รู้จัก “พล.อ.มิน อ่อง ลาย” ผู้นำยึดอำนาจในพม่า 1 ในลูกบุญธรรม พล.อ.เปรม

(FILES) This file photo taken on July 19, 2018 shows Myanmar's commander-in-chief, Senior General Min Aung Hlaing, attending a ceremony marking Myanmar independence hero General Aung San and eight others assassinated in 1947, during the 71st anniversary of Martyrs' Day in Yangon. - Myanmar's army chief said on September 23, the United Nations had no right to interfere in the sovereignty of the country a week after UN investigators called on him and other top generals to be prosecuted for "genocide" against the Rohingya minority. (Photo by YE AUNG THU / AFP)

“ในบางสถานการณ์ก็อาจมีความจำเป็นที่จะต้องล้มล้างรัฐธรรมนูญ”

วรรคทองสำคัญของ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพเมียนมา ที่ถูกตีพิมพ์ในนสพ.เมียวดี ทำให้ข่าวลือการรัฐประหารยึดอำนาจในเมียนมากระหึ่มขึ้นทั่วโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เป็นข่าวลือท่ามกลางสถานการณ์ที่กองทัพเมียนมา แสดงท่าทีไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของ นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ เป็นฝ่ายกวาดชัยชนะไปอย่างถล่มทลาย

ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสมัยที่ 2 โดยคว้าที่นั่งในสภาไปถึง 346 ที่นั่ง แบ่งเป็น สภาผู้แทนราษฎร หรือสภาล่าง 258 ที่นั่ง (เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 ที่นั่ง) และสภาชนชาติ หรือสภาสูง 138 ที่นั่ง (เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 ที่นั่ง)

ยัดเยียดสถานะฝ่ายค้านให้แก่ พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา ( USDP) พรรคร่างทรงของกองทัพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนของกองทัพอีกหน โดย USDP มีเสียงในสภาล่าง 26 ที่นั่ง และสภาชนชาติ 7 ที่นั่ง (ลดลงจากเดิมสภาละ 4 ที่นั่ง)

แม้กองทัพเมียนมา จะออกมาสยบข่าวลือ ด้วยการออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า จะมุ่งมั่นปกป้องรัฐธรรมนูญและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

พร้อมปฏิเสธข้อครหาว่า กองทัพต้องการยึดอำนาจ ยกเลิกรัฐธรรมนูญจากวรรคทองของ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย ด้วย โดยระบุว่า เป็นข้อสันนิษฐานที่ไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงขององค์กรบางแห่งและสื่อบางสำนัก

ซึ่งการออกมาสยบความลือดังกล่าว ก็เนื่องจากนานาชาติ ต่างจับตาสถานการณ์ภายในเมียนมาอย่างใกล้ชิด โดย องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และ 16 สถานทูตชาติตะวันตก ได้ออกแถลงการณ์ จี้ให้กองทัพเคารพผลการเลือกตั้ง

พร้อมๆกับให้ยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตย ด้วยการจัดประชุมรัฐสภาชุดใหญ่ เลือกประธานสภาฯ และผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

แต่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาเปิดประชุมรัฐสภาชุดใหม่

กองทัพเมียนมากลับตัดสินใจล้มหนทางประชาธิปไตย ด้วยการจับกุม นางออง ซาน ซูจี พร้อมด้วย นายอู วิน มินต์ ประธานาธิบดีเมียนมา และผู้นำพรรคคนอื่นๆด้วย

มีรายงานด้วยว่า หลังจากมีการจับกุมแกนนำพรรค NLD ทหารได้เข้าตรึงกำลังในกรุงเนปิดอว์และย่างกุ้ง และยังมีการตัดสัญญาณระบบทั้งทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตภายในประเทศเมียนมาด้วย

ระหว่างรอยืนยันข่าวการรัฐประหารในเมียนมา

สปอร์ตไลท์ต่างส่องไปยัง พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของกองทัพเมียนมา ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้

ตามประวัติ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย ได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตั้งแต่ปี 2554

ปัจจุบันอายุ 65 ปี เกิดที่ทวายในครอบครัวชนชั้นกลาง บิดาเป็นข้าราชการฝ่ายวิศวกรรมโยธา

เคยเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ก่อนเปลี่ยนมาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ได้เป็นทหารและไต่ระดับขึ้นสู่ตำแหน่งต่างๆ อย่างรวดเร็ว ผ่านการเป็นผู้บัญชาการรัฐมอญ เคยดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการกรมทหารภาคสามเหลี่ยมในรัฐฉาน เป็นผู้บัญชาการกองยุทธการพิเศษที่ 2 หน่วยบัญชาการทหารภาครัฐฉาน และรัฐกะเหรี่ยง และเสนาธิการร่วมกองทัพพม่า เป็นต้น

พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย เป็น 1 ในผู้นำทหาร ที่ถูกสหรัฐอเมริกา ขึ้นแบล็คลิสต์ ห้ามเข้าประเทศ ในฐานะผู้มีบทบาทในการกวดล้าง วิสามัญฆาตกรรมชาวมุสลิมโรฮีนจาในประเทศเมียนมา เมื่อปี 2562

คนไทยรู้จักดี ในฐานะเป็นบุตรบุญธรรม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษผู้ล่วงลับ

วันที่เดินทางมาประเทศไทยเพื่อมาลงนามแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ พล.อ.เปรม ที่ทำเนียบองคมนตรี ได้เผยความรู้สึกตอนหนึ่งว่า เหมือนสูญเสียบิดา

“อายุของพล.อ.เปรมห่างจากพ่อของผมเพียง 1 ปี และพ่อของผมได้เสียชีวิตเมื่อปี 2545 และหลังจากนั้น 10 ปี ผมก็ได้พบกับ พล.อ.เปรม”

“เมื่อได้เป็นผบ.ทสส. แล้วจึงได้เข้าพบพล.อ.เปรม และได้นั่งเคียงข้างกัน ได้จับมือกัน ถ้ามีเรื่องอะไรที่สำคัญก็จะจับมือคุยกันเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นทุกครั้งที่ได้พูดคุยกัน ผมจึงเปรียบพล.อ.เปรมเหมือนบิดา คำสั่งสอนต่างๆของพล.อ.เปรมก็มีมากมาย ประกอบด้วย 2 ประเด็น คือ 1.ทางด้านการเมือง ก็จะพูดถึงประชาธิปไตย ก็จะต้องเป็นประชาธิปไตยของประเทศของตนเอง หรือประเทศใครประเทศคนนั้น ให้เหมาะสมกับประเทศตนเอง และประเด็นที่ 2 ที่พล.อ.เปรมพูดอยู่เสมอว่า เราเกิดในแผ่นดินนี้ เราต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ถ้าใครไม่ตอบแทนคุณแผ่นดิน คนนั้นถือว่า เป็นคนทรยศต่อประเทศชาติ”

ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์ ยืนยันข่าวการรัฐประหารในเมียนมาแล้ว

โดยกองทัพเมียนมา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศเป็นเวลา 1 ปี พร้อมอ้างเหตุผลของการควบคุมตัวดังกล่าวนั้น มาจากการทุจริตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

พร้อมรายงานด้วยว่า สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของกองทัพเมียนมาได้ออกออกกาศ ประกาศว่า อำนาจการบริหารประเทศได้ถูกส่งมอบต่อให้กับผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาเรียบร้อย

หรือ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย เจ้าของวรรคทอง ที่มาของเรื่องนี้

โดยให้ พล.อ.มินต์ ส่วย รองประธานาธิบดี ขึ้นเป็นประธานาธิบดีชั่วคราว 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดผลเลือกตั้ง เมียนมา ก่อนกองทัพ รวบ ตัว ออง ซาน ซูจี ส่อทำรัฐประหาร
บทความถัดไปทูเคิลแฮปปี้ฟอร์มเชลซี ชี้ลูกทีมเล่นอย่างมั่นใจ+ทุ่มเท เก็บชัยนัดแรกในการคุมทีมได้สำเร็จ