ชาวชัยนาท เห็นด้วยแจกเงินดิจิทัล ชี้ แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ตรงจุด หวั่น สร้างนิสัยให้ปชช.คุ้นรับแจก ไม่ดิ้นรนทำกิน อัดเหมือนแจกปลาแนะแจกเบ็ด
จากกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน ได้แถลงความคืบหน้าโครงการเงินดิจิทัล โดยจะมอบสิทธิการใช้จ่ายให้กับประชาชนผู้ที่อายุ 16 ปีขึ้นไป รายได้ไม่ถึง 70,000 บาทต่อเดือน และมีเงินฝากต่ำกว่า 500,000 บาท โดยให้สิทธิครั้งแรก 6 เดือนหลังจากโครงการเริ่ม ขยายพื้นที่ครอบคลุมระดับอำเภอ
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดมีเสียงสะท้อนจากประชาชนในต่างจังหวัด
นายสรรเสริญ นิลรัตน์ พ่อค้าขายหมูปิ้งในตลาดเทศบาลเมืองชัยนาท กล่าวว่า ตนมองในมุมของคนค้าขายและมุมของคนที่ได้รับสิทธิ์ด้วยถือว่าโครงการนี้เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ถือว่าตรงจุดและเป็นยาดี เพราะคิดง่ายๆ ในมุมของคนค้าขาย คือ ลูกค้าที่ออกมาเดินตลาดคือคนที่ถือเงิน 10,000 บาทอยู่ในมือ การตัดสินใจจับจ่ายใช้สอยก็สามารถทำได้ง่าย ซึ่งแน่นอนยอดขายของร้านค้าก็เพิ่มขึ้น การซื้อวัตถุดิบเพื่อนำมาประกอบอาชีพก็เพิ่มตาม
นายสรรเสริญ กล่าวต่อว่า ซึ่งแน่นอนว่าทุกอาชีพที่อยู่ในวงจรเศรษฐกิจตั้งแต่ผู้ผลิตระดับฐานรากอย่างเกษตรกร มาถึงพ่อค้าแม่ค้า มาถึงผู้ประกอบการ ก็จะได้รับประโยชน์กันโดยทั่งถึง และถ้ามามองในมุมของประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์อันนี้ยิ่งเห็นชัดเจน เพราะเมื่อทุกคนในบ้านที่คุณสมบัติเข้าเกณฑ์ มีเงินทุนในมือคนละ10,000 บาท ถือว่าเป็นทุนชีวิตที่สามารถต่อยอดได้หลากหลาย ไม่ว่าจะร่วมกันหุ้นทำอาชีพค้าขายเล็กๆ หรือการจับจ่ายซื้อของเข้าบ้านเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตก็สามารถทำได้โดยไม่ติดขัด เพราะทุกคนมีทุนในมืออย่างน้อย 10,000 บาท ซึ่งแน่นอนเมือมองในภาพรวมเศรษฐกิจจะถูกขับเคลื่อนไปพร้อมๆกันทุกมิติ ซึ่งเป็นผลดีคุ้มค่าที่จะเอาเงินงบประมาณก้อนนี้มาลงกับโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตแน่นอน
ด้านนายกิตติเดช อินทร์ธูป พ่อค้าขายปลาทูสดในตลาดเทศบาลเมืองชัยนาท กล่าวว่า ตนมองว่าโครงการนี้เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่ตรงจุด เพราะการนำเงินมาแจกก็เหมือนการแจกปลาให้ชาวบ้านกิน เมื่อเอาไปทำอาหารก็กินได้ไม่กี่มื้อก็จะหมดลง ไม่เกิดการต่อยอดสร้างความยั่งยืนอะไรได้ เหมือนเป็นการสร้างนิสัยที่ไม่ดีให้ชาวบ้าน ที่คุ้นเคยกับการรับแจกจนไม่ดิ้นรนทำกิน
นายกิตติเดช กล่าวต่อว่า ตนมองว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของชาวบ้านต้องทำให้เกิดความยั่งยืน ต้องสร้างอาชีพให้ชาวบ้านมีรายได้ต่อเนื่องในระยะสั้นและระยะยาว ตนอยากเสนอแนะให้เอาเงินก้อนนี้ไปสร้างศูนย์อาชีพชุมชน ให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อนำออกจำหน่ายทำตลลาด สร้างรายได้มากระจายให้สมาชิก อาจจะเป็นลักษณะของการรวมกลุ่มผลิต การสหกรณ์ชุมชน หรืออะไรก็ได้ที่สร้างอาชีพให้ชาวบ้าน ไม่ให้เงินก้อนสูญไป ซึ่งจะเป็นภาระต่อระบบภาษีในอนาคต ที่คนรุ่นลูกรุ่นหลานต้องมาแบกรับ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เช็กเงื่อนไข ดิจิทัล วอลเล็ต 1 หมื่นบาท 50 ล้านสิทธิ ใช้อย่างไร ซื้ออะไรได้บ้าง
- รัฐบาล ทุ่ม 6 แสนล้าน เดินหน้าแจกเงินดิจิทัล เศรษฐา กำหนดเกณฑ์ชัดแล้ว ใช้ในรัศมีอำเภอ
- เศรษฐา เผยที่มาเงินแล้ว ออกเป็นพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท แจก 50 ล้านสิทธิ

