อภิสิทธิ์ ปลุกชาวสงขลา หมดเวลาการเมืองทุนเทา เตือนเลือกผู้สมัครติดคดี ย้ำคนใต้ใจเดียวแบ่งให้ใครไม่ได้ ชี้ นักการเมืองต้องรับผิดชอบสูงกว่ามาตรฐานกม.
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สวมเสื้อสีเทา ข้อความ ”เสื้อเทาคนไม่เทา” พร้อมคณะ ลงพื้นที่อุทยานนกน้ำคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยนายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขตการเลือกตั้งที่ 4 พรรคประชาธิปัตย์หาเสียง โดยนายสิทธิพัฒน์เป็นหลานชายของนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์

โดยก่อนที่นายอภิสิทธิ์ จะขึ้นกล่าวปราศรัยและมีประชาชนขอถ่ายรูปขอเซลฟี่ และนำภาพถ่ายกับนายอภิสิทธิ์ มาให้เซนบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
นายอภิสิทธิ์ ปราศรัยกับประชาชน ที่มารอฟังว่า เขตเลือกตั้งที่ 4 สงขลานี้ คือ บททดสอบสำคัญ เพราะช่วงที่ตนไม่อยู่ในการเมือง มีประชาชนบอกว่า อย่ากลับมาทางการเมืองเลย เพราะการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว ไม่เหมือนในอดีต เพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ภาคใต้ใช้เงินมากที่สุด ดังนั้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้ และเขตการเลือกตั้งนี้ นายสิทธิพัฒน์ กำลังแข่งกับผู้สมัครคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)มีมติส่งศาลเพื่อยึดทรัพย์ โดยมีที่มาจากธุรกิจผิดกฎหมาย

“ดังนั้นประชาชนในเขตเลือกตั้งนี้ จะส่งสัญญาณถึงประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งแม้ศาลจะยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ก็ยังถือว่าเขาไม่ผิด แต่มาตรฐานทางการเมืองที่ดีทั่วโลกและมาตรฐานที่ผมเคยทำมาตลอดคือคนที่เป็นนักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่ามาตรฐานของกฎหมาย นี่ไม่ใช่การกล่าวหาเลื่อนลอย แต่ไปถึงขั้นที่จะมีการส่งศาลแล้ว และพูดตามจริงถ้าศาลตัดสินยึดทรัพย์เขาก็ต้องพ้นจาก ส.ส.ด้วย แล้วพี่น้องชาวสงขลาจะเลือกคนแบบนี้ส่งเข้าสภาจริงหรือหรือจะให้โอกาสคนรุ่นใหม่เข้าไปเริ่มต้นทำงานเป็นผู้แทนฯที่ดี เข้าไปทำงานสร้างการเมืองสุจริต“นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกระแสความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่จังหวัดสงขลาว่า แม้โพล คะแนนดีหมด แต่รองหัวหน้าพรรคฯ บอกว่า เวลาคู่แข่งมาหาเสียง ก็บอกว่า ถ้าคนสงขลารักประชาธิปัตย์ ก็เลือกบัญชีรายชื่อ เบอร์ 27 ได้ แต่ขอ ส.ส.เขตให้เขา ดังนั้น คนใต้ใจเดียวจะแบ่งให้ใครไม่ได้ และอาทิตย์สุดท้าย ตนเชื่อว่า แบงก์เทาจะดุเดือดมาก หากรับก็อย่าเลือก และต้องบอกไปว่า 1 ใบไม่พอหรอก ถ้า 2 ใบ เดี๋ยวอภิสิทธิ์ จะมาปราศรัยใหม่ ย้ำว่าอย่าเลือกคนให้แบงก์เทา
”เพราะเงิน 1,000 บาท ไม่คุ้มกับเวลา 4 ปี หรือตกวันละ 1 บาท แต่โกงทีเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท บ้านเมืองไม่พัฒนา ประเทศไม่ไปไหน ดังนั้น จึงหมดเวลาการเมืองแบบนี้แล้ว และขอคนใต้ร่วมกันไล่ทุนเทา ไล่คนซื้อเสียงออกไปจากภาคใต้ ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนดีใจที่ได้มาพบชาวสงขลาอีกครั้ง และการกลับมาครั้งนี้ ต้องการให้การเมืองเดินไปข้างหน้าเพราะที่ผ่านมา ติดกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ถูกทุนเทาครอบงำประเทศ สนุกสนานกันในหมู่นักการเมือง แลกเปลี่ยนกันไปเป็นนักการเมือง มีดีลลับ มีกล้วย ไม่ได้สนใจประชาชน สภาพพื้นที่เสื่อมโทรม ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ประชาชนเดือดร้อน ข่าวสารบ้านเมืองก็ไม่เห็นปัญหาต่าง ๆ จะถูกแก้ไข ดังนั้น จึงจะต้องตั้งต้นจากการเมืองสุจริต
ส่วนกรณีที่มีคนปรามาสพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มั่นใจว่า พรรคประชาธิปัตย์ อยู่มาได้ 80 ปี หากไม่สนับสนุนคนรุ่นใหม่ ก็จะไม่มีคนรุ่นใหม่มาทำงานกับพรรค และประชาชนส่วนหนึ่งยังต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ นำเรื่องการเมืองสุจริตกลับมาให้ได้ และอยากเห็นประชาธิปัตย์ เดินหน้าไปข้าง ตนจึงเปิดโครงการคุณเองก็เป็น ส.ส.ที่ดีได้นะ นายสิทธิพัฒน์ จึงได้มาสมัคร ซึ่งหากประชาชนให้โอกาส ก็มั่นใจว่า ในอนาคต นายสิทธิพัฒน์ จะเป็น ส.ส.ที่ดูแลอนาคตได้ยาวนาน
“จึงขอประชาชนให้โอกาสนายสิทธิพัฒน์ เป็นอนาคตของพรรคฯ และประชาชนด้วย และ ผมยังกลับมาพร้อมกับนายกรณ์ จาติกวณิช และ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่จะมาช่วยทำให้เกษตรกร สามารถปรับปรุงสินค้าให้มีคุณภาพ มีรัฐบาลสนับสนุน และมีรัฐบาลที่มีฝีมือในการเจรจาการค้าให้มีลู่ทางการส่งออก โดยมี นายวีระพงษ์ ประภา อดีตผู้แทนการค้าไทย ซึ่งเป็นคนหาดใหญ่ เคยมีประสบการณ์การเจรจามาแล้ว ดังนั้น เศรษฐกิจจะถูกฟื้นฟูแน่นอน”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังได้ย้ำผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนโยบายเรียนฟรี 15 ที่ระหว่างตนหาเสียง ก็มีประชาชนคนหนุ่มสาวเดินมาขอบคุณนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ที่ทำให้ได้รับการศึกษา รวมถึงนโยบาย ค่าตอบแทน อสม.ที่ช่วยป้องกันชีวิตคนไทย ตนก็อนุมัติให้มีค่าตอบแทน ดังนั้น หลังจากนี้ จะต้องให้มีกองทุน ให้มีสวัสดิการครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงเบี้ยผู้สูงอายุ ที่พรรคประชาธิปัตย์จะเพิ่มเบี้ยเป็น 1,000 บาทถ้วนหน้า และนโยบายผู้สูงอายุทำฟันไม่ต้องรอคิวนาน, เงินสำหรับปรับปรุงบ้านของผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในบ้าน และนโยบายอุดหนุนแม่และเด็ก ที่คลอดบุตรรับทันที 5,000 บาท และรับอีก 1 ปี รวม 65,000 บาท เพื่อลดความกังวลของมารดา และมั่นใจว่า จะมีเงินเพียงพอที่จะมาดูแลบุตร พร้อมรัฐบาล ยังจะมีบัญชีเงินฝาก เดือนละ 500 บาท จนอายุครบ 18 ปี ก็จะมีเงินทุน 100,000 บาท สามารถไปเรียนต่อ หรือลงทุนได้
รวมถึงยังมีนโยบายหวยจังหวัด ฉบับละ 50 บาท ประชาชนที่ถูกรางวัล จะได้รับ 1,000,000 บาท แต่ถ้าไม่ถูกรางวัล เงิน 40 บาทจะกลายเป็นเงินออม พร้อมยืนยันว่า นโยบายของพรรคได้รับการต่อยอดเป็นลำดับ ไม่ได้มาเฉพาะการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น จึงขอโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าไปทำงาน
“พรรคประชาธิปัตย์ กลับมาแล้ว และพร้อมจะทำงาน หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็พร้อมทำงานผลักดันรัฐบาลทันที แต่หากจะต้องร่วมรัฐบาล ก็จะต้องมีเงื่อนไขไม่ทุจริต ไม่มีนโยบายสร้างความขัดแย้ง และไม่ถูกครอบงำ รวมถึงจะต้องเอาจริงเอาจังกับการปราบทุนเทา”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

