ไม่พึงประสงค์ โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

ก่อนหน้า จัสติน บีเบอร์ นักร้องซุปเปอร์สตาร์แคนาดาวัย 23 ปี จะประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตที่เหลืออยู่ 14 รอบในทวีปเอเชียและทวีปอเมริกาเหนือ ด้วยเหตุผล “อาจเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง” ทั้งๆ ที่การแสดงทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกก่อนหน้านี้ 150 แห่งใน 6 ทวีป ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และจำนวนผู้ชมมากมายในทุกหนแห่ง

หนุ่มจัสตินเพิ่งถูกทางการจีนประกาศข่าวครึกโครมห้ามเข้าไปเปิดการแสดงในจีน เพราะ “มีพฤติกรรมไม่ดี”

จีนไม่ได้แจกแจงว่าพฤติกรรมไม่ดีนั้นคือเรื่องอะไร แต่บอกเป็นนัยว่า ถ้าอีกหน่อยหนุ่มซุปเปอร์สตาร์ท่านนี้มีวุฒิภาวะแล้ว คงจะปรับปรุงคำพูดและการกระทำให้สมกับเป็นขวัญใจประชาชนที่แท้จริง

งานนี้เหล่าแฟนๆ จึงพากันขบคิดว่า เรื่องที่ถูกตำหนิว่าไม่มีวุฒิภาวะพอนั้นคืออะไร

สื่อมวลชนตะวันตกได้ผลสรุปคล้ายๆ กันว่า ถ้าเป็นประเด็นการเมืองที่นักร้องดาราคนก่อนๆ เคยถูกจีนแบนมาแล้วหลายคน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่หนุ่มจัสตินโพสต์ภาพตัวเองในไอจีไปเยือนศาลเจ้ายาสึกุนิ ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น เมื่อปี 2557 ทำให้แฟนๆ จีนขุ่นเคืองใจอย่างกว้างขวางในครั้งนั้น

เพราะศาลเจ้ายาสึกุนิถูกจีนและเกาหลีมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งจักรวรรดินิยมของญี่ปุ่นที่บรรดานายทหารเคยก่อกรรมทำเข็ญชาติเพื่อนบ้านและชาติร่วมภูมิภาคในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ปัจจุบันหากนายกรัฐมนตรี หรือ ส.ส.ญี่ปุ่นคนใดไปไหว้ศาลเจ้านี้ ก็จะถูกจีนและเกาหลีประท้วงอย่างหนักทุกครั้ง และบางครั้งก็กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย

ดังนั้น หากจัสตินพลาดด้วยเรื่องนี้จริงๆ ก็ถือว่ากลายเป็นเงื่อนไขให้ถูกแบนอย่างชนิดเอาตัวรอดได้ยาก

พฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ระดับประเทศแบบนี้ ไม่ได้มีเฉพาะกรณีของจัสตินเท่านั้น

นายโรดริโก ดูแตร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ เพิ่งจะประกาศว่าจะ…ไม่ปงไม่ไปมันแล้วอเมริกา…ขยะแขยง หลังจากแนวโน้มที่จะได้ไปเยือนทำเนียบขาวตามคำเชิญทางโทรศัพท์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ดูจะเป็นไปไม่ได้ในเวลาอันใกล้

หลังจากมีสมาชิกคณะกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนของสภาคองเกรสประกาศว่า ถ้าดูแตร์เตโผล่มาทำเนียบขาวเมื่อใด จะนำทีมประท้วงด้วยตนเอง

นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนกลุ่มต่างๆ เห็นว่านายดูแตร์เตมีผลงานอันไม่พึงประสงค์ในเรื่องกวาดล้างยาเสพติดที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง ปล่อยให้มีการฆ่าตัดตอนนอกกฎหมาย ทำให้คนตายเป็นเบือ ทั้งพวกค้ายาและคนที่โดนลูกหลง

กระแสต่อต้านที่แรงและชัดแบบนี้น่าจะทำให้ทีมงานของนายทรัมป์ที่กำลังง่วนอยู่กับปัญหาถูกสอบสวนเชื่อมโยงรัสเซีย คงไม่เสี่ยงก่อศึกให้เป็นภัยแก่ตัวเองมากขึ้นไปอีก

ยิ่งเมื่อทรัมป์เสียท่าให้กับฝ่ายนิติบัญญัติจนคว่ำกฎหมายโอบามาแคร์ยังไม่ได้ ยิ่งแสดงให้เห็นว่ากลไกประชาธิปไตยของอเมริกายังทำงานอยู่

ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเป็นประธานาธิบดีแล้วจะเดินหน้าตะลุยทำในสิ่งที่ไม่ทันคิดด้วยการไปเชิญผู้นำชาติโน้นชาตินี้ไปเยือนทำเนียบขาวได้ง่ายๆ

เพราะสุดท้ายแล้วต้องถูกตรวจสอบพฤติกรรมด้วยว่าพึงประสงค์หรือไม่

…………….

ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กาฬสินธุ์อ่วม น้ำท่วมนาข้าว 1.4 หมื่นไร่ ชดเชย 1,113 บาท/ไร่ เฝ้าระวัง 24 ชม.
บทความถัดไปการเมืองประเทศไทย โดย : กลิ่นบงกช