หญิงชูป้าย ‘หนูถูกครูทำอนาจาร’ ไล่ไทม์ไลน์การเกิดเรื่อง หลังโดนวิพากษ์ โกหก ยันไม่ได้โดนจ้างให้ยืนในม็อบ
สืบเนื่องจากการชุมนุมของ กลุ่มนักเรียนเลว “บ๊ายบายไดโนเสาร์” ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีภาพหญิงคนหนึ่งมาชุมนุมเรียกร้องเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมเปิดเผยว่าตนเคยตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศในโรงเรียน และถือป้ายข้อความ “หนูถูกครูทำอนาจาร ถ้า ร.ร.ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย” กระทั่งเป็นกระแสข่าวในวงกว้าง ซึ่งมีคนกลุ่มหนึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นโจมตีหญิงคนดังกล่าวว่าสมยอม รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตัวว่าเป็นสาเหตุทำให้ถูกทำอนาจาร จนมีผู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความคิดเห็นเหล่านี้ว่าไม่มีความเป็นมนุษย์
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมายังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าหญิงคนดังกล่าวสร้างเรื่องทั้งหมดขึ้นมาเอง โดยพยายามทำลายชื่อเสียงโรงเรียน ตลอดจนได้รับการว่าจ้างมาให้ยืนในม็อบบ๊ายบายไดโนเสาร์หรือไม่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : หนูถูกครูทำอนาจาร! เขย่าปัญหาซุกใต้พรม โรงเรียนไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม เพจเฟซบุ๊ก หมวยแมวเมี๊ยว – Muay Maew Meowww ซึ่งเป็นเพจของหญิงรายดังกล่าว เปิดเผยลำดับเหตุการณ์และการดำเนินงานทั้งหมด พร้อมแนบภาพซึ่งเป็นบทสนทนาระหว่างตนเองกับครูในโรงเรียนที่เกิดเหตุ ระบุว่า หลังจากมีคนพยายามใส่ร้ายว่าหนูโกหก ถูกจ้างและบอกว่าหนูไม่แจ้งโรงเรียน และปฏิเสธการช่วยเหลือจากทางโรงเรียน หนูขอออกมาชี้แจงการดำเนินการระหว่างหนูคุณครูที่ก่อเหตุอนาจารและ #โรงเรียนแดงขาวย่านบางแค ตามลำดับเวลาตามนี้เลยค่ะ หนูขอแบ่งเป็น 3 ตอน
ตอนที่ 1 ช่วงเกิดเหตุและก่อนติดต่อกับโรงเรียน
ตอนที่ 2 ช่วงติดต่อคุยกับโรงเรียน
ตอนที่ 3 ช่วงหลังติดต่อกับโรงเรียน
ตอนที่ 1 ช่วงเกิดเหตุและก่อนติดต่อกับโรงเรียน
▪️ปี 2015 - หนูถูกครูทำอนาจารเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ตอนหนูเรียนอยู่ ม.5 เป็นช่วงประกวดสุนทรพจน์ ประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว
▪️หลังเกิดเหตุประมาณ 1 วัน - บอก “มิส ฮ.” ครูที่ดูแลเพื่อขอย้ายห้องซ้อมสุนทรพจน์ แต่ไม่ได้ขอให้ดำเนินการอะไรจริงจัง เพราะกลัวจะมีปัญหามากขึ้น
▪️หลังปี 2017 : เริ่มมีปัญหาความผิดปกติทางอารมณ์ที่รุ่นแรงขึ้น รักษาอาการทางจิตเวชต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ปรึกษากับคุณหมอเรื่องการดำเนินการแต่ตอนนั้นป่วยค่อนข้างมาก เลยต้องรักษาตัวอย่างจริงจัง
▪️ปี 2020 – เริ่มเข้มแข็งขึ้น จึงคิดดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตนเอง และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเหมือนตัวเองกับเด็กคนอื่น
ตอนที่ 2 ช่วงติดต่อคุยกับโรงเรียน
▪️12 - 14 กรกฎาคม 2020
– ติดต่อหา “ม.จ” ครูที่สนิทเพื่อปรึกษาเรื่องการแจ้งความประพฤติของ “ม.บ” ครูคู่กรณีกับทาง รร.
– โทรหา “ม.บ” ครูคู่กรณี เพื่อถามถึงเหตุการณ์นั้นและคาดหวังว่าเขาจะขอโทษอย่างจริงใจ ครูคนนั้นบอกว่าจำได้ไม่เคยลืม และว่าบอกว่าเอินทำให้เขาเกิดอารมณ์แบบผู้ชายเอง
▪️16 กรกฏาคม 2020
– เข้าพบ รร.ครั้งแรก รร.สัญญาว่าจะดำเนินการให้
และจะติดต่อกลับมาในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม
▪️ 17 กรกฏาคม 2020
– แจ้งเรื่องกับมูลนิธิแห่งหนึ่ง
▪️2 - 4 สิงหาคม 2020
– พยายามติดต่อกับ รร. แต่ไม่สามารถติดต่อได้
– ตอนติดต่อได้ทางโรงเรียนบอกว่าไม่เคยได้รับการแจ้งเรื่อง
– เอินเลยบอกว่าถ้าไม่สะดวกเอินอาจจะเอาลงสื่อ
– รร. บอกว่าช่วงนี้ ผอ. ติดภารกิจ และไม่ค่อยสบายเลยมีงานที่ค่อนข้างมาก แต่สามารถหาวันเข้าพบให้ได้ในวันที่ 7 สิงหาคา
▪️7 สิงหาคม 2020
– เข้าพบโรงเรียนครั้งที่ 2
– ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ดังนี้
1. ให้โรงเรียนจัดการอบรมครูเรื่อง Consent
2. ให้โรงเรียนเพิ่มวิชา สิทธิในเนื้อตัวร่างกาย เพื่อให้นักเรียนทุกระดับชั้นได้เรียนรู้
3. ให้โรงเรียนจัดการแก้ปัญหาล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนอย่างจริงจัง เนื่องจากมีเคสอื่นๆ เกิดขึ้นในโรงเรียนนี้อีกหลายเคส
▪️หลังจากวันนั้นโรงเรียนก็ไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลยมีแค่ “ม.จ” ที่คุยด้วยกันตลอด
ตอนที่ 3 หลังติดต่อกับทางโรงเรียน
▪️ วันที่ 30 กันยายน 2020
– เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองลงบนเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยเปิดเป็นสาธารณะครั้งแรก มีหลังไมค์แชร์ประสบการณ์คล้ายคลึงกันเข้ามามากมาย
– “ม.จ” ทักมาขอให้ลบโพสต์
▪️1 ตุลาคม 2020
– ถูกศิษย์เก่าทักมาให้ลบโพสต์
▪️2 ตุลาคม 2020
– องค์กรอีกสององค์กรเข้ามาช่วยเหลือ
– โทรปรึกษากับทนายครั้งแรก
– กลับมารวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม
▪️ 4 ตุลาคม 2020
– ด้วยความเครียด ทำให้ต้องพักการดำเนินการไป
– พยายามนัด” ม.จ” เพื่อคุยถึวเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ครูค่อนข้างยุ่งเลยไม่ได้เจอกัน
▪️ 21 พฤศจิกายน 2020
– สภาพจิตใจโดยรวมรู้สึกดีขึ้น
ระหว่างรอรวมหลักฐานเลยไปถือป้ายรณรงค์ผลักดันสังคมเพื่อสร้างโรงเรียนที่ปลอดภัย
▪️21-22 พฤศจิกายน 2020
– หนูถูกโจมตีจากสื่อและคนที่ไม่เชื่อด้วยคำพูดที่สร้างความเสียหายต่อจิตใจทั้งต่อตัวหนูและคนรอบข้าง
▪️23 พฤศจิกายน 2020
– ได้รับหนังสือเชิญจาก กมธ. เข้าร่วมประชุมที่สภาวันที่ 26 พฤศจิกายน
▪️25 พฤศจิกายน 2020
– ออกจดหมายปฏิเสธหนังสือเชิญจาก กมธ. เนื่องจากไม่สบายใจที่ต้องคุยกับผู้ใหญ่ที่มีแนวคิดในการโทษเหยื่อ (victim blaming)
▪️28 พฤศจิกายน 2020
– “ม.จ” โทรมาหาติด ๆ กันตอนดึกๆ แต่ไม่ทิ้งข้อความไว้ พอให้เบอร์ของพี่ที่ดูแลเคสก็ไม่สะดวกที่จะโทรมา
▪️ 4 ธค 2020
-นัดพบทนายเพื่อวางยุทธศาสตร์การรณรงค์และการดำเนินคดี
– ผลสรุปหนูเลือกการรณรงค์เพื่อส่วนรวมเป็นหลัก เพราะหนูให้อภัยทางใจไปหมดแล้ว แต่อยากให้เด็กๆได้เรียนในสถานศึกษาที่ปลอดภัน
– วางแผนว่าจะมีการติดต่อ กมธ ที่เคยส่งหนังสือมาเชิญเพื่อขอนัดประชุมใหม่ต่อไป
– ส่วนเรื่องคดีของหนูกำลังอยู่ในช่วงการวางแผน เนื่องจากการดำเนินคดีเคสทางเพศนั้นยาก เราจึงต้องวางแผนกันดี ๆ
▪️9 ธันวาคม 2020
– รร. ออกจดหมายเชิญไปฟังผลการดำเนินการสอบสวนระหว่างหนูและครูคู่กรณี
– เริ่มมีข่าวว่าโรงเรียนพยายามติดต่อเอินหลายครั้งแต่เอินไม่เข้าไปหาโรงเรียน ซึ่งผิดไปจากความเป็นจริง เลยออกมาชี้แจงค่ะ
“สุดท้ายอยากบอกว่าช่วยแชร์ไปให้คนที่บอกว่าหนูปั้นน้ำเป็นตัว สร้างความเสื่อมเสียให้สถาบันการศึกษา เป็นเด็กที่ถูกจ้างมายืนในม็อบทีค่ะ จะได้ไม่ด่ามั่วๆ ไม่อยากรับกระเช้าจากใครเพิ่มแล้วค่ะ ช่วยเข้าใจใหม่ด้วยว่าคนถูกกระทำไม่ได้สร้างความเสื่มเสียค่ะ คนกระทำต่างหากที่ควรละอายใจ ส่วนคนที่ด่าหนูยังทักมาขอโทษได้นะ พร้อมอโหสิกรรมให้ แต่ถ้ายังด่าไม่เลิกหนูก็หมดเวลาใจดีกับคนที่คุกคามคนอื่นแล้วเหมือนกันค่ะ ด้วยรักและศรัทธาในความเป็นมนุษย์”

