หน้าแรก การเมือง อาจารย์มจพ.โว...

อาจารย์มจพ.โวย ถนนยางพาราพัง ไม่ใช่สูตรสถาบัน จี้ สอบโครงการ-เปิดส่วนประกอบที่ใช้

27.08.19 | 21:27 น.

อาจารย์ มจพ.ร้อง ‘ถนนยางพารา’ พัง ไม่ใช่สูตรของสถาบัน จี้สอบที่มาโครงการ แนะ บ.เอกชนเปิด ‘ส่วนประกอบ’

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม รศ.ดร.ระพีพันธ์ แดงตันกี รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนางานวิจัยและอุตสากรรมสัมพันธ์ สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เข้าร้องเรียนกับ “มติชน” สืบเนื่องจากโครงการก่อสร้างถนนพาราซอยซีเมนต์ สายทางบ้านคำม่วง-บ้านป่าก้าว หมู่ 3 ต.โพนสูง อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี งบประมาณ 493,000 บาท ยาว 278 เมตร ส่งงานเรียบร้อย ปัจจุบันถนนเละ รวมทั้งการสร้างถนนยางพาราตามโครงการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล โดยการปรับปรุงถนนสายเลียบคลองชลประทาน ซึ่งชาวบ้านหมู่ 6 ต.พรุเตียว อ.เขาพนาม จ.กระบี่ ร้องเรียนสื่อมวลชนตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2561 ว่าภายหลังก่อสร้างเสร็จ 1 เดือน พบว่าสภาพถนนเป็นลูกรังสีแดงและเป็นหลุม เป็นบ่อ ทั้งนี้ ในฐานะที่ มจพ.เป็นผู้บุกเบิกโครงการก่อสร้างถนนยางพารา จนกระทั่งได้เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาล ต้องยอมรับว่าช่วงแรกมีการใช้ มจพ.เป็นต้นแบบ จนรัฐบาลเชื่อว่าเราเป็นต้นแบบจริง ต่อมามีการจัดซื้อ จัดจ้าง พบว่าสูตรของ มจพ.ไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในสูตรมาตรฐาน ซึ่งยืนยันว่าจะมีการรับรองมาตรฐาน แต่การรับรองมาตรฐานที่มีปัญหาฟ้องร้องกันอยู่คือมีชื่อ 3 บริษัทที่ผ่านมาตรฐานน้ำยางจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ทำให้ กยท.ส่งชื่อ 3 บริษัทดังกล่าวให้กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น จากนั้น กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดใช้น้ำยางของ 3 บริษัทนี้เท่านั้น ทว่าสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลคือผู้ถือหุ้นของทั้ง 3 บริษัทดังกล่าวถือหุ้นไขว้กัน

อย่างไรก็ดี เมื่ออ้างอิงจากคำสั่งกระทรงเกษตรและสหกรณ์ ที่ 674/2560 มีการแต่งตั้ง มจพ.เป็นหนึ่งในคณะกรรมการอำนวยการศึกษาด้านการนำยางพารามาใช้ในงานก่อสร้าง ต่อมามีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ใช้ชื่อว่า “คณะกรรมการพิจารณารับรองมาตรฐานวัสดุน้ำยางพาราผสมเพิ่มและสารผสมเพิ่ม” สำหรับการก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ และไม่มีชื่อ มจพ.เป็นหนึ่งในกรรมการแล้ว

ย้อนอ่าน : เสียงจากชาวสวนถึง ‘ถนนยางพารา’ พร้อมจับมือนักวิจัย ขับเคลื่อนนวัตกรรมเต็มรูปแบบ

“ส่วนหนึ่งที่มีปัญหาเพราะเมื่อ มจพ.ลงไปทำถนนทุกที่ทั่วประเทศ เราใช้น้ำยางสดจากชาวบ้านที่นำมาส่งให้สหกรณ์ ผมยืนยันมาตลอดว่าน้ำยางสดใช้ได้ แต่ตอนนี้ กยท.บอกว่าน้ำยางสดมีปัญหา ต้องใช้น้ำยางข้น ซึ่งน้ำยางข้นมีราคาต้นทุนแพงกว่าประมาณ 35-40 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งมีผลจากงานวิจัยระบุชัดเจนว่าน้ำยางสดใช้ได้ คุณสมบัติดีด้วย ทำไมต้องใช้น้ำยางข้น? จากนั้นไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เริ่มเกิดความไม่เชื่อมั่นในสูตรของ มจพ. จึงมีการนำสูตรเทียบเคียงประมาณ 3-4 สูตร แล้วให้ผู้อื่นทดสอบ ซ้ำร้ายกว่านั้น แทนที่จะคิดสูตรหรือทดสอบเอง กลับให้เอกชนเข้ามา ณ วันนั้นจนถึงวันนี้ ผมก็ยังไม่ได้รับผลทดสอบอย่างเป็นทางการ รู้ตัวอีกทีคือเขาตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาเป็นมาตรฐานแล้ว

Advertisement

“โครงการถนนยางพาราดินซีเมนต์ของ มจพ.มีการทำแล็บนานกว่า 2 ปี จากนั้นในปีที่ 3 เราถึงเริ่มทำถนนต้นแบบ เพราะมั่นใจว่า 2 ปีที่ทำมาได้รับทราบพฤติกรรมของยางพาราที่มาใส่ทำถนนแล้ว ถ้าอธิบายตามหลักวิชาการง่ายๆ คือ โดยปกติของยางพารา ดิน และซีเมนต์ จะไม่เข้ากัน จำเป็นต้องมีสารผสมเพิ่มหรือน้ำยาดัดแปร เพื่อดัดแปรโครงสร้างของยางพาราให้เข้ากับซีเมนต์ เราไล่ตามสเต็ป ดังนั้น จึงมั่นใจว่าถนนที่ทำมาจะไม่พัง เพราะโครงสร้างทางเคมีของยางมีความเป็นพิเศษ และการทำถนนประเภทนี้ไม่ใช่ว่าเอาอะไรเทๆ ลงไปแล้วใช้ได้หมด สิ่งสำคัญที่สุดคือ มจพ.ไม่ได้ลงไปทำถนนทางภาคใต้เลย แต่ถนนพังหมด เมื่อถนนพังหมด เขาบอกว่าเป็นถนนยางพาราของ มจพ. ซึ่งเรายืนยันว่าถ้าเป็นถนนยางพาราของ มจพ.ที่ทำจริงจังคือสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ยาวกว่า 20 กิโลกเมตร ขอให้ไปดูได้ว่าถนนพังหรือไม่ หรือมีปัญหาอะไรบ้างหรือไม่ ดังนั้น หากทำงานด้วยความถูกต้อง ควรเปิดเผยว่าน้ำยาเหล่านั้นคืออะไร ใส่ไปเท่าไหร่ โครงสร้าง คุณสมบัติเป็นอย่างไร ต่างจาก มจพ.ที่เปิดเผยชัดเจนว่าเราใส่อะไรลงไปบ้าง” รศ.ดร.ระพีพันธ์กล่าว

รศ.ดร.ระพีพันธ์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ 1.ต้องดำเนินการสอบสวนที่มาที่ไปของโครงการนี้ซึ่งมิชอบ เพราะไม่มีหลักวิชาการ ไม่มีงานวิจัยรับรอง นอกจากนี้ยังมาเป็นนโยบายของรัฐซึ่งนำมาใช้งานแล้วเกิดปัญหา แม้ตอนนี้ถือว่ายังไม่เยอะ แต่หากท้องถิ่นทั้งหมดนำไปใช้ อาจเกิดความเสียหายหลักพันล้านบาท 2.ให้บริษัทเหล่านั้นระบุสูตร หรือส่วนผสมที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้ผู้ใช้รู้ว่าใส่อะไรลงไปบ้าง ไม่อย่างนั้นคนที่กลายเป็นเหยื่อจริงๆ คือผู้รับเหมาและนายช่างของท้องถิ่นทั้งหมด และ 3.ต้องการให้การคิดราคา หมายถึงราคามาตรฐานของถนนประเภทนี้โน้มน้าวให้เกษตรกรที่เข้ามาอยู่ในโครงการได้ราคาพิ่มขึ้น เพื่อให้เขาลืมตาอ้าปากได้ และจูงใจให้เกษตรกรนำยางพาราเข้ามาร่วมโครงการ

รศ.ดร.ระพีพันธ์ แดงตันกี รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนางานวิจัยและอุตสากรรมสัมพันธ์ สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)