เปิดบันทึกการประชุมสภาฯ เทียบญัตติสมัยปชป. ยื่นไม่ไว้วางใจยิ่งลักษณ์ หลัง ส.ส.รัฐบาลโวยฝ่ายค้าน ด่าบิ๊กตู่ กร่าง-เถื่อน
กรณีที่ 9 ส.ส.รัฐบาล นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาขอให้ฝ่ายค้านในฐานะผู้เสนอ แก้ไขถ้อยคำในการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เนื่องจากมีข้อบกพร่องที่ใช้ข้อความอันเป็นเท็จ และไม่เหมาะสม โดยระบุว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีพฤติกรรมล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นผู้นำประเทศที่กร่างเถื่อน มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ปิดปากผู้ที่มีความเห็นต่าง ชอบก่นด่าเมื่อถูกซักถาม” แต่ล่าสุด เลขานุการประธานสภาฯ ยืนยันว่า ญัตติได้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว ไม่สามารถแก้ไขได้
ย้อนอ่าน : เปิดคำร้องฝ่ายรัฐบาล ยื่น “ชวน” ตีกลับญัตติซักฟอก รับไม่ได้ ด่า “บิ๊กตู่” กร่าง-เถื่อน
ย้อนอ่าน : ส.ส.รบ.ขอแก้ไขไม่ได้ ญัตติเปิดซักฟอก ด่า ‘บิ๊กตู่’ กร่าง-เถื่อน ฉีก รธน. บรรจุวาระแล้ว
ย้อนกลับไปในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งหลังสุด เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 หรือเกือบๆ 7 ปีที่แล้ว พรรคฝ่ายค้าน ที่มีพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย ในขณะที่การเมืองนอกสภากำลังเข้มข้น เนื่องจากมีการชุมนุมของกลุ่มกปปส.เพื่อขับไล่รัฐบาลก่อนที่จะเกิดรัฐประหารโดยคสช.ในเดือนพฤษภาคม 2557
สำหรับข้อความของญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านในแต่ละครั้งที่ผ่านมา ล้วนมีเหตุผล และยกถ้อยคำที่รุนแรง ดุเดือดแตกต่างกันออกไป แล้วแต่สถานการณ์ทางการเมืองในแต่ละยุคสมัย ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่พรรคฝ่ายค้านขณะนั้น นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคประชาธิปัตย์ ลงลายมือชื่อเป็นลำดับแรก ถือว่า มีถ้อยคำที่ดุเดือดครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องให้ฝ่ายค้าน แก้ไขถ้อยคำแต่อย่างใด
“มติชนออนไลน์” ได้นำ รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 24 ปีที่ 3 (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ วันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2556 ในส่วนของข้อความที่ปรากฏในญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคราวนั้นมาเผยแพร่ โดยมีเนื้อหาดังนี้
“พวกข้าพเจ้าผู้มีรายนามท้ายญัตติ ขอเสนอขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 158 โดยได้แนบหลักฐานการยื่นคำร้องถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาด้วย
“ทั้งนี้ เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้บริหารราชการแผ่นดินบกพร่องล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม จริยธรรม ไร้ภาวะผู้นำ ไร้สำนึก ไร้ความรับผิดชอบทั้งต่อสภาและต่อประชาชน ลอยตัวหนีปัญหา เลือกปฏิบัติ พูดอย่างทำอย่าง ปากว่าตาขยิบ ชอบแอบอ้างประชาธิปไตย กระทำการอันไม่บังควร สมรู้ร่วมคิดกับพวกพ้อง ทำลาย ข่มขู่ ก้าวก่าย สถาบันหลักในระบอบประชาธิปไตย ทั้งสภานิติบัญญัติ ตุลาการและองค์กรอิสระ มุ่งแก้ปัญหาของบุคคลในครอบครัวมากกว่าปัญหาประชาชน
“ทั้งมีพฤติกรรมฉ้อฉล ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จงใจปกปิดข้อมูลเพื่อปิดบังการทุจริตและล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ส่งเสริม ปกป้องการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเอง ความร่ำรวยของครองครัวและวงศ์วานว่านเครือ ขณะที่ประชาชนกลับจนลงได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส นโยบายรณรงค์ต่อต้านการทุจริตเป็นแค่เพียง “ละครปาหี่” ไม่มีผลปฏิบัติจริง จนยุคน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี กลายเป็นยุคที่การคอรัปชั่นเบ่งบานที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์โดยที่นายกรัฐมนตรี ไม่ได้แยแส ใส่ใจ จัดการ ตามอำนาจหน้าที่แต่อย่างใด
“อีกทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังกระทำผิดกฎหมายซ้ำซาก วางแผนใช้อำนาจออกกฎหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์โดยมิชอบอันเป็นการทุจริตรูปแบบใหม่ที่ซับซ้อน แยบยล ตลอดจนการใช้อำนาจรัฐบังคับใช้กฎหมายโดยมิชอบ เพื่อทำลายฝ่ายเห็นต่างทางการเมือง ปล่อยให้บุคคลในครอบครัว “กดปุ่ม” สั่งการตามอำเภอใจในทุกรูปแบบ จนประเทศไทยเสมือนมีนายกรัฐมนตรีหลายคน วนเวียนหาประโยชน์ทั้งในทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
ภายใต้การปกครองระบอบการใช้อำนาจบาตรใหญ่ที่อาศัยแต่ความมีเสียงข้างมากจากวันเลือกตั้ง เป็นข้ออ้างกลบเสียงฝ่ายอื่นและเสียงประชาชนเพื่อใช้อำนาจนั้นตามใจตนแต่เพียงฝ่ายเดียว การบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ส่งผลให้สังคมไทยเกิดความร้าวฉาน แตกแยกครั้งใหญ่อย่างไม่เคยปรากฏ นายกรัฐมนตรีและครอบครัวกลายเป็นผู้สร้างปัญหาและเป็นตัวปัญหาของประเทศ การทุจริตแพร่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า กระทบทั้งระบบคุณธรรม จริยธรรม หลักนิติธรรม ค่านิยมแห่งความถูกต้องดีงามของสังคมไทย การเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ความไร้ประสิทธิภาพและความบกพร่องล้มเหลวง ผิดพลาดของนโยบายและการบริหารราชการได้ทำให้ประเทศเสียหายตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นำความทุกข์ยากเดือดร้อนมาสู่คนไทยทั้งแผ่นดิน หากปล่อยให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีมีแต่จะพาประเทศไปสู่ความวิบัติ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงไม่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป”



