ผ่านครึ่งทาง‘ชิง 50 ส.ก.’
‘พรรค-อิสระ’เปิดเกมสู้เดือด
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 18 และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ผ่านช่วงโค้งแรกของการหาเสียงโชว์นโยบายเพื่อเรียกคะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวกรุง ทั้ง 4,507,523 คน ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. 18 คน และผู้สมัคร ส.ก. 258 คน ทั้งแบบอิสระและสังกัดพรรค ต่างเดินหน้าสร้างคะแนนนิยมกันอย่างเต็มที่
ใครนำ ใครตาม ประเมินผ่านผลสำรวจของ ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เรื่อง “โค้งแรก สนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. 69” เกี่ยวกับแนวโน้มของคนกรุงเทพมหานครในการเลือกผู้ว่าฯกทม.และ ส.ก. สอบถามประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ระหว่างวันที่ 2-4 มิถุนายนที่ผ่านมา
พบว่า แนวโน้มของคนกรุงเทพมหานครในการเลือกผู้ว่าฯกทม. อันดับ 1 ร้อยละ 67.30 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) อันดับ 2 ร้อยละ 10.20 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ อันดับ 3 ร้อยละ 8.20 ระบุว่าเป็น นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) อันดับ 4 ร้อยละ 7.30 ระบุว่าเป็น นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ) อันดับ 5 ร้อยละ 3.10 ระบุว่าเป็น นายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์)
ส่วนแนวโน้มของคนกรุงเทพมหานครในการเลือก ส.ก. ผลโพลอันดับ 1 ร้อยละ 29.10 ระบุว่า อิสระ อันดับ 2 ร้อยละ 26.50 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชน อันดับ 3 ร้อยละ 18.35 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
อันดับ 4 ร้อยละ 11.50 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 6.05 ระบุว่าเป็นกลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัวและทีมคนทำงาน ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 6 ร้อยละ 1.15 ระบุว่า กาช่อง ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) ร้อยละ 1.30 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ทีม Better Bangkok พรรคเศรษฐกิจ และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote)
หากวิเคราะห์จากผลสำรวจของ “นิด้าโพล” ผ่านช่วงโค้งแรก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.แบบอิสระ มีคะแนนนิยมมาเป็นอันดับหนึ่ง ทิ้งห่างผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.คนอื่นๆ ถึง 67.30% หากกระแสและความนิยม นับจากช่วงนี้ไปถึงโค้งสุดท้าย หากไม่มีปัจจัยลบชนิดที่เป็นเรื่องใหญ่และร้ายแรงมาเขย่าเรตติ้งของ “ชัชชาติ” อดีตผู้ว่าฯกทม. คนที่ 17 มีโอกาสจะคว้าชัยชนะได้สานงานต่อ ในเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. คนที่ 18 อีกสมัย
แม้จะเจอกระแสการตรวจสอบ ผ่านข้อกล่าวหา “ระบอบอากง” ที่พยายามเชื่อมโยงถึงทีมที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. พาดพิงถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ระดับผู้อำนวยการเขต และผู้ตรวจราชการ กทม. ขยายวงไปถึงขั้นการร้องเรียนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบต่อ แต่ยังเขย่าคะแนนนิยมของ “ชัชชาติ” ไม่ได้มากนัก
แต่สนามที่หลายฝ่ายจับตาว่าจะแข่งขันกันดุเดือด มีได้-เสีย กันในทางการเมือง ย่อมไม่พ้นการเลือกตั้ง ส.ก. 50 เขต ที่มีผู้สมัครทั้งแบบอิสระ อาทิ กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว ทีมคนทำงาน ทีม Better Bangkok
ส่วนสังกัดพรรค ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเศรษฐกิจ
หากย้อนดูผลการเลือกตั้ง ส.ก.ทั้ง 50 เขต ในปี 2565 แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 20 ที่นั่ง พรรคก้าวไกล 14 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 9 ที่นั่ง พรรคไทยสร้างไทย 2 ที่นั่ง กลุ่มรักษ์กรุงเทพ 2 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ 2 ที่นั่ง และผู้สมัครอิสระ 1 ที่นั่ง
การเลือกตั้ง ส.ก.ในปี 2569 พรรคประชาชนที่รับไม้ต่อจากอดีตพรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเศรษฐกิจ ยังส่งในนามพรรค ขณะที่พรรคเพื่อไทยปรับมาลงสมัครในนาม กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว ขณะที่อดีต ส.ก.ของพรรคเพื่อไทยบางส่วน กระจายตัวไปลงนามพรรคการเมือง และกลุ่มอิสระ อย่างทีมคนทำงานและทีม Better Bangkok โดยมีกลยุทธ์และแนวทางหาเสียงที่อาศัยจุดแข็งความเป็นอิสระเช่นเดียวกับ
“ชัชชาติ” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.แบบอิสระ หากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย ตามกระแสผลโพลที่มีแนวโน้มเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ก.แบบอิสระ
ขณะที่กลยุทธ์ของผู้สมัคร ส.ก.สังกัดพรรคอย่าง พรรคประชาชน ชูจุดแข็งการเข้ามาตรวจสอบการบริหารของผู้ว่าฯกทม. ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ผ่านสภา กทม. ผนึกกับการทำหน้าที่ของ ส.ส.ที่พรรคประชาชนชนะยกกรุงเทพฯ ผ่านบทบาทการตรวจสอบโครงการเครื่องออกกำลังกายของกรุงเทพมหานคร (กทม.)
หากพรรคประชาชนได้ที่นั่ง ส.ก.ในสัดส่วนเสียงข้างมาก จะเพิ่มความเข้มแข็งในบทบาทการตรวจสอบของพรรคประชาชน ทั้งการพิจารณางบประมาณ และข้อบัญญัติของ กทม. การตั้งกระทู้ถามจะเข้มข้นขึ้น ในการบริหาร กทม.ของผู้ว่าฯกทม.คนที่ 18
จากนี้จนถึงวันเลือกตั้ง กลยุทธ์การหาเสียงในสนามเลือกตั้ง ส.ก.ทั้ง 50 เขต จะช่วงชิงคะแนนเสียงกันอย่างเข้มข้น ต่อเป้าหมายการครองเสียงข้างมากในสภา กทม.



