หน้าแรก การเมือง หญิงชูป้าย ‘ห...

หญิงชูป้าย ‘หนูถูกครูทำอนาจาร’ ไล่ไทม์ไลน์การเกิดเรื่อง หลังโดนวิพากษ์ โกหก ยันไม่ได้โดนจ้างให้ยืนในม็อบ

13.12.20 | 16:43 น.

หญิงชูป้าย ‘หนูถูกครูทำอนาจาร’ ไล่ไทม์ไลน์การเกิดเรื่อง หลังโดนวิพากษ์ โกหก ยันไม่ได้โดนจ้างให้ยืนในม็อบ

สืบเนื่องจากการชุมนุมของ กลุ่มนักเรียนเลว “บ๊ายบายไดโนเสาร์” ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีภาพหญิงคนหนึ่งมาชุมนุมเรียกร้องเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมเปิดเผยว่าตนเคยตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศในโรงเรียน และถือป้ายข้อความ “หนูถูกครูทำอนาจาร ถ้า ร.ร.ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย” กระทั่งเป็นกระแสข่าวในวงกว้าง ซึ่งมีคนกลุ่มหนึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นโจมตีหญิงคนดังกล่าวว่าสมยอม รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตัวว่าเป็นสาเหตุทำให้ถูกทำอนาจาร จนมีผู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความคิดเห็นเหล่านี้ว่าไม่มีความเป็นมนุษย์

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมายังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าหญิงคนดังกล่าวสร้างเรื่องทั้งหมดขึ้นมาเอง โดยพยายามทำลายชื่อเสียงโรงเรียน ตลอดจนได้รับการว่าจ้างมาให้ยืนในม็อบบ๊ายบายไดโนเสาร์หรือไม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : หนูถูกครูทำอนาจาร! เขย่าปัญหาซุกใต้พรม โรงเรียนไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม เพจเฟซบุ๊ก หมวยแมวเมี๊ยว – Muay Maew Meowww ซึ่งเป็นเพจของหญิงรายดังกล่าว เปิดเผยลำดับเหตุการณ์และการดำเนินงานทั้งหมด พร้อมแนบภาพซึ่งเป็นบทสนทนาระหว่างตนเองกับครูในโรงเรียนที่เกิดเหตุ ระบุว่า หลังจากมีคนพยายามใส่ร้ายว่าหนูโกหก​ ถูกจ้างและบอกว่าหนูไม่แจ้ง​โรงเรียน​ และปฏิเสธการช่วยเหลือจากทาง​​โรงเรียน​ หนูขอออกมาชี้แจงการดำเนินการระหว่างหนูคุณครูที่ก่อเหตุอนาจาร​และ​ #โรงเรียนแดงขาวย่านบางแค​ ตามลำดับเวลา​ตามนี้เลย​ค่ะ​ หนูขอแบ่งเป็น​ 3 ตอน​

Advertisement

ตอนที่​ 1​ ช่วงเกิดเหตุและก่อน​ติดต่อกับโรงเรียน​
ตอนที่​ 2​ ช่วงติดต่อคุยกับโรงเรียน​
ตอนที่​ 3​ ช่วงหลังติดต่อกับ​โรงเรียน

ตอนที่​ 1​ ช่วงเกิดเหตุและก่อน​ติดต่อกับโรงเรียน

▪️ปี​ 2015 -​ หนูถูกครูทำอนาจารเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ตอนหนูเรียนอยู่ ม.5 เป็นช่วงประกวดสุนทรพจน์ ประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว
▪️หลังเกิดเหตุประมาณ 1 วัน​ -​ บอก “มิส ฮ.” ครูที่ดูแลเพื่อขอย้ายห้องซ้อมสุนทรพจน์ แต่ไม่ได้ขอให้ดำเนินการอะไรจริงจัง​ เพราะกลัวจะมีปัญหามากขึ้น​
▪️หลังปี 2017 : เริ่มมีปัญหาความผิดปกติทางอารมณ์ที่รุ่นแรงขึ้น รักษาอาการทางจิตเวชต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน​ ปรึกษากับคุณหมอเรื่องการดำเนินการแต่ตอนนั้นป่วยค่อนข้างมาก​ เลยต้องรักษาตัวอย่างจริงจัง​
▪️ปี 2020​ – เริ่มเข้มแข็งขึ้น จึงคิดดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตนเอง และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเหมือนตัวเองกับเด็กคนอื่น

ตอนที่​ 2​ ช่วงติดต่อคุยกับโรงเรียน

▪️12 -​ 14 กรกฎาคม 2020
– ติดต่อหา​ “ม.จ” ครูที่สนิทเพื่อปรึกษาเรื่องการแจ้งความประพฤติของ​ “ม.บ”​ ครูคู่กรณีกับทาง​ รร.
– โทรหา​ “ม.บ” ครูคู่กรณี​ เพื่อถามถึงเหตุการณ์นั้นและคาดหวังว่าเขาจะขอโทษ​อย่างจริงใจ​ ครูคนนั้นบอกว่าจำได้ไม่เคยลืม​ และว่าบอกว่า​เอินทำให้เขาเกิดอารมณ์แบบผู้ชายเอง
▪️16 กรกฏาคม 2020
– เข้าพบ​ รร.​ครั้งแรก รร.​สัญญาว่าจะดำเนินการให้
และจะติดต่อกลับมาในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม​
▪️ 17 กรกฏาคม 2020
– แจ้งเรื่องกับมูลนิธิแห่งหนึ่ง
▪️2 -​ 4​ สิงหาคม​ 2020
– พยายามติดต่อกับ​ รร.​ แต่ไม่สามารถติดต่อได้​
– ตอนติดต่อได้​ทางโรงเรียนบอกว่าไม่เคยได้รับการแจ้งเรื่อง​
– เอินเลยบอกว่าถ้าไม่สะดวกเอินอาจจะเอาลงสื่อ
– รร.​ บอกว่าช่วงนี้​ ผอ.​ ติดภารกิจ​ และไม่ค่อยสบายเลยมีงานที่ค่อนข้างมาก​ แต่สามารถหาวันเข้าพบให้ได้ในวันที่​ 7​ สิงหาคา
▪️7 สิงหาคม 2020
– เข้าพบโรงเรียนครั้งที่ 2
– ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ดังนี้
1. ให้โรงเรียนจัดการอบรมครูเรื่อง Consent
2. ให้โรงเรียนเพิ่มวิชา สิทธิในเนื้อตัวร่างกาย เพื่อให้นักเรียนทุกระดับชั้นได้เรียนรู้
3. ให้โรงเรียนจัดการแก้ปัญหาล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนอย่างจริงจัง เนื่องจากมีเคสอื่นๆ เกิดขึ้นในโรงเรียนนี้อีกหลายเคส
▪️หลังจากวันนั้นโรงเรียนก็ไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลยมีแค่​ “ม.จ” ที่คุยด้วยกันตลอด​

ตอนที่​ 3​ หลังติดต่อกับทางโรงเรียน

▪️ วันที่ 30 กันยายน 2020
– เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองลงบนเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยเปิดเป็นสาธารณะครั้งแรก มีหลังไมค์แชร์ประสบการณ์คล้ายคลึงกันเข้ามามากมาย
– “ม.จ” ทักมาขอให้ลบโพสต์
▪️1 ตุลาคม 2020
– ถูกศิษย์เก่าทักมาให้ลบโพสต์
▪️2 ตุลาคม 2020
– องค์กรอีกสององค์กรเข้ามาช่วยเหลือ
– โทรปรึกษากับทนายครั้งแรก
– กลับมารวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม
▪️ 4 ตุลาคม 2020
– ด้วยความเครียด ทำให้ต้องพักการดำเนินการไป
– พยายามนัด” ม.จ”​ เพื่อคุยถึวเรื่องที่เกิดขึ้น​ แต่ครูค่อนข้างยุ่งเลยไม่ได้เจอกัน
▪️ 21 พฤศจิกายน 2020
– สภาพจิตใจโดยรวมรู้สึกดีขึ้น
ระหว่างรอรวมหลักฐานเลยไปถือป้ายรณรงค์ผลักดันสังคมเพื่อสร้างโรงเรียนที่ปลอดภัย
▪️21​-22 พฤศจิกายน 2020
– หนูถูกโจมตีจากสื่อและคนที่ไม่เชื่อด้วยคำพูดที่สร้างความเสียหายต่อจิตใจ​ทั้งต่อตัวหนูและคนรอบข้าง
▪️23 พฤศจิกายน 2020
– ได้รับหนังสือเชิญจาก​ กมธ.​ เข้าร่วมประชุมที่สภาวันที่ 26​ พฤศจิกายน​
▪️25 พฤศจิกายน 2020
– ออกจดหมายปฏิเสธหนังสือเชิญจาก​ กมธ.​ เนื่องจากไม่สบายใจที่ต้องคุยกับผู้ใหญ่ที่มีแนวคิดในการโทษเหยื่อ​ (victim​ blaming)
▪️28 พฤศจิกายน 2020
– “ม.จ” โทรมาหาติด ๆ กันตอนดึก​ๆ แต่ไม่ทิ้งข้อความไว้ พอให้เบอร์ของพี่ที่ดูแลเคสก็ไม่สะดวกที่จะโทรมา
▪️ 4 ธค 2020
-นัดพบทนายเพื่อวางยุทธศาสตร์การรณรงค์และการดำเนินคดี
– ผลสรุปหนูเลือกการรณรงค์เพื่อส่วนรวมเป็นหลัก​ เพราะหนูให้อภัยทางใจไปหมดแล้ว​ แต่อยากให้เด็กๆได้เรียนในสถานศึกษาที่ปลอดภัน
– วางแผนว่าจะมีการติดต่อ กมธ ที่เคยส่งหนังสือมาเชิญเพื่อขอนัดประชุมใหม่ต่อไป
– ส่วนเรื่องคดีของหนูกำลังอยู่ในช่วงการวางแผน เนื่องจากการดำเนินคดีเคสทางเพศนั้นยาก เราจึงต้องวางแผนกันดี ๆ
▪️9​ ธันวาคม 2020
– รร.​ ออกจดหมายเชิญไปฟังผลการดำเนินการสอบสวนระหว่างหนูและครูคู่กรณี​
– เริ่มมีข่าวว่าโรงเรียนพยายามติดต่อเอินหลายครั้งแต่เอินไม่เข้าไปหาโรงเรียน ซึ่งผิดไปจากความเป็นจริง เลยออกมาชี้แจงค่ะ

“สุดท้ายอยากบอกว่าช่วยแชร์ไปให้คนที่บอกว่าหนูปั้นน้ำเป็นตัว​ สร้างความเสื่อมเสียให้สถาบันการศึกษา​ เป็นเด็กที่ถูกจ้างมายืนในม็อบทีค่ะ​ จะได้ไม่ด่ามั่วๆ​ ไม่อยากรับกระเช้าจากใครเพิ่มแล้วค่ะ​ ช่วยเข้าใจใหม่ด้วยว่าคนถูกกระทำไม่ได้สร้างความเสื่มเสียค่ะ​ คนกระทำต่างหากที่ควรละอายใจ ส่วนคนที่ด่าหนูยังทักมาขอโทษได้นะ พร้อมอโหสิกรรมให้​ แต่ถ้ายังด่าไม่เลิกหนูก็หมดเวลาใจดีกับคนที่คุกคามคนอื่นแล้วเหมือนกัน​ค่ะ ด้วยรักและศรัทธาในความเป็นมนุษย์”