หน้าแรก การเมือง สมศักดิ์เสนอใ...

สมศักดิ์เสนอให้อัยการขอสืบพยานล่วงหน้า ช่วยเหยื่อ 5 ครู หนุน ‘ทิชา’ ลงพื้นที่พรุ่งนี้

12.05.20 | 15:35 น.

สมศักดิ์เสนอให้อัยการขอสืบพยานล่วงหน้า ช่วยเหยื่อ 5 ครู หนุน ‘ทิชา’ ลงพื้นที่พรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รับหนังสือจาก นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก พร้อม นายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัวฯ ซึ่งเรียกร้องให้นำครอบครัวของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 4 ผู้เสียหายที่ถูกครู 5 คน และรุ่นพี่ 2 คน ข่มขืนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับการประกันตัว ทำให้น่าเป็นห่วงว่าผู้เสียหายและครอบครัวจะถูกข่มขู่คุกคามเอาชีวิต และอาจเสียหายต่อรูปคดี เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ก่อเหตุจำนวนมาก และมีการกระทำกันเป็นขบวนการมายาวนานหลายปี และอาจมีอิทธิพลอำนาจแฝงเข้ามาเกี่ยวข้อง

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ได้รับเรื่องแล้ว เห็นว่าได้รับหนังสือแล้วมีความเห็นตรงกันว่าจำเป็นจะต้องเร่งเข้าไปให้การเยียวยาจิตใจของเด็กที่ถูกกระทำ โดยจะร่วมมือกับมูลนิธิเด็กและเยาวชนเข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว โดยในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ค.) จะลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเพื่อประสานเรื่องคดี เนื่องจากการสืบสวนในคดีทั่วไปมักจะใช้เวลานานประมาณ 3 เดือน และส่งให้อัยการพิจารณาอีกประมาณ 3 เดือน จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนที่ศาล

ดังนั้น จึงต้องเร่งรัดขอให้พนักงานสอบสวนประสานกับอัยการจังหวัดมุกดาหารสืบพยานไว้ก่อนฟ้อง ซึ่งเป็นอำนาจพิเศษ ตามประมวลกฎหมาย ป.อาญา มาตรา 237 ทวิ ซึ่งกรณีนี้ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากจำเลยมีอิทธิพลต่อโจทก์ในการข่มขู่ เป็นครูอาจารย์มีผลทำให้ผู้เสียหายกระทบกระเทือนจิตใจ หากปล่อยเวลานานไปเด็กอาจไม่อยากไปให้ปากคำ ดังนั้น จึงจะเร่งประสานให้พนักงานสอบสวนประสานไปยังอัยการจังหวัดมุกดาหารเพื่อเร่งดำเนินการโดยเร็ว

โดยมีเหตุผลสำคัญที่ใช้ในการขอใช้กฎหมายพิเศษนี้ คือในช่วงเวลานี้ ผู้เสียหายยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แม่นยำ รวมทั้งร่องรอยการกระทำผิดจะชี้ชัดให้เห็นถึงพฤติการณ์ ทำให้ศาลรับฟังข้อเท็จจริงได้มากที่สุด หากทำได้เร็วก็จะไม่มีเหตุแทรกซ้อน เช่น มีการเจรจาไกล่เกลี่ยให้ยอมความหรือทำให้คดีพลิก อย่างไรก็ตาม เป็นสิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น โดยมั่นใจว่าหากผู้กระทำผิดเห็นหลักฐานจากการไต่สวนพยานล่วงหน้าแล้วอาจทำให้รับสารภาพได้ และคดีประเภทนี้ไม่อยากให้จบลงด้วยการเจรจายอมความ เพราะผู้เสียหายเป็นเด็กและเยาวชน ซึ่งไม่ควรถูกกระทำในลักษณะนี้

Advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– คืบหน้าคดีรุมโทรม ลือแชทลับ 2 นักเรียนหลุด เชื่อแก๊งครูเตรียมนำมาสู้คดี!

– สุดอึ้ง เพจดังแชร์โพสต์ให้กำลังใจครู ชี้ ‘ถ้าไม่อยากโดนครูข่มขืน ก็สอนลูกอยู่ที่บ้าน’

– ตร.ลุย รวมหลักฐานขอออกหมายจับ 5 ครูหื่น เพิ่มคดีรุมโทรม-พรากผู้เยาว์เหยื่อรายที่ 2