‘ประจักษ์’ ชี้ ไทยขาด ‘ผู้นำฉลาด’ เทียบอุษาคเนย์รู้ตัวถอยตอนไหน ลงจากอำนาจอย่างไร

20.02.19 | 18:41 น.

‘ประจักษ์’ ชี้ สิ่งที่เมืองไทยขาด คือ ผู้นำฉลาด เทียบอุษาคเนย์รู้ตัวถอยตอนไหน ลงจากอำนาจอย่างไร

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มีการจัดเสวนาวิชาการหัวข้อ “ผ่ากระแสการเลือกตั้ง 2019 การเมืองเปรียบเทียบในอุษาคเนย์” ดำเนินรายการโดย น.ส.ณัฐฏา โกมลวาทิน จากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (ThaiPBS)

— มธ.จัดเสวนาเลือกตั้ง ชี้ไทยเดิมพันสูงมาก โซเชียลเปลี่ยนรูปแบบแข่งขัน-พลิกล็อกได้ทุกวัน

ในตอนหนึ่ง ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงประเด็น คนรุ่นใหม่และโซเชียลมีเดีย ว่า โซเชียลมีเดียเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมือง และรูปแบบการแข่งขัน คือเปลี่ยนพฤติกรรมการหาเสียง รวมไปถึง กกต. ผู้เลือกตั้งก็มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในการเลือกตั้ง ทุกคนสามารถเป็นหัวคะแนนได้ผ่านการโพสต์เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ รวมไปถึงกรุ๊ปแชตในไลน์ ที่เป็นการป้อนข้อมูลฝ่ายเดียว ไม่เหมือนเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ที่มีการเข้ามาคอมเมนต์ตอบโต้ hate speech หรือข่าวปลอมก็เผยแพร่ไปง่าย สิ่งนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ อย่างฟ้ารักพ่อ ขึ้นมาได้ คนลุกขึ้นมาเผยแพร่นโยบาย ปกป้องนักการเมือง โดยที่พรรคและนักการเมืองไม่ต้องจ่ายเงิน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ไหน แตกต่างจากหาเสียงแบบเดิมที่ต้องไปเคาะประตูตามบ้าน เป็นสิ่งที่ช่วยดูแตร์เต และโจโค วิโดโด ให้ชนะในการเลือกตั้งที่ผ่านมา

“ประเด็นนี้จึงทำให้เสียงของคนรุ่นใหม่น่าสนใจ เพราะมีจำนวนถึง 8 ล้านคน ที่หากคิดจากสูตรเดิม ก็อาจจะหมายถึง ส.ส. 100 ที่นั่งแล้ว ทำให้เสียงของคนรุ่นใหม่สำคัญ นำมาซึ่งการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามในจุดที่ว่า พวกคนรุ่นใหม่ถูกล้างสมอง เพราะตัวเลขตรงนี้ทำให้คนกลัว แต่ที่ผ่านมา คนรุ่นใหม่ออกไปใช้สิทธิไม่มากนัก”  ผศ.ดร.ประจักษ์กล่าว

Advertisement

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ประจักษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น เป็นภูมิภาคที่มีคนออกไปใช้สิทธิมาก ค่าเฉลี่ยสูง สวนทางกับประเทศที่พัฒนาแล้ว มีโมเดลที่เป็นตัวอย่าง 3 โมเดล คือ กัมพูชา พม่า และมาเลเซีย ในส่วนของมาเลเซียนั้น เป็นรูปแบบที่รัฐบาลวางกฎเกณฑ์ ควบคุม กกต. คุมสื่อ รวมถึงกลไกรัฐต่างๆ จึงมั่นใจว่าจะชนะแน่นอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลไกเหล่านี้ในทางรัฐศาสตร์จะได้ผลเมื่อคนออกไปใช้สิทธิ 50% แต่การเลือกตั้งมาเลเซียครั้งที่ผ่านมา มีคนออกไปใช้สิทธิมากถึง 80% ทำให้มันไม่ได้ผล ยกเว้นแต่ต้องยกเลิกการเลือกตั้งครั้งนั้นไปเลย นี่จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะคนรุ่นใหม่ คือกลุ่มคนที่ยังไม่เลือก ยังไม่ตัดสินใจ บวกกับโซเชียลมีเดีย จะทำให้ตัวแปรควบคุมไม่ได้

ผศ.ดร.ประจักษ์กล่าวด้วยว่า “สิ่งที่เมืองไทยขาด คือผู้นำฉลาด ผู้นำพม่าถึงจุดหนึ่งก็รู้ว่าควรต้องถอย ไปอยู่ข้างหลังแทน ขณะที่ตอนนี้ ออง ซาน ซูจี ถูกต่อว่าแทน แต่ผลประโยชน์เขายังมีเหมือนเดิม หรือมาเลเซีย พรรคอัมโน แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ จริงๆ ฉลาดแล้วที่ยอมรับการพ่ายแพ้ เพราะหากลุกมาสู้ ก็อาจทำให้ประชาชนลุกฮือจนไม่มีที่ยืนในสังคม เป็นแบบนี้ยังอาจจะกลับมาเป็นรัฐบาลได้อีก เพราะเขามีฐานเสียงราชการอยู่ ประเทศพวกนี้เขามีผู้นำที่ฉลาด ที่รู้ว่าต้องลงจากอำนาจอย่างไร แต่ที่ไทย ยังไม่มี”