งเก็บหนี้ได้ 380 ล้านบาท หรือกว่า 2,000 ราย” นายรักษ์กล่าว

นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกุล ประธานกรรมการ บสย. กล่าวว่า ผลการดำเนินงานการค้ำประกันสินเชื่อ ปี 2561 บสย. สร้างการเติบโตด้านยอดค้ำประกันสินเชื่อภาพรวมเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับผลดำเนินงานในปี 2560 โดยอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อรวม 88,878 ล้านบาท คิดเป็นวงเงินสินเชื่อที่สถาบันการเงินอนุมัติจากการค้ำประกันสินเชื่อ รวม 133,191 ล้านบาท หรือ 1.5 เท่า ของวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 3% ของจีพีพี 2561 ของประเทศ โดยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรับอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อรวม 77,862 ราย เทียบกับผลดำเนินงานในปี 2560 มีการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ 86,633 ล้านบาท ผ่านโครงการเอสเอ็มอีทวีทุน (PGS6 ปรับปรุงใหม่ สิ้นสุดโครงการ ณ 30 มิถุนายน 2561) และโครงการเอสเอ็มอี ทวีทรัพย์ (PGS7) ระยะเวลาโครงการ 24 กรกฎาคม 2561 สิ้นสุด 23 กรกฎาคม 2563

“ในปี 2561 บสย.ร่วมมือในการค้ำประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงินของรัฐ ทำให้กลุ่มสถาบันการเงินของรัฐ ผนึกกำลังช่วยขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐสร้างการเติบโตให้กับเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพ ส่งผลให้มียอดค้ำประกันสินเชื่อในกลุ่มสถาบันการเงินของรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 14% หรือเท่ากับ 42,533 ล้านบาท เทียบกับยอดอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อปี 2560 มีวงเงิน 37,347 ล้านบาท”นายสุรชัยกล่าว

บทความก่อนหน้านี้อดฟังผู้สาวขาเลาะ! 3พันคนรอเก้อฉุนพังรั้วเวทีโห่สนั่นคอนเสิร์ต โวยขอค่าตั๋วคืน
บทความถัดไป“สุโขทัย” คว้า 1 ใน10 จุดหมายปลายทางที่รักงานบริการมากสุดในไทยประจำปี 2018