บทโหมโรงการเลือกตั้ง 2569 คึกคักตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ทั้งแรง และเร็ว หลายพรรคพร้อมแล้วสำหรับการเปิดตัวผู้สมัครสส. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อการขับเคี่ยวของสามพรรคใหญ่ที่สูสีที่สุด ได้แก่ “ภูมิใจไทย””ประชาชน” และ”เพื่อไทย” พร้อมๆกับดาวรุ่ง “กล้าธรรม” และ “ประชาธิปัตย์” ที่กำลังจะกลับมา

ภูมิใจไทย บ้านใหญ่ไหลรวมกัน
ในการเลือกตั้ง 2566 พรรคสีน้ำเงิน ได้สส. รวม 71 คน มาจากสส.แบ่งเขต 68 คน และ บัญชีรายชื่อ 3 คน การเลือกตั้ง2569 ตั้งเป้าก้าวกระโดดเป็น 150 ที่นั่ง ในฐานะพรรคอันดับ 1 เพื่อการันตีตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ยาวๆ อีก 4 ปีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ล่าสุดเมื่อถนนทุกสายมุ่งสู่พรรคภูมิใจไทย อย่างต่อเนื่อง เป้าหมายล่าสุดคือ 200 ที่นั่ง
พร้อมทั้งความพยายาม ที่จะดึง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นอกจากนายอนุทิน แล้ว ยังหวังดึงอีก 2 แคนดิเดตคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นที่นิยมของคนเมือง เพื่อเติมเสียงปาร์ตี้ลิสต์ ล่าสุดยังมีชื่อของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้ามาเป็นอีก 1 ชื่อ ติดแคนดิเดตนายกฯ
ย้อนหลังกลับไปวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ก่อนยุบสภา 2 วัน เฟซบุ๊ก เพจพรรคภูมิใจไทย ใช้ข้อความรายงานข่าวว่า “อนุทิน-นภินทร” เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร บ้านใหญ่ “ไกรวัตนุสสรณ์” อดีตสส.เพื่อไทย เข้าสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง”
“บ้านใหญ่” และ “อดีตสส.เพื่อไทย” คือ คีย์เวิร์ด สองคำที่ถูกปล่อยมาเต็มๆ เปิดหน้าไม่เกรงใจ ว่า ภูมิใจไทย จะเอาแบบนี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแกนนำ พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย เปิดตัว นายธนชิต ทัศนีย์ไตรเทพ ว่าที่ผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร เขต 1, นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร เขต 2 อดีต สส.พรรคเพื่อไทย, นายธนวัฒน์ ทองโต ว่าที่ผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร เขต 3, และนาย ปัญญา ชวนบุญ ว่าที่ผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร เขต 4 ที่มาสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งหน้า
นายนภินทร เจ้าของตลาดที่ราชบุรี ครั้งหนึ่งเคยเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในจังหวัดสมุทรสาคร เราสู้ครบทั้ง 4 เขต มั่นใจว่าจะสามารถผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้าไปได้ โดยพรรคภูมิใจไทยมีกระแสที่ดี เพราะว่าที่ผู้สมัครแต่ละคนได้ทำพื้นที่อย่างดีมาโดยตลอด
ขุมกำลัง “บ้านใหญ่” ที่ภูมิใจไทย ดูดมาอย่างต่อเนื่อง
บ้านใหญ่ชลบุรี นำโดย “สนธยา คุณปลื้ม” จากพรรคเพื่อไทย ถูกดูดให้มาจับมือ “บ้านใหม่เมืองชลฯ” ของ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ต้องตัดคะแนนกันเอง จะสู้กับพรรคประชาชนได้ถนัด ล่าสุดตกลงกันได้แล้วว่า นายสุชาติ จะลงเขต 1
บ้านใหม่เมืองชลฯ นายสุชาติ ชมกลิ่น ยังได้พาอดีต สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ 11 คน เข้าร่วมพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ นายเกรียงยศ สุดลาภา อดีต สส.บัญชีรายชื่อ นายศาสตรา ศรีปาน อดีต สส.สงขลา เขต 2 นายวัชระ ยาวอหะซัน อดีต สส.นราธิวาส เขต 1 นายพิพิธ รัตนรักษ์ อดีต สส.สุราษฎร์ธานี เขต 2 นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล อดีต สส.นครศรีธรรมราช เขต 10 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ อดีต สส.เพชรบุรี เขต 1 นางสาวกุลวลี นพอมรบดี อดีต สส.ราชบุรี เขต 1 และนายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง อดีต สส.ชลบุรี เขต 4

บ้านใหญ่สุพรรณบุรี-นครปฐม นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา มาพร้อมกับ บ้านใหญ่ นครปฐม และร้อยเอ็ด 10 ชีวิต อาทิ นายเสมอกัน เที่ยงธรรม (สุพรรณบุรี) นายประภัตร โพธสุธน (สุพรรณบุรี) อนุชา สะสมทรัพย์ (นครปฐม) และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ (ร้อยเอ็ด)
บ้านใหญ่เพชรบูรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ และ นายอัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ นำทีม สส.จากพลังประชารัฐ มาสังกัดภูมิใจไทย 5 คน แถมด้วยอดีต สส.อีสาน พรรค พปชร. 2 คน รวมเป็น 7 คน ได้แก่ นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ อดีต สส.เพชรบูรณ์ เขต 1 นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ อดีต สส.เพชรบูรณ์ เขต 3 นายวรโชติ สุคนธ์ขจร อดีต สส.เพชรบูรณ์ เขต 4 นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ อดีต สส.เพชรบูรณ์ เขต 5 นายอัคร ทองใจสด อดีต สส.เพชรบูรณ์ เขต 6 นายชัยมงคล ไชยรบ อดีต สส.สกลนคร เขต 5 และนายวิริยะ ทองผา อดีต สส.มุกดาหาร เขต 1
ก๊วนอดีตส.ส.เพื่อไทย นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีต สส.กาญจนบุรี เขต นำ 5 สส. อีสานมาร่วม ได้แก่ นายกิตติ สมทรัพย์ อดีต สส.ร้อยเอ็ด เขต 6 นายนรากร นาเมืองรักษ์ อดีต สส.ร้อยเอ็ด เขต 4 นายประเสริฐ บุญเรือง อดีต สส.กาฬสินธุ์ เขต 6 นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีต สส.ศรีสะเกษ เขต 4 นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อดีต สส.ศรีสะเกษ เขต 9 เพื่อยึดพื้นที่อีสานใต้ให้เบ็ดเสร็จ
พรรคภูมิใจไทย ยังได้ อดีตสส.ภาคใต้เป็นกอบ เป็นกำอีกหลายสาย ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เช่น กลุ่มนายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ อดีตเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ นายจุติ ไกรฤกษ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ นายอนุชา บูรพชัยศรี อดีต สส.บัญชีรายชื่อ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีต สส.บัญชีรายชื่อ นาย วิชัย สุดสวาสดิ์ อดีต สส.ชุมพร เขต 1 นายสุพล จุลใส อดีต สส.ชุมพร เขต 3 นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ อดีต สส.สุราษฏร์ธานี เขต 1
รวมทั้ง อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีสำนักนายกฯ นายทวี สุระบาล อดีต สส.ตรัง เขต 2 นายสุธรรม จริตงาม อดีต สส.นครศรีธรรมราช เขต 6 นายสรรเพชญ บุญญามณี อดีต สส.สงขลา เขต 1นายสมยศ พลายด้วง อดีต สส.สงขลา เขต 3 นายราชิต สุดพุ่ม อดีต สส.นครศรีธรรมราช เขต 1 นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง เขต 3 และนายสมบัติ ยะสินธุ์ อดีต สส.แม่ฮ่องสอน เขต 1

แม้การดูดสส.จากพรรคเพื่อไทย จะต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะ หวั่นผลกระทบจากฐานเสียงคนเสื้อแดง แต่คนที่ไม่รอคือ นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรคพรรคเพื่อไทย และนางสาวสรัสนนท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ก็ไปโชว์ตัว ยืนยันร่วมพรรคภูมิใจไทยแน่นอน ทั้งๆที่เคยขึ้นเวทีเปิดตัวผู้สมัครสส.ในนามพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านั้นแท้ๆ
แต่เมื่อพลันเมื่อมีประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ยุบสภาผู้แทนราษฎรในคืนวันที่ 11 ธันวาคม ในวันรุ่งขึ้น 12 ธันวาคม นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ภาพหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรค พร้อมกับอดีต ส.ส.อีก 3 ราย ได้แก่ นายกิตติ สมทรัพย์ (ร้อยเอ็ด) นายประเสริฐ บุญเรือง (กาฬสินธุ์) และนางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร (ศรีสะเกษ) เพื่อมุ่งหน้าสู่รั้วภูมิใจไทย
ตามมาด้วยบ้านใหญ่จากปทุมธานี วันที่ 15 ธันวาคม นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ อดีตนายกเทศมนตรีธัญบุรี พร้อมด้วยนายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ อดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ปรากฎตัวที่พรรคภูมิใจไทย
ทั้งหมดนี้สมทบกับ “บ้านใหญ่” เดิม อาทิ บุรีรัมย์ (ชิดชอบและทองศรี) อุทัยธานี (ไทยเศรษฐ์) อยุธยา (พันธ์เจริญวรกุล) ศรีสะเกษ (อังสกุลเกียรติ และไตรสรณกุล) อ่างทอง (ปริศนานันทกุล) พิจิตร (ภัทรประสิทธิ์) สตูล ( เลียงประสิทธิ์) กระบี่ (รัชกิจประการ และ กิตติธรกุล) เลย (ทิมสุวรรณ) อุบลราชธานี (สมชัย) สุรินทร์ (เจริญพันธ์)

เพื่อไทย ปรับ-รักษากระบวนทัพ
ในการเลือกตั้ง 2566 พรรคสีแดง ได้สส. รวม 141 คน มาจากสส.แบ่งเขต 112 คน และ บัญชีรายชื่อ 29 คน การเลือกตั้ง2569 ตั้งเป้าไว้ 200 คน
พรรคเพื่อไทย อยู่ในช่วงปรับและรักษากระบวนทัพ หลังการพลิกกลับมาเป็นฝ่ายค้าน และ นายทักษิณ ชินวัตร ต้องกลับไปเข้ารับโทษในเรือนจำ โดยวันที่ 7 ตุลาคม 2568 พรรคเพื่อไทยจัดงาน “ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย” เพื่อแสดงความพร้อมสู่การเลือกตั้งหลังการยุบสภา และเปิดตัวผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส. ล็อตแรกกว่า 200 คน จากทั่วประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมถึงคณะกรรมการบริหารพรรค อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค สมาชิกพรรค และผู้สนับสนุนพรรคร่วมกิจกรรมมากกว่า 500 คน
ผู้สมัครที่เปิดตัว ภาคเหนือ : เชียงราย 5 คน อาทิ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ,เชียงใหม่ (13) อาทิ นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นางสาวศรีโสภา โกฎคำลือ ,น่าน (3) อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ,พะเยา( 2) ,แพร่( 3 ) อาทิ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ,แม่ฮ่องสอน (1)ลำปาง (2) , ลำพูน (1 ), ตาก( 1 )
นครสวรรค์(3) อาทิ นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ,พิจิตร(2) ,พิษณุโลก(5) อาทิ นายจเด็ศ จันทรา นายนพพล ทองเหลืองจันทา , เพชรบูรณ์(5) อาทิ นายชัยณรงค์ สืบสุรีย์กุล นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธุ์ ,สุโขทัย (4) อาทิ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ , อุตรดิตถ์ (3)
ภาคอีสาน : นครพนม(2) อาทิ นางมนพร เจริญศรี ,บึงกาฬ(3) อาทิ นิพนธ์ คนขยัน ,มุกดาหาร(1) เลย(3) อาทิ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ,สกลนคร (6) อาทิ นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย นางสาวจิรัชยา สัพโส ,หนองคาย(3) อาทิ นายกฤษฎา ตันเทอดฑิตย์ ,หนองบัวลำภู(4) อาทิ นายไชยา พรหมา ,นายสยาม หัตถสงเคราะห์,อุดรธานี(8) อาทิ นายธีรชัย แสนแก้ว นายวัชระพล ขาวขำ ,กาฬสินธุ์(3) อาทิ นายวิรัช พิมพะนิตย์,ขอนแก่น(6) นายภาควัต ศรีสุรพล นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ ,มหาสารคาม(6) อาทิ นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายยงยุทธ จรัสเสถียร,ยโสธร(1) ,ร้อยเอ็ด (7) อาทิ ฉลาด ขามช่วง นางสาวจิราพร สินธุไพร,ชัยภูมิ(3) ,นครราชสีมา(11)อาทิ นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล นายพชร จันทรรวงทอง,บุรีรัมย์(4) ,ศรีสะเกษ(6) อาทิ นายธเนศ เครือรัตน์ นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ,สุรินทร์ (2), อำนาจเจริญ(1) ,อุบลราชธานี (7) อาทิ นายประภูศักดิ์ จินตะเวช นายสมคิด เชื้อคง
ภาคกลาง : อยุธยา(1) ,ลพบุรี(2) ,สระบุรี(1) ,อุทัยธานี(2), นนทบุรี(2), ปทุมธานี (5) ,กาญจนบุรี(5) อาทิ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ นางสาวพลอย ธนิกุล, ฉะเชิงเทรา(4) อาทิ นางสาวฐิติมา ฉายแสง, นครนายก(1), สระแก้ว (1),กทม.(20) อาทิ นายสุรชาติ เทียนทอง ,นางสาวขวัญจิรา มีนชัยนันท์ นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ,นายสากล ม่วงศิริ ชุมพร(1) นครศรีธรรมราช(1) สตูล(1)

จากนั้น ในวันที่ 17 ตุลาคม 2568 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค ได้ร่วมเปิดตัวว่าผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. พรรคเพื่อไทยจาก 12 จังหวัดรวม 22 คน
การเปิดตัวที่ห่างกัน 10 วัน ในวันที่ 7 ต.ค. ครอบคลุมผู้สมัครสส. ภาคเหนือ และอีสานเป็นด้านหลัก โดยมีภาคกลาง และ กทม.บางส่วนรวมทั้งภาคใต้ ซึ่งในวันที่ 17 ต.ค. มีการเติม ผู้สมัครสส. ภาคเหนือ อีสาน และ ผู้สมัครกทม.ที่หนาตา มากยิ่งขึ้น
แต่แล้วในวันที่ 22 ตุลาคม นางสาวแพทองธาร ก็แจ้งการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โดยให้เหตุผลว่า “เพื่อเปิดทางให้ยกเครื่องพรรคได้อย่างอิสระ” ในขณะที่มีผู้มองว่า อาจจะมาจากความกังวลว่า หาก น.ส.แพทองธารเป็นผู้ลงนามรับรองการส่งผู้สมัคร สส. อาจจะมีการยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลรัฐธรรมนูญได้ว่าให้ผู้ถูกตัดสินคดีจริยธรรมมาเซ็นรับรองผู้สมัคร สส. ทำให้พรรคต้องเผชิญกับนิติสงคราม
27 ตุลาคม 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมเตรียมพร้อมเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภาคเหนือตอนล่าง 16 เขต ของพรรคเพื่อไทย
31 ตุลาคม ประชุมใหญ่พรรค จึงมีมติเลือกนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ และยังเดินเดินหน้าทะยอยเปิดตัวผู้สมัครสส.อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เปิดผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. พรรคเพื่อไทยจาก 18 จังหวัดรวม 31 คน รวมมีผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.แล้ว 265 เขตเลือกตั้ง อีก 7 วันต่อมาคือ 14 พฤศจิกายน 2568 เปิดตัวผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.ล็อตใหม่เพิ่ม 11 คน “นนทบุรี” ครบทุกเขต
นายสุริยะ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยพยายามเติมเต็มตามเป้าหมายที่ตนได้ประกาศไว้ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้ง ว่าจะกวาด ส.ส.ให้ได้ 200 ที่นั่งในการเลือกตั้งที่จะมาถึง
ส่วนล๊อต ที่เรียกความสนใจได้มาก เกิดขึ้นในวันที่ 21 พฤศจิกายน เมื่อทางพรรคเพื่อไทย เปิดตัว ผู้เสนอตัวลงสมัคร สส.สมุทรปราการ 8 เขต ซึ่งมาจาก “บ้านใหญ่” ตระกูลอัศวเหม นำโดย นายอัครวัฒน์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรปราการ และอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (หลานนายวัฒนา อัศวเหม และยังมีนายปิยะพงษ์ เหมะ บุตรชายนายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ส่วนรายชื่อผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย 1.นายต่อศักดิ์ อัศวเหม อดีตสส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ (หลานนายวัฒนา อัศวเหม) 2.นายธนประเสริฐ จันทรักษรังษี และ 3.นายจาตุรนต์ นกขมิ้น
23 พฤศจิกายน 2568 เปิดตัว นายภูมิพัฒน์ โหสกุล ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง และนายสายันต์ จันทร์เหมือนเผือก ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 9 เขตบางเขน (ยกเว้นแขวงท่าแร้ง) เขตจตุจักร(เฉพาะแขวงจันทรเกษมและเสนานิคม) เขตหลักสี่ (เฉพาะแขวงตลาดบางเขน) โดยนายภูมิพัฒน์ เป็นบุตรของ นายการุณ โหสกุล อดีต สส. กทม. เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย
27 พฤศจิกายน 2568 รายงานข่าวสนามเลือกตั้งชลบุรี พรรคเพื่อไทย จะส่งนายพายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย หรือ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 3 ชลบุรี ซึ่งต้องรอเป็นมติพรรคอีกครั้งหนึ่ง

30 พฤศจิกายน 2568 ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (ดร.เชน) นักวิจัยด้านสมองและวิศวกรรมชีวการแพทย์ ผู้ซึ่งถูกระบุว่า จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “From Research to Real World Impact” ยืนยันว่าคนไทยมีศักยภาพเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคนได้ ในโครงการ Pheu Thai Young Professionals Program (YPP) รุ่นที่ 2 นอกจากนี้ ดร.เชน ได้ฝากโจทย์ใหญ่ให้ YPP รุ่น 2 ว่า “เราจะทำให้คนในประเทศนี้มีความสุขขึ้น และไม่มีใครต้องถูกทิ้งเพียงเพราะเขาพิการ หรือจน ได้อย่างไร”
16 ธันวาคม 2568 พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรม “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีฯ จำนวน 3 คน ประกอบ ด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บุตรชาย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่เป็นนักวิชาการ พร้อมทั้งแสดงวิสัยทัศน์และเปิดนโยบายล็อตแรกของพรรคเพื่อไทยในงานวันดังกล่าวด้วย
องค์ประกอบของแคนดิเดตทั้ง3 นอกจากจะโชว์ ประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารเศรษฐกิจ และความเป็นคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาความสด และโปรไฟล์ของนายยศชนัน ได้รับการเผยแพร่ และกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรค ในสนามเลือกตั้งที่เป็นชุดชี้ขาดอนาคตพรรคอีกด้วย

- เพื่อไทย เปิดตัวผู้สมัครเชียงใหม่ ชิงส.ส.ทั้ง 10 เขต แน่วแน่ ยึดคืนเมืองหลวงเสื้อแดง
- พท.เปิดตัว 31 ผู้สมัครส.ส.ชุดใหม่ ทายาทนักการเมืองพรึบ มีชื่อ สุไพรพล เพ็ญแข ลง กทม
- ชัดแล้ว เพื่อไทย เปิดตัวบ้านใหญ่อัศวเหม ‘อัครวัฒน์-ต่อศักดิ์’ นำทีมเปิดผู้สมัคร สมุทรปราการ
ประชาชน คัดเข้มผู้สมัคร
ในการเลือกตั้ง 2566 พรรคสีส้ม ได้สส. รวม 151 คน มาจากสส.แบ่งเขต 112 คน และ บัญชีรายชื่อ 39 คน การเลือกตั้ง2569 ตั้งเป้าไว้ 250 คน เพื่อเป็นหลักประกันการจัดตั้งรัฐบาล
ภายในสัปดาห์นี้ พรรคประชาชน จะเป็นพรรคแรกที่ประกาศเปิดตัวผู้สมัครสส.ครบทั้ง 400 เขต โดยไม่ต้องอยู่ในวังวนพลังดูดสส.ย้ายพรรค อย่างไรก็ตามแรงกระเพื่อมเท่าที่มี เกิดจากผลลัพธ์ของกระบวนการคัดสรรผู้สมัคร ส.ส.เขต และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งมีความเข้มข้น โดยเฉพาะในส่วนของ ผู้สมัคร ส.ส.เขต ที่ทำให้มีทั้งผู้ได้ไปต่อ และไม่ได้ไปต่อ คาดว่าจะมีการส่งผู้สมัคร ส.ส.เขตหน้าเดิมในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ราว 70-80% ลงสมัครรับเลือกตั้งต่อในปี 2569
จังหวัดที่มีการคัดสรรตัวผู้สมัครเสร็จสิ้นไปแล้ว เช่น จ.ระยอง จำนวน 5 เขต และ จ.นครราชสีมา จำนวน 16 เขต มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เรียบร้อยแล้ว ส่วน จ.ชลบุรี คาดว่าจะส่งผู้สมัครหน้าเดิมเกือบครบทุกเขต ยกเว้น เขต 5 เขต 6 (นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นงูเห่าสีส้ม) เขต 8 และเขต 10
ขณะที่ จ.เชียงใหม่ อดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิม จำนวน 7 เขต ได้แก่ เขต 1 เขต 2 เขต 3 เขต 4 เขต 6 และเขต 8 จะลงสมัครเหมือนเดิม ส่วนในเขต 5 เขต 9 และเขต 10 ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ของ ปชน.นั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นผู้สมัครหน้าใหม่
สำหรับอดีต ส.ส.ทั้ง 7 เขตของ ปชน.ที่จะลงสมัครในเขตเดิม คือ นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นางสาวการณิก จันทดา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 นายสมดุล อุตเจริญ ว่าที่ผู้มัคร ส.ส.เขต 7 และนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8
ส่วนอดีตผู้สมัคร ส.ส.เดิมของ ปชน.ที่พ่ายแพ้การเลือกตั้ง ส.ส.ในปี 2566 คือ นายสมชิด กันธะยา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 แพ้ให้กับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย นายสมเกียรติ มีธรรม ผู้สมัคร ส.ส.เขต 9 แพ้ให้กับนายนเรศ ธำรงทิพยคุณ จากพรรคพลังประชารัฐ กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก่อนย้ายมาอยู่พรรคกล้าธรรม และนายณรงค์ชัย เตโม ผู้สมัคร ส.ส.เขต 10 แพ้ให้กับ นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ จากพรรคเพื่อไทย

ส่วนจ.ภูเก็ต ที่เดิมมีข่าวว่า ผู้สมัครไม่ผ่านเกณฑ์ยกจังหวัด รายงานล่าสุดว่า อดีต ส.ส.ของพรรคทั้ง 3 เขตคือ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ ส.ส.เขต 1 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.เขต 2 และนายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ส.ส.เขต 3 ยังได้รับความไว้วางใจให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค ปชน.ต่อ
ในขณะที่ ขณะที่ ส.ส.นนทบุรี พรรค ปชน. จำนวน 8 เขต ที่มีรายงานว่าไม่ผ่านเกณฑ์การคัดสรรผู้สมัครของ ปชน. ยกจังหวัดนั้น มีอย่างน้อย 2 คน คือ นายคุณากร มั่นนทีรัย หรือ ไวท์ อดีต ส.ส.นนทบุรี เขต 6 และนายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ ส.ส.นนทบุรี เขต 1 ประกาศว่าลาออกจากสมาชิกพรรค ปชน.แล้ว ทั้งนี้ นายสุรพันธ์ได้ย้ายไปร่วมงานกับพรรคพลวัต ที่มีนายกัณวีร์ สืบแสง เป็นหัวหน้าพรรค โดยนายสุรพันธ์นั่งในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค
ส่วนสส. ที่ไม่ไปต่อ แม้จะมีโอกาส อาทิ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีต ส.ส.กทม.เขต 24 ที่ตัดสินใจยุติบทบาททางการเมือง โดย ส่งไม้ต่อให้ นายณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา นักเขียน นักแสดง และอาจารย์ด้านดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ ลงสมัคร
ขณะเดียวกันมี ส.ส.แบบแบ่งเขตบางคน ซึ่งมีคดีในชั้นการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีร่วมลงนามและเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยคาดว่าถูกโยกขึ้นเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เริ่มทยอยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ปชน.ที่จะลงพื้นที่ในเขตเดิมของตัวเอง เช่น นางสาวรักชนก ศรีนอก อดีต ส.ส.กทม.เขต 28 ส่งไม้ต่อให้ น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล หรือ “ปาล์ม” ลงสมัคร ส.ส.เขตแทน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อดีต ส.ส.กทม.เขต 27 ส่งไม้ต่อให้ นายนฤพล เลิศปัญญาโรจน์ หรือ “เบนซ์” ลงสมัคร ส.ส.เขตแทน เป็นต้น

พรรคประชาชน ยังมีส.ส.ที่ย้ายออกบ้าง ปชน.เดิมที่ย้ายออกจากพรรคไปภายหลังการยุบสภา เช่น นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ อดีต ส.ส.ลำปาง เขต 4 ภริยานายธนาธร โล่ห์สุนทร อดีต ส.ส.ลำปาง เขต 2 พรรคเพื่อไทย แถลงการณ์ยุติบทบาทการทำงานกับพรรค ปชน.แล้ว โดยมีรายงานว่าเกี่ยวกับเหตุผลส่วนตัว
ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน พรรคประชาชน เปิดตัวไปตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย.2568 คนที่ 1 คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน คนที่ 2 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย และคนที่ 3 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์
สิ่งที่น่าจับตาในการเปิดตัวผู้สมัครสส.พรรคประชาชน นอกจากจะเป็น อดีตสส.เดิม ที่ผ่านการคัดกรองอย่างเข้มข้นแล้ว ยังได้แก่ผู้สมัครที่มีโปรไฟล์โดดเด่น เช่น รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ นักวิชาการ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เปิดตัวเป็น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตตลิ่ง-ทวีวัฒนา พรรคประชาชน และล่าสุดคือ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการ รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการกับทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีรายงานข่าวว่า หลังจากลาออกแล้ว จะลงสมัครส.ส.สงขลา เขต 2 หาดใหญ่ อู่ตะเภา กับพรรคประชาชน
ซึ่งการเปิดตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คงได้เห็นตัวตึงเพิ่มอีกหลายคน
- ปชน. เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ อุบจับมือพรรคน้ำเงิน-แดง ถ้าต้องตั้ง รบ.ผสมหลังเลือกตั้ง
- อนุสรณ์ ธรรมใจ มอง ปชน.คือพรรคความหวัง เผยเหตุเลือกลง ส.ส.เขต ไม่ใช่บัญชีรายชื่อ
- สงขลาเขต 2 จ่อสู้เดือด ‘หมอสุภัทร-จูรี’ ท้าชนศาสตรา เปิดผลปี 66 ปชน.แพ้แค่ร้อยเสียง
กล้าธรรม ลุยเหนือ จรดใต้
19 ธันวาคม 2567 พรรคกล้าธรรมเริ่มต้นด้วยตัวเลข สส.จำนวน 20 คน ที่ถูกพรรคพลังประชารัฐขับออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ นำโดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา เจ้าของพรรคตัวจริง
หลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งปี ก็กลายเป็น ตัวแปรสำคัญ ในการพลิกขั้วสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยจำนวนสส. 25 เสียงพร้อมบารมีที่เบ่งบานขึ้นของร.อ.ธรรมนัส แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ที่จตั้งเป้าหมาย สส.2569 ไว้ที่ 70 ที่นั่ง
16 ธันวาคม2568 พรรคกล้าธรรม เปิดบ้านต้อนรับ อดีต ส.ส. และอดีต ส.จ.กลุ่มของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม ประกอบด้วย 1.นายประมวล พงศ์ถาวราเดช อดีต ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ 2.พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ อดีต ส.ส.สงขลา 3.นายยูนัยดี วาบา อดีต ส.ส.ปัตตานี 4.นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อดีต ส.ส.อุบลราชธานี 5.ว่าที่ร้อยโทยุทธการ รัตนมาศ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช 6.นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง 7.นายชาตรี หล้าพรหม อดีต ส.ส.สกลนคร 8.นางสาวเจนจิรา รัตนเพียร อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ 9.นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 10.นายฐิตินัย ตั้งบูรพากิจ ส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ 11.นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ อดีต ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ ยังมี จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มาร่วมด้วย

ภาคใต้นับเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญของพรรคกล้าธรรม เนื่องจากมีอดีตสส.ภาคใต้ของพรรคพลังประชารัฐ เป็นขุมกำลังได้แก่ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส และ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส ดังจะเห็นได้จากความกระตือรือล้นของรอ.ธรรมนัส ในช่วงเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ แม้ว่าจะต้องแข่งกับพันธมิตรอย่างพรรคภูมิใจไทย รวมถึงการฟื้นตัวของพรรคประชาธิปัตย์ ในยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รีเทิร์นตำแหน่งหัวหน้าพรรค
ส่วนภาคเหนือคือ พื้นที่หลัก นับตั้งแต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายจีรเดช ศรีวิราช นายอนุรัตน์ ตันบรรจง สส.พะเยา นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส.เชียงใหม่ นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน และ นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก ซึ่ง “เชียงใหม่” คือเป้าหมายสำคัญที่เล็งไว้ โดย นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ส.ส.เชียงใหม่ เขต9 เพื่อนสนิท ร.อ.ธรรมนัส ได้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อปูทางเลือกตั้ง ส.ส.เชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงสมัยหน้า ได้ยืนยันว่าทางพรรคกล้าธรรม ได้วางตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ 4 เขตแล้ว ประกอบด้วย เขต 2 ด.ต.เกษมสันต์ ยมรุ่งโรจน์ หรือดาบเบี้ยว น้ำเพียงดิน อดีตผู้สมัคร ส.อบจ.เชียงใหม่ อ.สารภี เขต 2 พรรคเพื่อไทย เขต 8 นางสาวกุสุมา บัวพันธ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชารัฐ เขต 9 ตนเอง เขต 10 นายนรพล ตันติมนตรี อดีต ส.ส.เชียงใหม่ ตามลำดับ ที่เหลืออีก 6 เขต อยู่ระหว่างการคัดเลือก เพราะมีผู้สนใจลงสมัคร เขตละ 2-3 คน ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส และผู้บริหารพรรค ต้องพิจารณาอย่างรอบครอบ เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ต่อไป
การที่พรรคภูมิใจไทย มุ่งเน้น ส.ส.ภาคอีสาน และภาคใต้ เป็นหลัก โดยให้พรรคกล้าธรรม ลุยพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อไม่ทับซ้อนพื้นที่ และไม่แย่งผู้สมัครกันเองแล้วค่อยมารวมตัวจัดตั้งเป็นรัฐบาล แข่งกับพรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาชน โดยตรง
ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้วางตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขียงใหม่ เพียง 2-3 เขตเท่านั้น นำโดย นางสาวศรีนวล บุญลือ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เขต 9 หรืองูเห่าศรีนวล ที่ย้ายจากพรรคอนาคตใหม่ หรือก้าวไกล มาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในปัจจุบัน
แม้ภาคกลาง และอีสาน อาจจะไม่ใช่ เป้าหมายหลักของ พรรคกล้าธรรม แต่ก็ยังมีโอกาสจากการดึง สส. ย้ายพรรคจากพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ไม่สามารถลงในนามพรรคภูมิใจไทยได้ เนื่องจากการมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ในขณะที่ภาคอีสาน มีความเคลื่อนไหวของผู้สมัครพรรคผู้กองธรรมนัส ที่คึกคักมาก

ประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ชุบชีวิต
ผลการเลือกตั้งปี 2566 พรรคสีฟ้า ได้ สส.แบบแบ่งเขต 22 คน ปาร์ตี้ลิสต์ 3 คน รวม 25 คน เป็นภาวะที่ ปาร์ตี้ลิสต์ ไปทางสส.พื้นที่ไปทาง
ล่าสุดจากพรรคที่สูญพันธุ์จากสนามเลือกตั้ง กทม.ที่ผ่านมา กำลังจะได้รับการคืนชีพ ด้วยการกลับมาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่มีประสบการณ์ในตำแหน่งเหนือกว่าแคนดิเดตทุกพรรค
เทียบกับพรรคอื่นๆ ประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้ออกแรงอะไรมากนัก แต่บารมีของนายอภิสิทธิ์ ทำงานอย่างได้ผล เมื่อ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือ นิด้าโพล เผยผลการสำรวจ “กระแสการเมือง ภาคใต้” ระหว่างวันที่ 18 – 24 พฤศจิกายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ 14 จังหวัด รวม 2,000 หน่วยตัวอย่าง ระดับความเชื่อมั่น 97 เปอร์เซ็นต์ พบว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) ได้รับความนิยมเหนือ หัวหน้าพรรคอื่นๆ
เช่นเดียวกับเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนใต้จะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 28.60 ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 ร้อยละ 28.45 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 3 ร้อยละ 17.80 ระบุว่า พรรคประชาชน อันดับ 4 ร้อยละ 11.65 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 3.90 ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ตามลำดับ

ส่วนความนิยมในกทม. ยังไม่มีการสำรวจ ซึ่งน่าจะเป็นไปในทิศทางบวกสำหรับ นายอภิสิทธิ์ ที่กล่าวกันว่ามี “คะแนนส่วนตัว” ใน กทม.ราวๆล้านกว่า
ล่าสุด โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าผู้ที่ยื่นเจตจำนงลงสมัครเป็น ส.ส.เบื้องต้นมีเกินกว่าเขต เช่น กทม.มี 33 เขต มีผู้แสดงเจตจำนง 150 คน
ส่วนภาคใต้ ที่สส.ในสังกัด ไหลไปพรรคกล้าธรรมนั้น ล่าสุดอดีต ส.ส.ของพรรคที่แสดงเจตจำนงลงสมัครรับเลือกตั้งต่อ จะอยู่ในพื้นที่เดิม รวม 6 คน ได้แก่ นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นายทรงศักดิ์ มุสิกอง อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช นายกาญจ์ ตั้งปอง อดีต ส.ส.ตรัง นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง และ น.ส.สุภาพร กำเนิดผล อดีต ส.ส.สงขลา โดยในพื้นที่ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 59 เขต
ขณะที่อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แสดงเจตจำนงมี 2 คน คือ นายชวน หลีกภัย และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ในส่วน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ได้แสดงเจตจำนง อย่างไรก็ตามโดยภาพรวม สส.ประเภทบัญชีรายชื่อ มีผู้แสดงเจตจำนงแล้ว 400 คน


