อนุชา เผย พบพิรุธโครงการ กทม. 93% จากยอด 5 หมื่นล้าน จัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง มีบริษัทได้ซ้ำ 500 งาน

18.06.26 | 11:32 น.

อนุชา เผย พบพิรุธโครงการ กทม. 93% มูลค่า 5 หมื่นล้าน จัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง มีบริษัทได้ซ้ำ 500 งาน

เมื่อวันที่ 18 ม.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียง ตั้งแต่เวลา 06.30 น. เริ่มที่ตลาดเอซี สายไหม โดยมี นายกร สิงห์ธีร์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตสายไหม เบอร์ 3 นำลงพื้นที่ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น จากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ก่อนจะเดินทางต่อไปยังตลาดฝั่งโขง เขตดอนเมือง เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนร่วมกับ นายไกรศักดิ์ เสาเวียง ผู้สมัคร ส.ก. เขตดอนเมือง เบอร์ 2

นายอนุชา กล่าวถึงปัญหาที่ได้รับฟังจากชาวบ้านในโซนกรุงเทพฯ ชั้นนอกว่า เรื่องการคมนาคมขนส่ง ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เนื่องจากประชาชนยังเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ยาก รถประจำทางมีน้อย และรอนานเป็นชั่วโมง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งนักเรียน ผู้สูงอายุที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล และคนวัยทำงาน ตนจึงมีแนวคิดเร่งดำเนินการระบบรถฟีดเดอร์ เพื่อเชื่อมต่อตรอกซอกซอยเข้าสู่ระบบขนส่งสายหลัก โดยใช้รถขนาดเล็กหรือมินิบัส เข้ามาดูแลภายใต้การกำกับของ กทม. เพื่อให้กำหนดเส้นทางได้ตามความต้องการของชุมชน

พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำถึงการยกระดับระบบสาธารณสุขให้ครอบคลุม ด้วยการเพิ่มบทบาทของศูนย์บริการสาธารณสุขและสร้างความร่วมมือกับคลินิกในพื้นที่ รวมถึงการใช้ระบบเทเลเมดิซีน และเทคโนโลยีเอไอ เข้ามาสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายอนุชา กล่าวว่า นอกจากนี้ในพื้นที่เขตดอนเมือง ตนชูแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากด้วยการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำแบบครบวงจร เปรียบเสมือนการแก้ปัญหาจราจรที่ต้องดูภาพรวมทั้งระบบ เพื่อให้น้ำระบายสู่คลอง แม่น้ำเจ้าพระยา และอ่าวไทยได้อย่างเป็นระบบมากที่สุด

Advertisement

ส่วนในเรื่องความโปร่งใสนั้น นายอนุชา กล่าวว่า การใช้แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. ซึ่งพบพิรุธว่าโครงการกว่า 93% จากมูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท เป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบ “เฉพาะเจาะจง” ซึ่งไม่มีการแข่งขันด้านราคา และยังพบว่ามีบางบริษัทได้รับงานซ้ำซ้อนกว่า 500 โครงการ รวมถึงมีการเชื่อมโยงรายชื่อคณะกรรมการในโครงการกับบริษัทเอกชนที่ได้รับงาน

“ผมขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่า นี่ไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นการทำหน้าที่ปกป้องงบประมาณภาษีของทุกคน ปัญหาทุจริตไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ต้องสร้างให้ข้าราชการและคนทำงานไม่ยอมรับการโกงกิน ผมตั้งใจนำนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ การเดินทางที่สะดวก เมืองสะอาด ชีวิตที่ปลอดภัย เศรษฐกิจดีขึ้น และการตรวจสอบได้ทุกกรณี มาพลิกโฉมกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จริง” นายอนุชา กล่าว

นายอนุชา กล่าวด้วยว่า ขอเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ด้วยการกาบัตร 2 ใบ เลือกผู้ว่าฯ กทม. บัตรสีเขียว “อนุชา เบอร์ 5” และ ส.ก.ของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 50 เขต บัตรสีชมพู เพื่อให้การบริหารงานกรุงเทพฯสามารถเดินหน้าได้ตั้งแต่วันแรก โดยไม่ต้องรอผลสำรวจร้อยวันแรก เพราะทีมงานพรรคประชาธิปัตย์เกาะติดพื้นที่และเข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงมาโดยตลอด