เปิดหน้า Next Gen! สิทธิพัฒน์ เสนเนียม ลูกไม้หล่นใต้ต้น ฝ่าดง ‘กระสุน’ สงขลาเขต 4
ในสนามการเมืองระดับชาติ ตระกูลเสนเนียม ภายใต้ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามารับใช้คนสงขลา แก้ปัญหา พัฒนาพื้นที่ อีกทั้งร่วมบริหารประเทศในหลายรัฐบาล ตั้งแต่ยุคของ ถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีต ส.ส.สงขลา หลายสมัย อดีตรองหัวหน้าพรรคและอดีตรองเลขาธิการพรรค ปชป., วินัย เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา หลายสมัย น้องชายของถาวร ก่อนจะเสียชีวิตลงเมื่อปี 2552
เข้าสู่ศักราช 2569 ถึงเวลาของ Next Gen ภู-สิทธิพัฒน์ เสนเนียม ลูกชายวินัย หลานลุงถาวร ลูกไม้หล่นใต้ต้น ในการเป็น ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขอโอกาสคนคาบสมุทรสทิงพระ พร้อมทำงานหนัก สร้างความเปลี่ยนแปลงให้บ้านเกิด
แม้จะเป็นลูกหลานนักการเมืองตระกูลดัง ทว่า สิทธิพัฒน์ปฏิเสธอย่างแข็งขัน ไม่ได้เข้ามาเป็นทายาทสืบทอดอำนาจ หากแต่มีแนวคิดสอดรับกับพรรค ปชป. ที่หวังพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น ดังสโลแกน “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” จึงเข้าร่วมแคมเปญ “ส.ส.ที่ดี…คุณเองก็เป็นได้นะ” กระทั่งได้รับเลือกเป็นผู้สมัคร แถมยังประจวบเหมาะกับการกลับมาของ หัวหน้ามาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เจ้าตัวยกเป็น “ไอดอล”

นี่จึงเป็นย่างก้าวที่ถูกเวลาของ “ผู้สมัครหน้าใหม่” ร่วมศึกชิงเก้าอี้ ส.ส.เขต 4 สงขลา ชนเจ้าของพื้นที่เดิม ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคกล้าธรรม (กธ.) อย่างไม่หวั่นเกรง
“บางท่านอาจคิดว่าลูกหลานนักการเมืองอาจสืบสานทายาท หรือสืบต่อทางการเมืองหรือไม่ แต่ผมรับรองเลยว่าผมตัดสินใจด้วยตัวเอง
ผมมองคุณอภิสิทธิ์เป็นไอดอลทางการเมือง เขาพูดคำไหนคำนั้น ยึดมั่นในอุดมการณ์เดิมของพรรค คือซื่อสัตย์ สุจริต ผมอยากทำการเมืองในเส้นทางนี้ ถ้าคุณอภิสิทธิ์ไม่กลับมาที่พรรค ผมก็พูดได้เลยว่าคงไม่เข้ามาทำการเมืองใน ปชป.” สิทธิพัฒน์ระบุ

ชูแก้ปากท้องด้วย ‘ประกันรายได้เกษตรกร-แรงงาน’
ปัจจุบัน สิทธิพัฒน์ อายุ 27 ปี เป็นลูกของ วินัย-พญ.วนิดา เสนเนียม สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ห้องโครงการพิเศษ จบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นอกจากจะเริ่มลุยงานการเมือง สิทธิพัฒน์ยังประกอบธุรกิจส่วนตัว เกี่ยวกับที่พักอาศัย ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งธุรกิจด้านการเกษตร อย่างสวนยางพารา
“ความฝันตั้งแต่เด็กๆ คืออยากทำการเมืองด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ตอนเรียนเศรษฐศาสตร์ ด้านนโยบายการเงิน การคลัง คิดว่าสิ่งที่เราคิด นโยบายต่างๆ อย่างออมทรัพย์ หวยครู ได้ทำโปรเจ็กต์ตัวหนึ่งขึ้นมา ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็มีคนคิดแนวเดียวกับเรา คิดว่าโอเค ถ้าความคิดเราตรงกับแนวทางในการช่วยเก็บเงิน ออมเงินสำหรับผู้สูงอายุ และมีพรรคการเมืองบางพรรคเริ่มนำไปใช้ในวิธีคล้ายๆ กัน จึงคิดว่าเมื่อมีแคมเปญพรรค ‘ส.ส.ที่ดี…คุณเองก็เป็นได้นะ’ ออกมา เลยคิดว่าตั้งใจทำการเมืองดีกว่า” สิทธิพัฒน์กล่าว

สำหรับนโนบายที่ สิทธิพัฒน์ ต้องการผลักดัน และชื่นชอบของพรรคประชาธิปตย์ เขาชี้ว่า “ประกันรายได้เกษตรกร-แรงงาน” คือสิ่งที่ตอบโจท์ที่สุด
สิทธิพัฒน์อธิบายว่า นโยบายดังกล่าวเป็นการเติมเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยไม่ทำให้เกิด “เงินเฟ้อ” สมมุติค่าแรงขั้นต่ำคือ 350 บาท แต่หากสำรวจพบว่าจำนวนเงินขั้นต่ำที่ผู้ใช้แรงงานสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้คือ 400 บาท ก็จะเติมให้ทันทีอีก 50 บาท
เขามองว่า ข้อดีคือสิ่งนี้ไม่กระทบต้นทุนเจ้าของบริษัท เจ้าของโรงงาน ดังนั้น เมื่อไม่กระทบต้นทุน ผู้ประกอบการก็ไม่ต้องปลดพนักงาน (Layoff) อีกอย่างคือราคาสินค้าจะไม่เพิ่มขึ้น เพราะต้นทุนของผู้ประกอบการไม่สูงขึ้น จึงเป็นนโยบายที่ชอบที่สุดในภาพรวมของประเทศ
“แต่อีกทางหนึ่ง สำหรับพื้นที่เกษตรบ้านเราก็มี ‘ประกันราคาข้าว’ คิดว่าพอช่วยได้ แต่ในระยะยาวต้องหาทางส่งเสริมราคาข้าว อาจต่อยอดด้านเมล็ดพันธุ์ข้าว ปรับปรุงดิน เพื่อให้เหมาะสมกับเมล็ดพันธุ์ข้าวแต่ละชนิด เป็นสิ่งที่คิดว่าอยากจะผลักดัน” สิทธิพัฒน์เผย
กังวล ‘กระสุน’ ชนะคะแนนบริสุทธิ์ ห่วงอนาคตต้อง ‘ประมูล’ เข้ามาทำการเมือง
“ซื้อเสียงสูงมากๆ”
คือสุ้มเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลของ สิทธิพัฒน์ เพราะแม้การลงพื้นที่หาเสียงแต่ละครั้ง จะได้รับเสียงตอบรับที่ดี แต่กลับต้องสู้กับ “กระสุน” หรือ “การซื้อเสียง” ที่เขาย้ำชัดๆ ว่า “เยอะมาก” แถมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังนิ่งเฉย
“จริงๆ ตั้งแต่เลือกตั้ง อบต.แล้ว ไม่คิดว่าผู้สมัคร ส.ส.หลายท่านจะแข่งกันด้วยการซื้อเสียง กลายเป็นว่าต่อไปหากยังเป็นแบบนี้คนดีจะอยากทำการเมืองหรือเปล่า ต่อไปก็ประมูลซะเลย ส่วนผมอยากลองเสนอทางเลือกใหม่ ทำการเมืองไม่ซื้อเสียง ยืนยันว่าไม่ล่ารายชื่อ
ถามว่ากังวลไหม กังวล หากนักการเมืองซื้อเสียงเข้ามาอยู่ในพื้นที่ สุดท้ายนโยบายต่างๆ ที่จะผลักดันคงทำได้อย่างไม่เต็มที่ เขาคงต้องการผลประโยชน์บางอย่างเพื่อตอบแทน
ฝากกระแทกไปที่ กกต.นิดหนึ่งว่า ช่วยตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีการซื้อเสียงหนักมาก เท่าที่ทราบคือสงขลาแทบทุกเขตซื้อเสียงเยอะมากๆ ระบบหัวคะแนนคือผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เป็นผู้กุมเงินของนักการเมือง รอบนี้ไม่ใช่แค่เงินสด แต่เป็นพร้อมเพย์ในการโอนเข้าไปเลย” สิทธิพัฒน์เน้นย้ำ

‘รุ่นเก๋า’ ถ่ายทอดประสบการณ์
ถามถึงอดีตรัฐมนตรี ถาวร ให้คำปรึกษา หรือแนะนำเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ สิทธิพัฒน์เล่าว่า วันแรกที่สมัครร่วมแคมเปญ “ส.ส.ที่ดี…คุณเองก็เป็นได้นะ” ช่วงเย็นโทรถามคุณลุงว่าอยากแนะนำอะไรไหม แน่นอน คุณลุงให้ประสบการณ์ในการทำการเมืองหลายๆ ด้าน แม้ว่าผมไม่ทันสมัยพ่อ (วินัย) เท่าไหร่ เพราะตอนนั้นยังเด็กมาก วันนี้จึงปรึกษาคุณลุง
ทั้งเรื่องทำเวที ค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นอย่างไร ต้องแจกแจงลักษณะไหน เพราะถือว่าเรา “ใหม่มาก” อีกทั้งจบด้านเศรษฐศาสตร์ ประสบการณ์ทางการเมืองเราอาจจะยังไม่เยอะ แต่มีความตั้งใจจริงที่จะเข้ามาทำการเมือง
“ลุงถาวรดีใจ ตั้งแต่วันแรกที่ผมโทรไปคุณลุงตกใจและเซอร์ไพรส์มากที่อยู่ๆ ไปลงสมัคร ส.ส.โดยที่ไม่ได้ไปแจ้งคุณลุงก่อน” สิทธิพัฒน์กล่าว
นับจากวันนี้ไป เหลือไม่ถึง 10 วัน ก็จะเป็นวันเลือกตั้ง ส.ส. กำหนดอนาคตประเทศไทย
ภู สิทธิพัฒน์ Next Gen เสนเนียม ขอโอกาสเปลี่ยนเขต 4 สงขลา ที่ดีกว่าเดิม




